กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช วางมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย ฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว ประกาศจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่อุทยานทั่วประเทศ มีผลบังคับใช้เดือนกรกฎาคม ปีหน้านายปรีชา จันทร์ศิริตานนท์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เข้ามาท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติทางทะเลเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากทุกปี กิจกรรมนันทนาการต่างๆ ได้แก่ การดำน้ำตื้น การดำน้ำลึก การล่องเรือเข้าไปจอดในแนวปะการัง ส่งผลกระทบต่อการถูกทำลายทรัพยากรธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติทางทะเลทุกแห่ง จึงจำเป็นต้องออกมาตรการเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การบริการและการรักษาความปลอดภัยให้เหมาะสม
ทั้งนี้การท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติทางทะเล นอกจากนักท่องเที่ยวเองแล้วยังมีผู้ประกอบการท่องเที่ยวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามามีบทบาทในการพานักท่องเที่ยวเข้าไปท่องเที่ยวและประกอบกิจกรรมนันทนาการต่างๆ จึงจำเป็นต้องให้ความรู้กับผู้ประกอบการด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และซักซ้อมเกี่ยวกับมาตรการการรักษาความปลอดภัยที่ถูกต้องกับนักท่องเที่ยว และขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการให้คำแนะนำ และให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่นักท่องเที่ยว เพื่อลดผลกระทบต่อความเสียหายและการใช้ทรัพยากรเป็นไปในเชิงอนุรักษ์และยั่งยืนสอดคล้องกับแนวทางการจัดการอุทยานแห่งชาติให้เป็นไปตามกฎระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช
นายปรีชา กล่าวด้วยว่า ในฤดูกาลท่องเที่ยวปีนี้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้เน้นมาตรฐานด้านการบริหารจัดการอุทยานทางทะเลอย่างเป็นระบบ มีการออกระเบียบจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในเขตอุทยานเพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับทรัพยากรธรรมชาติ และเพื่อให้ธรรมชาติมีการฟื้นตัว นอกจากนี้ยังกำหนดจุดดำน้ำและควบคุมปริมาณการใช้จุดดำน้ำเพื่อไม่ให้เกินขีดความสามารถในการรองรับจำนวนนักท่องเที่ยว เนื่องจากที่ผ่านมาแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำหลายแห่งในฝั่งอันดามัน อาทิ หมู่เกะสุรินทร์ หมู่เกาะสิมิลัน ได้รับความเสียหายจากการดำน้ำ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการอุทยานแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลให้เกิดความยั่งยืน
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา มีประกาศจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เรื่องการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าไปในอุทยานแห่งชาติ ทั้งนี้เนื่องจากกรมมีการศึกษาและประเมินความสามารถในการรองรับได้ของอุทยานแห่งชาติ เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อสภาพทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ แหล่งท่องเที่ยวสวยงามหลายแห่งมีนักท่องเที่ยวเข้าไปท่องเที่ยวจำนวนมาก จนอาจนำไปสู่ความเสื่อมโทรมของสภาพธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทำให้ยากแก่การฟื้นฟูและบริหารจัดการให้คงสภาพเดิมได้
ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองและดูแลรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว กรมจึงกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้าไปท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก (แม่ฝาง) อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จ.เชียงใหม่, อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย, อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.ปราจีนบุรี จ.สระบุรี จ.นครนายก และ จ.นครราชสีมา, อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จ.กาญจนบุรี, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรีและ จ.ประจวบคีรีขันธ์ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2551 เป็นต้นไป
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
