วันครู 16 มกราคม 2551 สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการจัดงานโดยใช้ชื่อว่า 52 ปี วันครู เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา5 ธันวา2550 และมีคำขวัญว่า ครูของแผ่นดิน เลิศศิลป์ศาสตร์ มหาราชภูมิพลฯ ชนบูชาเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งทรงเป็นบิดาและเป็นครูของแผ่นดิน และจะมีการประกาศถวายสดุดีแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เจ้าฟ้าอัครคุรุปูชนียาจารย์ ในฐานะที่พระองค์ทรงมีคุณูปการด้านการศึกษา และทรงเคยเป็นพระอาจารย์สอนภาษาฝรั่งเศสในมหาวิทยาลัยหลายแห่ง
หนึ่งในผู้บริหารสถานศึกษาดีเด่นที่ได้รับรางวัลคุรุสภาประจำปี 2550 ดร.รัศมีแดงสุวรรณ วัย59 ปี ผอ.โรงเรียนดาราวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เล่าว่า เมื่อปี 2515 สมัยเรียนชั้นปีที่ 4 คณะมนุษยศาสตร์ภาควิชาภาษาฝรั่งเศส มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เสด็จมาทรงเป็นพระอาจารย์พิเศษสอนวิชาวรรณคดีฝรั่งเศส ซึ่งได้เรียนกับพระองค์เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ช่วงแรกๆ ก็รู้สึกกลัวและตื่นเต้นที่จะได้เรียนกับพระราชวงศ์ กลัวพูดคำราชาศัพท์ไม่ถูก แต่ทรงสอนโดยใช้ภาษาฝรั่งเศสทั้งหมด สำเนียงไพเราะมาก อบอุ่นมากที่ได้เรียนกับพระองค์ ทรงไม่ได้ดุและปฏิบัติพระองค์เหมือนอาจารย์ทั่วไป เมื่อลูกศิษย์ไม่เข้าใจ ทรงให้โอกาสซักถาม ช่วยชี้แนะให้เข้าใจมากขึ้น ทำให้ลูกศิษย์มีความมั่นใจ จึงได้เรียนรู้และเข้าใจยิ่งขึ้น เมื่อทรงสอนเสร็จแล้วทรงมอบงานให้กลับไปอ่านและมาพูดว่าได้อะไรบ้าง
ประทับใจที่สุดที่ได้ถ่ายรูปกับพระองค์ ทรงเป็นแบบอย่างของครูที่ดียิ่ง มีความเมตตา ทำให้เด็กมีความเชื่อมั่นและมีความสุขกับการเรียน ทรงเป็นผู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียน และนำความรู้ไปสอนคนยากจน พระกรณียกิจด้านการศึกษามีมากมาย เมื่อเป็นลูกศิษย์ของพระองค์ก็จะทำงานด้านนี้ต่อไป เคยเป็นครูสอนวิชาฝรั่งเศสก่อนเป็นครูใหญ่และ ผอ.โรงเรียนดาราวิทยาลัยมา 30 ปี ได้ยึดพระองค์เป็นต้นแบบและสอนครูที่โรงเรียนดาราวิทยาลัยและโรงเรียนอื่นๆ ด้วย ดร.รัศมีเล่าถึงพระเมตตา
ในการสนองพระปณิธานนั้น ดร.รัศมี ได้ยึดหลักบริหารโรงเรียนเน้นทำงานเป็นทีมการมีส่วนร่วม ยุติธรรมและโปร่งใส มุ่งพัฒนานักเรียนให้รักการอ่าน รักการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีความใฝ่รู้ใฝ่เรียน มีคุณธรรม จริยธรรม เป็นคนเก่ง คนดี มีความเป็นไทยและเรียนอย่างมีความสุข
นางศศิธร หาคำ วัย48 ปี สอนวิชาคณิตศาสตร์ชั้น ป.4-ป.6 โรงเรียนบ้านนาสว่าง จ.อุบลราชธานี หนึ่งในผู้ได้รับรางวัลครูดีเด่นในปีนี้ ก็ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เมื่อครั้งเสด็จมาทรงพระราชทานรางวัลครูต้นแบบปี 2542 ซึ่งเธอได้รับรางวัลครูต้นแบบสาขาคณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษา เล่าว่า พระองค์เสด็จมาทอดพระเนตรนิทรรศการผลงานวิจัยการสอนคณิตศาสตร์ของเธอ และพระองค์ทรงถามด้วยพระพักตร์ยิ้มแย้มแจ่มใสว่า งานวิจัยชิ้นนี้ทำให้เด็กเป็นยังไงบ้าง
ตื้นตันใจมากและเป็นรางวัลชีวิต การที่พระองค์ทรงถามงานวิจัยนี้ส่งผลต่อเด็กอย่างไร สะท้อนให้เห็นว่าพระองค์ทรงคำนึงถึงเด็ก เมื่อครูทำหน้าที่อบรมเด็กซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุด พระองค์ทรงเห็นความสำคัญต่อครูมาก วิชาชีพนี้ต้องเป็นผู้เสียสละ ทรงให้กำลังใจอย่างสุดซึ้ง ก็จะสืบสานพระปณิธาน ไม่ย่อท้อต่อความเป็นครู จะเสียสละจนกว่าจะสิ้นลมหายใจ นางศศิธรบอกอย่างซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณ
ช่วง 25 ปีที่ผ่านมา นางศศิธร มีเทคนิคการสอนเด็กๆ โดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญและให้เรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริงพร้อมสอดแทรกคุณธรรม ยกตัวอย่างการสอนเรื่องร้อยละ ก็ให้เด็กไปเก็บขยะรอบๆ โรงเรียนแล้วนำเอาขยะมาแยกประเภทเช่น ถุงพลาสติก นับเป็นชิ้นแล้วคำนวณเป็นร้อยละ ทำให้โรงเรียนสะอาด เด็กได้ความรู้และรู้จักเสียสละ
นางพยุงศรี เดชหัสดิน วัย 53 ปี ครูสอนวิชาภาษาไทยชั้น ป.2 โรงเรียนบ้านหนองโสน จ.ชัยภูมิ บอกว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงเป็นครูที่ยิ่งใหญ่สมกับเป็นครูที่สุดในโลก เพื่อสนองพระปณิธานก็จะตั้งใจสอนและอบรมเด็กๆ ให้เป็นคนดีของสังคม ช่วยพัฒนาชาติให้เจริญก้าวหน้า ช่วง 34 ปีที่ผ่านมาได้สอนภาษาไทยโดยใช้วิธีมุ่งประสบการณ์ภาษาเพื่อพัฒนาทักษะฟัง พูด อ่านและเขียน เช่น กิจกรรมเล่านิทาน แสดงบทบาทสมมติและนำมาเขียนเป็นหนังสือ รวมถึงอนุรักษ์ภาษาไทยโดยให้เด็กอ่านออกเสียงควบกล้ำ ร ล ว ให้ถูกต้องและปลูกฝังคุณธรรม 8 ประการตามพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เช่นเดียวกับนายพิสูจน์ แสงศรี วัย51 ปี ครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ชั้น ป.4-ป.6 โรงเรียนวัดวังเย็น (รัฐราษฎร์ประสาทวิทยา) จ.ฉะเชิงเทรา บอกด้วยความรู้สึกซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงเป็นแบบอย่างของครูที่ดียิ่ง ทรงสอนแบบปฏิบัติจริง ไม่ใช่สอนแค่ในตำรา ทรงยิ้มทั้งใบหน้าและดวงตา มีพระเมตตาต่อลูกศิษย์ ช่วง 32 ปีที่ผ่านมาเขาจึงสอนวิทยาศาสตร์โดยให้นักเรียนลงพื้นที่และปฏิบัติจริง เช่น ตู้อบแห้งขี้เถ้าแกลบ ซึ่งใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัสดุใกล้ตัวที่มีราคาถูก พร้อมทั้งสั่งสอนให้ลูกศิษย์คิดเป็น ทำเป็นและมีคุณธรรม
นอกจากครู-ผู้บริหารทั้งสี่คนนี้แล้ว ยังมีครูดีเด่นได้แก่ นายจันทร์ติยะวงศ์ โรงเรียนสุรนารีวิทยาจ.นครราชสีมา นายวินิจรัตนแก้ว โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี และผู้บริหารสถานศึกษาดีเด่นคือ นายอนันท์งามสะอาด วิทยาลัยเทคนิคเดชอุดมจ.อุบลราชธานี นายวสันต์นาวเหนียว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยนาทและศึกษานิเทศก์ดีเด่น นางกอบกมลทบบัณฑิต จ.ศรีสะเกษซึ่งจะเข้ารับรางวัลจาก พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีในวันที่ 16 มกราคมนี้ที่หอประชุมคุรุสภา กทม.
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
