สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ประกาศเกียรติคุณ นักธุรกิจสตรีตัวอย่างและนักวิชาชีพสตรีตัวอย่าง ประจำปี 2550 ที่โรงแรมดุสิตธานี เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่นักธุรกิจและนักวิชาชีพสตรีที่มุ่งมั่นทำงานประสบความสำเร็จ ตลอดจนมีส่วนร่วมพัฒนาธุรกิจและทรัพยากรมนุษย์นักธุรกิจสตรีตัวอย่าง ส่วนกลาง ได้แก่ นางศิรินา โชควัฒนา ปวโรฬารวิทยา ประธานกรรมการ บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด (มหาชน), นักธุรกิจสตรีตัวอย่างส่วนภูมิภาค ภาคกลางได้แก่ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทในเครือไทยซัมมิท กรุ๊ป, ภาคตะวันออก ได้แก่ นางทิพย์ อมาตยกุล ประธานบริษัท พีพี เอ.เจ. (1999) จำกัด, ภาคเหนือ นางประเทือง นภาวรรณ รองประธานกรรมการ บริษัท อินทราเซรามิค จำกัด, ภาคใต้ นางฉัตรแก้ว คชเสนี เจ้าของกิจการบริษัท พีแอนด์ซีปิโตรเลียม จำกัด, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นางดวงตา ทองโสภิต ประธานกรรมการบริษัท โรงแรมขอนแก่น โฮเต็ล
นักวิชาชีพสตรีตัวอย่าง ส่วนกลาง-ภาครัฐ ได้แก่ คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ, นักวิชาชีพสตรีตัวอย่าง ส่วนกลาง-ภาคเอกชน พญ.สมสิริ สกลสัตยาทร กรรมการบริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน) ผอ.รพ.สมิติเวช สุขุมวิท, นักวิชาชีพสตรีตัวอย่าง ส่วนภูมิภาค-ภาครัฐ นางเนาวรัตน์ ธนะศรีสุธารัตน์ ผอ.ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม และนักวิชาชีพสตรีตัวอย่าง ส่วนภูมิภาค-เอกชน นางสมบูรณ์ สู่ประเสริฐ ที่ปรึกษากิตติม ศักดิ์สถาบันวิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย
นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ กล่าวถึงหลักการทำงานเพื่อธุรกิจประสบความสำเร็จว่า ต้องตั้งใจทำงาน ซื่อสัตย์ต่อลูกค้าและคู่ค้า กว่าจะก้าวมาถึงวันนี้ได้ เหนื่อยและฝ่าฟันอุปสรรคมาก โดยเฉพาะช่วงเศรษฐกิจฟองสบู่แตก ต้องพยายามฝ่าให้ได้ สู้ตลอด ถ้าท้อแท้จะทำงานต่อไม่ได้ ทุกครั้งที่เกิดปัญหาต้องตั้งสติคิดแก้ปัญหา สำหรับนักธุรกิจรุ่นใหม่อยากให้อดทนให้มาก ถามตัวเองว่าชอบอะไรแล้วมุ่งมั่นทำไปให้ถึงเป้าหมาย
ส่วนนางศิรินา โชควัฒนา ปวโรฬารวิทยา กล่าวว่า เป็นผู้บุกเบิกธุรกิจ เสื้อผ้าบูติคเจ้าแรกของประเทศ อยู่ในวงการมา 40 ปี มีความสุขกับการทำงาน ทำให้งานกับงานอดิเรกเป็นสิ่งเดียวกัน จะสนุกกับการทำงาน เมื่อมีปัญหาต้องหยุดคิดตรึกตรอง ทุกอย่างมีทางแก้ขอแค่คิด มองปัญหาคือการพัฒนา เพราะถ้าไม่มีปัญหาก็ไม่สามารถพัฒนา ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์
พญ.สมสิริ สกลสัตยาทร กล่าวว่า การทำงานแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ เพื่อชาติ, ให้องค์กร และสำหรับตัวเองและครอบครัว ต้องไปด้วยกันจะทุ่มเพียง ด้านใดด้านหนึ่งไม่ได้ การบริหารงานเน้นให้พนักงานอยู่อย่างมีความสุข เพื่อให้เขาเลือกที่จะอยู่กับเรา มีความสุขที่จะอยู่กับเรา ซึ่งจะสามารถแบ่งปันความสุขแก่คนไข้ที่เข้ารับการรักษาได้ด้วย ปัญหาล้วนมีทางแก้ไขเสมอ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ได้เรียนรู้ ถือเป็นโอกาสดีที่ทำให้สร้างความก้าวหน้าต่อไป
นางเนาวรัตน์ ธนะศรีสุธารัตน์ กล่าวว่า หน้าที่ความรับผิดชอบคือการดูแลผู้ต้องขังให้สามารถพัฒนาศักยภาพเพื่อกลับคืนสู่สังคม ดังนั้นผู้ต้องขังหญิงทุกคนได้รับการฝึกอาชีพ เรียนหนังสือ เมื่อกลับสู่สังคมแล้วประกอบอาชีพดูแลตัวเอง ถือว่างานมีส่วนช่วยในการพัฒนาสังคม สร้างคนให้เป็นคนดีกลับสู่สังคม ที่สำคัญต้องดูแลสภาพจิตใจของผู้ต้องขังซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะคน เหล่านี้จะรู้สึกว้าเหว่ เกรงกลัว คิดถึงครอบครัว จึงดูแลถึงครอบครัวด้วย หากคนไหนมีลูกก็ช่วยประสานหน่วยงานเข้าไปดูแลปกครองกันแบบแม่ดูแลลูก.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
