พูดถึงความรัก ความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวไทยทุกคนที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือ ในหลวง นั้นยิ่งใหญ่เหนือคำบรรยายใดๆ เพราะด้วยพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทยในตลอดระยะเวลาที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษาเครื่องประดับ เครื่องแต่งกายต่างๆ อาทิ เสื้อเหลืองปักตราสัญลักษณ์ พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา และตราสัญลักษณ์ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ที่ประชาชนชาวไทยทุกคนต่างพร้อมใจกันสวมใส่กันทั้งประเทศนั้น เป็นคำตอบได้อย่างดีถึงความรัก เทิดทูน ที่ประชาชนคนไทยมีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ไม่เพียงแค่เสื้อสีเหลืองเฉลิมพระเกียรติเพียงอย่างเดียวที่ประชาชนคนไทยเลือกสวมใส่เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เพราะยังมีเครื่องประดับอีกหลายอย่างที่แสดงออกถึงความจงรักภักดี แม้จะแลกมาด้วยเงินทองแต่ประชาชนทุกคนก็มีความสุขที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงออกถึงความจงรักภักดี
แต่สำหรับหนุ่มใหญ่อย่าง จารุทัศน์ จารุมานันท์ วัย 50 ปี ชาวบ้านจากกรุงเทพมหานคร เป็นอีกหนึ่งคนไทยที่มีความสุขเหมือนกับคนไทยทุกคนได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้จารุทัศน์รู้สึกมีความสุขมากที่สุดในชีวิตก็คือ การได้สวมใส่แหวนทองเหลืองที่มีข้อความ Long Live The King ซึ่งดูเผินๆ ก็คงไม่ต่างอะไรกับแหวนทองเหลืองที่หาซื้อได้ตามร้านขายเครื่องประดับทั่วๆ ไป แต่สำหรับแหวนทองเหลืองวงนี้ คุณค่าและความสำคัญนั้นคงไม่มีสิ่งมีค่าชนิดไหนมาแทนที่ได้
จารุทัศน์ จารุมานันท์
ที่มาของแหวนทองเหลืองนั้น จารุทัศน์บอกด้วยน้ำเสียงตื้นตันใจว่า แหวนทองเหลืองวงนี้ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินมายังโรงพยาบาลศิริราช เพื่อทรงเยี่ยมพระอาการประชวรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระองค์รับสั่งให้ข้าราชบริพารนำแหวนทองเหลืองมาแจกให้กับประชาชนที่มารอเฝ้าฯรับเสด็จพระบรมวงศานุวงศ์ที่เสด็จฯมายังโรงพยาบาลศิริราช
จำได้ว่าสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯมาเยี่ยมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในช่วงเวลา 23.00 น. ซึ่งเวลานั้นก็มีประชาชนนั่งเฝ้าฯรับเสด็จอยู่เป็นจำนวนมาก แต่โชคดีที่ผมนั่งเฝ้าฯรับเสด็จอยู่แถวหน้า ซึ่งพอพระองค์เสด็จพระราชดำเนินขึ้นอาคารเฉลิมพระเกียรติไปแล้ว ก็มีข้าราชบริพารคนหนึ่ง นำแหวนทองเหลืองมาแจกให้ผมและบอกว่าเป็นแหวนพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และวันนั้นมีคนได้รับแหวนเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ซึ่งถือเป็นบุญของผมมากๆ ที่ได้อยู่เฝ้าฯรับเสด็จ เพราะในวันนั้นตั้งใจว่าจะกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะก่อนหน้านั้นได้นอนเฝ้าพระอาการประชวรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่โรงพยาบาลศิริราชมา 10 วัน 10 คืนแล้ว
จารุทัศน์เล่าต่อว่า แหวนทองเหลืองวงนี้ พอคนที่ได้เห็นรู้ว่าเป็นแหวนที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานลงมาให้ ก็มีคนมาติดต่อขอซื้อและให้ราคาสูงพอสมควร แต่ได้ปฏิเสธไปและตั้งใจไว้แล้วจะใส่แหวนวงนี้ไปจนถึงลมหายใจสุดท้าย เพราะความรู้สึกที่ได้ใส่แหวนวงนี้ เหมือนกับได้อยู่ใกล้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เหมือนมีพระองค์ทรงช่วยเตือนสติและคอยคุ้มครองปกปักรักษาให้รอดปลอดจากภยันอันตรายต่างๆ
สิ่งที่สัมผัสได้กับตัวเองนั้น เมื่อสวมใส่แหวนทองเหลืองพระราชทานวงนี้แล้ว นอกจากความสุขทางใจที่ได้แสดงความจงรักภักดี สุขภาพร่างกายก็แข็งแรงขึ้น ที่เคยเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นทั้งโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ก็มีอาการดีขึ้นจนเกือบหายเป็นปกติแล้ว ผมเชื่อว่าอาจเป็นเพราะเวลาที่ได้สวมใส่เครื่องประดับที่เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะรู้สึกมีความสุข สบายใจ ไม่เครียด ไม่คิดมาก เหมือนกับตลอดเวลามีพระองค์ช่วยปกป้องคุ้มครองให้รอดปลอดภัย หากผมเสียชีวิตไปก็จะมอบแหวนทองเหลืองวงนี้ให้กับลูกหลานได้ดูแลรักษากันต่อไป จารุทัศน์ฝากทิ้งท้าย
เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ประเทศไทยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงห่วงใยประชาชนชาวไทยทุกคน
หน้า 36
ข้อมูลจาก มติชน
