ยูเนสโกย้ำการศึกษาไทยต้องปรับหลักสูตรอันดับแรกชี้ประชุมอุดมศึกษานานาชาติ หวังกระตุ้นนักการศึกษา ตระหนักถึงบทบาทมหาวิทยาลัย แนะมหาวิทยาลัยควรดึงชุมชนเข้าร่วมเมื่อวันที่12 ธันวาคมที่โรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค องค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) จัดประชุมการศึกษาระดับอุดมศึกษานานาชาติเรื่อง การปรับการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาเพื่อการมีส่วนร่วมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมี ดร.เชลดอนแชฟเฟอร์ ผู้อำนวยการองค์การยูเนสโก ภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ประจำกรุงเทพ ฯ เป็นประธาน พร้อมด้วยนักการศึกษากว่า 300 คนจาก 33 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วม
ดร.เชลดอนกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ต้องการกระตุ้นให้นักการศึกษา สถาบันอุดมศึกษา กลุ่มองค์กรผู้ไม่หวังผลประโยชน์ กลุ่มองค์กรอิสระ และชุมชนได้ตระหนักและร่วมพิจารณาถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในสังคม เนื่องจากทั่วโลกทุ่มงบประมาณเพื่อการอุดมศึกษา ขณะเดียวกันมีองค์กรบริจาคเงินช่วยเหลือทางการศึกษาในระดับอุดมศึกษาในปี 2546 ถึงเกือบ200 ล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลกขณะที่เงินบริจาคระดับมัธยมศึกษาเพียง 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ฉะนั้นสถาบันอุดมศึกษาควรมีบทบาทสำคัญมากในการกำหนดอนาคตและทำงานใกล้ชิดกับชุมชน ดังนั้นนักการศึกษาจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีคิดและรูปแบบการสอน เพื่อให้เกิดความร่วมมือ และเพิ่มการปฏิสัมพันธ์กับคนที่อยู่นอกกรอบห้องเรียน ดร.เชลดอนกล่าว
ดร.เชลดอนกล่าวด้วยว่า อุดมศึกษาของไทยนั้น ต้องปรับด้านการวัดคุณภาพมาตรฐานการเรียนการสอน การทำวิจัย จำนวนนักศึกษาที่จบแล้วไม่มีงานทำ จำนวนหนังสือในห้องสมุดที่ยังไม่เพียงพอ อุดมศึกษาไทยต้องปรับตัวให้เชื่อมโยงกับชุมชนมากขึ้น จะส่งผลดีต่ออุดมศึกษาไทย เพราะในขณะนี้อุดมศึกษาไทยมีหลายแห่งที่สามารถเทียบเท่ากับอุดมศึกษาหรือมหาวิทยาลัยที่ดีๆ ในประเทศมาเลเซีย หรือประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้
การศึกษาไทยในปัจจุบันมีความพร้อมระดับหนึ่ง แต่ปัญหาที่การศึกษาไทยต้องปรับปรุงเป็นอันดับแรก คือเรื่องของหลักสูตร เพราะหลักสูตรตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึงอุดมศึกษายังไม่ดีพอ ซึ่งตรงจุดนี้ยูเนสโกก็ช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้ ดร.เชลดอน กล่าว
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
