สภาจุฬาฯ ลงมติเป็นเอกฉันท์ 22 เสียงให้ หมอภิรมย์ ขึ้นแท่นว่าที่อธิการบดีจุฬาฯ แทน คุณหญิงสุชาดา ที่จะหมดวาระในวันที่ 31 มี.ค.ปีหน้าเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวหลังประชุมสภาจุฬาฯ ว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ 22 เสียง ให้ ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ เป็นอธิการบดีจุฬาฯ คนใหม่แทน ศ.ดร.คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์ ที่จะหมดวาระในวันที่ 31 มีนาคม 2551 ตามที่คณะกรรมการสรรหาผู้เหมาะสมเป็นอธิการบดีจุฬาฯ เสนอชื่อ ศ.นพ.ภิรมย์มาเพียงคนเดียว ซึ่งสภามหาวิทยาลัยได้ใช้วิธีลงคะแนนลับและมติออกมาเป็นเอกฉันท์ 22 เสียง โดยไม่มีเสียงคัดค้าน ทั้งนี้ อธิการบดีคนใหม่จะต้องสานงานต่อ เพื่อรองรับการประกาศใช้ พ.ร.บ.จุฬาฯ ฉบับใหม่ที่จุฬาฯ จะต้องเปลี่ยนสถานภาพไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐ
ก่อนหน้านี้ ศ.นพ.ภิรมย์ได้แสดงวิสัยทัศน์ในการบริหารจุฬาฯ จะสร้างให้จุฬาฯ เป็น ปัญญาแห่งแผ่นดิน ที่เป็นเสมือนเสาหลักของแผ่นดิน โดยมีเสา 6 ต้น คือ ความก้าวหน้า เข้มแข็ง ยอมรับ เกื้อกูล มั่นคง และเป็นสุข เมื่อสังคมเกิดปัญหาวิกฤติ จุฬาฯ ต้องเข้าไปช่วยหาทางแก้ เป็นที่พึ่งให้สังคมและประชาชนได้ อีกทั้งจุฬาฯ ต้องเป็นบ้านที่อบอุ่นของคนดีและคนเก่ง คือ สร้างศรัทธาให้แก่คนของจุฬาฯ เน้นความก้าวหน้าทางวิชาการ สนับสนุนการทำวิจัย เพื่อสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการเทียบเท่าระดับสากล
นอกจากนี้ จะทำให้จุฬาฯ เป็นที่ยอมรับในการแก้ปัญหาวิกฤติของสังคม เป็นผู้นำทางด้านจริยธรรม โดยคนในจุฬาฯ ต้องเกื้อกูลผู้ที่ด้อยโอกาสกว่า ด้วยการมีกิจกรรมสื่อสารกับชุมชน ส่วนออกนอกระบบนั้น อยากให้ทุกคนมองว่าร่าง พ.ร.บ.จุฬาฯ เป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ช่วยการบริหารจัดการเท่านั้น ส่วนการบริหารทรัพย์สินของจุฬาฯ นั้น ควรมีความโปร่งใส และหากจะมีการดำเนินการใดๆ ควรจะแจ้งให้ประชาคมจุฬาฯ ได้รับรู้แต่เนิ่นๆ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
