คอลัมน์ สรรหามาเล่าโดย raikorn@hotmail.com
อย่างที่รู้กันดีว่า อินเตอร์เน็ต มีทั้งคุณมหาศาลและโทษมหันต์ ขณะที่เป็นเครื่องมือสื่อสาร เปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงแหล่งข้อมูล แหล่งความรู้ได้อย่างมหาศาลกว้างไกล แต่อินเตอร์เน็ตก็กลายเป็นช่องทางอันตรายที่เปิดโอกาสให้ คนชั่ว คนร้าย ออก ล่าเหยื่อ ได้อย่างง่ายดายแค่ กระดิกปลายนิ้ว เช่นเดียวกัน
โดยเฉพาะพวก อาชญากรทางเพศ ที่ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมือล่อลวงเหยื่อหญิงสาวให้มาติดกับดักเสียเนื้อ-เสียตัวยังไม่พอ บางรายยังเสียทรัพย์และที่โชคร้ายถึงกับ เสียชีวิต ถูกล่อลวงไปฆ่าก็มีให้อ่านกันมากมาย
สำหรับปัญหานี้ เพื่อเป็นการ ป้องกัน ไม่ให้อาชญากรที่มีประวัติเกี่ยวกับคดีทางเพศมีโอกาสย้อนกลับไปทำผิดแบบเดิมซ้ำซากอีก หรือมีโอกาสน้อยที่สุด เมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา รัฐนิวเจอร์ซีย์จึงมีการออกกฎหมายใหม่ มีเป้าหมายควบคุมและจำกัดสิทธิในการใช้อินเตอร์เน็ตของนักโทษคดีทางเพศ และรวมไปถึงนักโทษคดีทางเพศที่อยู่ระหว่างได้รับทัณฑ์บน คุมความประพฤติด้วย ขณะที่รัฐฟลอริดา และรัฐเนวาดา ก็มีกฎหมายแบบนี้ออกมาแล้วเช่นกัน
พวกเราทุกวันนี้มีชีวิตอยู่ท่ามกลางภัยอันน่ากลัว นายริชาร์ด เจ.โคดีย์ รักษาการผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งลงนามในร่างกฎหมายดังกล่าวแทน นายจอน เอส. คอร์ไซน์ ผู้ว่าการรัฐที่ไปพักร้อนช่วงคริสต์มาส บอกสั้นๆ ถึงเหตุผลที่จำเป็นต้องมีกฎหมายฉบับนี้ ที่ระบุให้นักโทษคดีทางเพศซึ่งมีประวัติเคยใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมือล่อลวงเหยื่อผ่านทางอี-เมล หรืออุปกรณ์สือสารอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ต้อง รายงาน การใช้อินเตอร์เน็ตให้คณะกรรมการทัณฑ์บนประจำรัฐนิวเจอร์ซีย์รับรู้ แต่มีสิทธิจะใช้อินเตอร์เน็ตได้ก็ต่อเมื่อต้องการใช้ค้นหาแหล่งหางานทำ หรือเกี่ยวกับการงานอาชีพที่ทำอยู่เท่านั้น
สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนหากถูกจับได้อาจต้องโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 18 เดือน,ปรับเงิน 10,000 ดอลลาร์ หรือราว 338,000 บาท นอกจากนั้น บรรดานักโทษคดีทางเพศ ยังต้องพร้อมที่จะนำเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ หากมีการสุ่มเรียกตรวจ ซึ่งจะสุ่มเรียกตรวจเป็นระยะ โดยไม่มีการประกาศให้รู้ล่วงหน้า แล้วยังต้องนำเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวมาให้เจ้าหน้าที่ติดตั้ง อุปกรณ์ตรวจสอบการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของพวกเขาด้วย
ที่สำคัญ เจ้าหน้าที่ทัณฑ์บนยังสามารถสั่งนักโทษที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยว่าจะ แอบใช้อินเตอร์เน็ต เข้าเครื่องจับเท็จที่เรียกว่า โพลีกราฟ (Polygraph) ด้วย ขณะที่เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา คณะกรรมการทัณฑ์บนก็ได้มีคำสั่งห้ามนักโทษคดีทางเพศเข้าไปใช้,ไปยุ่มย่ามในเว็บไซต์ดังอย่าง มายสเปซ (MySpace) และ เฟซบุ๊ก (Facebook) หลังจากมีการตรวจพบว่า มีนักโทษคดีทางเพศหลายร้อยรายที่ลงทะเบียนเข้าไปเป็นสมาชิก เข้าไปใช้เว็บไซต์ต่างๆ หลายเว็บ!!!
หน้า 25
ข้อมูลจาก มติชน
