เมื่อวันที่ 30 เมษายน นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (เลขาธิการ สปสช.) เปิดเผยว่า ตามที่ สปสช.ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลใช้งบประมาณกว่า 600 ล้านบาท จัด โครงการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค ให้แก่ประชาชนทั้งในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ระบบประกันสังคม และระบบสวัสดิการข้าราชการ นั้น ล่าสุด ได้มีคำสั่งให้ สปสช.สาขา ในแต่ละจังหวัด ประสานกับประกันสังคมจังหวัด แต่งตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด ดำเนินการทำข้อตกลงกับหน่วยบริการที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อจัดบริการตรวจคัดกรองความเสี่ยง เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง ไขมันในหลอดเลือด การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ การรับฝากและการดูแลหลังคลอด การวางแผนครอบครัว โครงการให้ความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ฯลฯ แก่ผู้ใช้แรงงานในระบบประกันสังคมทุกคน ซึ่งรวมถึงผู้ประกันที่ส่งเงินสมทบไม่ครบ 7 เดือน และยังไม่ได้รับความคุ้มครองจากกองทุนประกันสังคมด้วยนพ.สงวนกล่าวว่า สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระบุว่า สถิติผู้ที่มีงานทำ จำนวน 14.4 ล้านคน อยู่ในภาคอุตสาหกรรมและบริการ และมีลูกจ้างในสถานประกอบการเจ็บป่วยใช้สิทธิในระบบประกันสังคมมากถึงร้อยละ 40.5 โดยมีลูกจ้างที่ประสบอันตราย คิดเป็นร้อยละ 3.2 และตายจากการปฏิบัติงาน คิดเป็นอัตรา 17.7 ต่อแสนคน ซึ่งถือเป็นอัตราส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับประเทศที่ได้รับการพัฒนาแล้ว เช่น อังกฤษ ฟินแลนด์ ฯลฯ
การที่ลูกจ้างเจ็บป่วยหรือได้รับอันตรายในอัตราส่วนที่สูงเช่นนี้สร้างภาระให้แก่กองทุนประกันสังคม และกองทุนทดแทน ประเทศชาติสูญเสียโดยไม่จำเป็น อย่างไรก็ตาม การตรวจสุขภาพและจัดกิจกรรมให้ความรู้เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงแล้ว คาดว่าผู้ใช้แรงงานโรงงานอุตสาหกรรมจะมีสุขภาพดีและลดอัตราการป่วยลงได้อีกทางหนึ่งด้วย นพ.สงวนกล่าว
หน้า 10
ข้อมูลจาก มติชน
