ใกล้เทศกาลหยุดยาว วันพักผ่อนเทศกาลปีใหม่ ที่ปีนี้ ได้หยุดกันยาวถึง 4 วัน แน่นอนว่าหลังจากที่ทำงานเหนื่อยมาทั้งปี ย่อมไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้เป็นเวลาเดินทางกลับไปเยี่ยมครอบครัว หลังจากที่จากมานาน ไม่เพียงแต่การกลับบ้านเท่านั้น แต่บางคนยังใช้โอกาสนี้เดินทางท่องเที่ยวในต่างจังหวัดสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอดบริเวณสถานีขนส่งสายต่างๆ รวมถึงสถานีรถไฟ จึงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่จะใช้เป็นประตูไปสู่จุดหมายปลายทางด้วยจิตใจเบิกบาน ทว่า...หลายคนกลับต้องเจอเหตุการณ์ไม่ประทับใจตั้งแต่เริ่มออกเดินทางเสียแล้ว นั่นเพราะ ในบรรดาฝูงชนก็มี คนร้ายในคราบคนดี แฝงตัวอยู่ไม่น้อย
คนเหล่านี้ คอยจ้องจะ เอาเปรียบ ตลอดเวลา
ต้น-ศักดิ์สิทธิ์ รักษา วัย 30 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เล่าว่า เขาจำเป็นต้องกลับบ้านที่ต่างจังหวัด ซึ่งต้องนั่งรถทัวร์ที่สถานีขนส่งสายใต้แห่งใหม่ แต่เขาไม่รู้ว่า มีเส้นทางใดบ้างที่ย้ายไป เมื่อไปถึงสถานีขนส่งสายใต้ที่เก่า ปิ่นเกล้า จึงได้เข้าไปสอบถามเจ้าหน้าที่ก็พบว่าเส้นทางที่เขาต้องใช้นั้น ได้ย้ายไปที่ใหม่แล้ว ซึ่งพนักงานแนะนำว่า ถ้าไม่อยากเสียเงินค่าแท็กซี่แพงๆ ให้ใช้บริการรถทัวร์ตรงนั้น ซึ่งรถทัวร์เหล่านี้จะต้องแวะเข้าไปที่สถานีขนส่งสายใต้แห่งใหม่ เสียค่ารถคนละ 20 บาทเท่านั้น
ขณะที่ต้นกำลังเดินไปขึ้นรถทัวร์เพื่อเข้าไปที่สถานีขนส่งสายใต้แห่งใหม่ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาถามว่า จะไปสายใต้ใหม่ (ตลิ่งชัน) ใช่ไหม ตามมาเลย เขาจึงเดินตามผู้ชายคนนั้นไป ซึ่งคิดว่าน่าจะพาไปที่รถทัวร์ ปรากฏว่าผู้ชายคนนั้นกลับพามาที่รถแท็กซี่ ซึ่งภายในมีเด็กและผู้หญิงสูงวัยนั่งรออยู่ ต้นยังไม่ฉุกคิดอะไร เพราะคิดว่า ดีเหมือนกันที่จะได้มีคนช่วยหารค่าโดยสาร และไม่ต้องเสียเวลาอีกด้วย
พอขึ้นรถปุ๊บ คนขับรถแท็กซี่ก็บอกว่า จะกลับบ้านกันใช่มั้ย ท่าทางไม่ค่อยมีเงินนะ อย่างนั้นจะไปส่งที่สายใต้ใหม่ คิดถูกๆ ราคาคนบ้านนอก คนละ 200 บาท ผมนั่งคิดไวๆ นี่ได้ 600 บาทเลยนะ ซึ่งคำนวณระยะทางถ้าหากขึ้นรถแท็กซี่เองไม่เกิน 150 แน่นอน
ไม่รอให้เสียเวลา ต้นบอกคนขับรถว่า ไม่ไป และยังบอกให้ ผู้โดยสาร ที่เหลือ ออกมาจากรถเพื่อไปเรียกแท็กซี่ด้านนอกด้วยกัน แต่คนขับรถคนนั้นยังไม่ยอมพร้อมข้ออ้างว่ากดมิเตอร์ไปแล้ว หญิงสูงวัยกลัวว่าจะมีเรื่องกัน จึงให้ไป 50 บาท
เรื่องราวคนไทยเอาเปรียบคนไทยด้วยกันยังไม่หมด ทานตะวัน ใจสังข์ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ มูลนิธิกระจกเงา เคยประสบเช่นเดียวกัน
วันนั้นดิฉันจะไปเที่ยวเชียงรายกับเพื่อนอีก 5 คน นัดกันว่าจะไปโดยรถไฟ ขึ้นที่สถานีรถไฟหัวลำโพง แต่ปรากฏว่าไปสายไม่ทันรถไฟ ตัดสินใจนั่งรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างจากที่หัวลำโพง เพื่อไปสถานีข้างหน้า พอถามว่าราคาเท่าไร คนขับก็ไม่บอกด้วยความที่รีบ ดิฉันกับเพื่อนจึงไม่คิดมากเพราะอยากไปให้ทันรถไฟ แต่พอไปถึงคนขับบอกว่า คันละ 350 บาท อึ้งกันไปเพราะนั่งไม่ถึง 15 นาที จะไม่จ่ายก็ไม่ได้
นอกจากนี้ยังมีเรื่อง ตั๋วผี ที่ ขนิษฐา ลุนผา นักศึกษาปริญญาโท มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งของรัฐ พบเจอมา โดยในช่วงเทศกาลปีใหม่ปีที่แล้ว เธอกำลังจะไปอุดรธานี แต่ปรากฏว่าต้องไปซื้อที่สถานีขนส่งหมอชิต แต่ด้วยความที่งานรัดตัว ไม่ได้ซื้อเตรียมไว้ก่อน และประกอบกับเดินทางคนเดียว จึงคิดว่าน่าจะพอมีตั๋วเหลือบ้าง ปรากฏว่า มีผู้ชายคนหนึ่งนำตั๋วมาขายให้โดยให้เหตุผลว่าเขาไม่สามารถไปได้ ติดธุระด่วน และรถกำลังจะออกในอีกครึ่งชั่วโมงหลังจากตรวจสอบจากการแต่งตัว และบัตรก็ เหมือนจริง มาก จึงตัดสินใจซื้อในราคาเกือบ 500 บาท แต่เมื่อไปถึงที่ชานชาลา ปรากฏว่าไม่มีที่นั่ง ถึงได้รู้ว่าถูกหลอก
เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่หลายคนอาจเคยประสบมากับตัว แม้เหตุการณ์เหล่านี้จะไม่รุนแรงถึงขั้นชีวิต แต่ก็เป็นภัยสังคมที่ไม่น่าเกิดขึ้นกับคนไทยด้วยกันเอง!!!
อย่าประมาท ไม่มีใครหวังดี
พล.ต.ต.วิบูลย์ บางท่าไม้ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หัวหน้าฝ่ายป้องกันอาชญากรรม บอกว่า
ช่วงวันหยุดยาวๆ อย่าง เทศกาลปีใหม่ หรือวันสงกรานต์ มักจะมีคนร้ายแอบแฝงตัวอยู่ เพราะคนเหล่านี้รู้ว่าประชาชนจะมารวมตัวกันอยู่ ทำให้สามารถพรางตัวได้ง่าย ซึ่งทางตำรวจนครบาล ได้จัดเตรียมกำลังพลเจ้าหน้าที่กระจายอยู่ตามสถานีขนส่ง และสถานีรถไฟต่างๆ โดยเตรียมพร้อมตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2550-7 มกราคม 2551 ถ้าหากเกิดเหตุลักทรัพย์หรือวิ่งราว ก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ทันที
กระนั้น วิธีที่ดีที่สุด พล.ต.ต.วิบูลย์บอกว่า ไม่ประมาท ไม่มีใครหวังดีกับเรา
ไม่ควรนำของมีค่า เช่น โทรศัพท์มือถือ กระเป๋าสตางค์ วางไว้ในกระเป๋าสะพาย ควรแยกเก็บไว้กับตัว เพราะหากเกิดเหตุขึ้นมามีคนล้วงกระเป๋าหรือกรีดกระเป๋า ของมีค่าจะไม่ถูกขโมยไปด้วย วิธีสังเกตแก๊งลักทรัพย์คือ จะแต่งตัวดี ใส่นาฬิกาชุบทอง หรือกรอบทอง บางครั้งอาจจะไม่ทันสังเกต ซึ่งจะมีกันประมาณ 3-4 คน คนหนึ่งเป็นคนล้วงแล้วส่งต่อให้อีกคน แล้วก็จะมีอีกคนคอยขวางไม่ให้เดินตามไปด้วย ซึ่งต้องรู้เท่าทันคนร้าย ส่วนถ้าถูกแท็กซี่โกงค่าโดยสาร ให้จำชื่อคนขับรถ เลขทะเบียนรถ ชื่อบริษัทของแท็กซี่ แล้วแจ้งความทันที
หน้า 36
ข้อมูลจาก มติชน
