ประธานทปอ.เผย 16 ก.พ.เตรียมหารือการนำคะแนนความดีไปใช้ ชี้เพื่อดำเนินการในปี 2552 พร้อมยัน ร่างเกณฑ์คุณธรรมความดีของสพฐ. สำหรับทุกคน ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มที่มีผลงานโดดเด่น ด้านเลขาธิการสพฐ.ยืนยันว่าระยะเริ่มแรก ควรเน้นการประเมินคุณธรรมความดีสำหรับนักเรียนที่ทำประโยชน์ต่อสังคมจนมีผลงานโดดเด่น ไม่ใช่การประเมินคุณธรรมความดีแบบกว้างเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2551 รศ.ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร(มน.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เปิดเผยถึงร่างเกณฑ์การประเมินคุณธรรมความดีที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) จัดทำขึ้น ตามมติทปอ.ที่ให้นำคะแนนความดีมาใช้ประกอบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษาหรือแอดมิสชั่นส์และระบบรับตรง ว่า ในส่วนของระบบรับตรงเป็นอำนาจของมหาวิทยาลัยที่จะพิจารณานำมาใช้ประกอบการคัดเลือกซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2551 ส่วนระบบแอดมิชชั่นส์ มติทปอ.ที่ผ่านมาให้เริ่มนำมาใช้ประกอบการสัมภาษณ์ในการพิจารณาคัดเลือกบุคคลในระบบแอดมิสชั่นส์ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2551 นี้ ส่วนที่จะนำมาคิดเป็นสัดส่วนเพื่อใช้เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งของแอดมิสชั่นส์นั้น จะดำเนินการในปีการศึกษา 2552 ซึ่งอาจจะมีการหารือกันในการประชุมทปอ.ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ หากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เสนอเรื่องขึ้นมาทัน อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัว ยืนยันว่าสพฐ.ควรจะทำเกณฑ์คุณธรรมความดีสำหรับทุกคน ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มที่มีผลงานโดดเด่น
ด้านคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้คณะทำงาน สพฐ.อยู่ระหว่างการปรับปรุงรายละเอียดร่างเกณฑ์ประเมินคุณธรรมความดีเป็น 2 แนวทาง แต่ความเห็นส่วนตัว ยืนยันว่าระยะเริ่มแรกควรจะเน้นการประเมินคุณธรรมความดีสำหรับนักเรียนที่ทำประโยชน์ต่อสังคมจนมีผลงานโดดเด่น ไม่ใช่การประเมินคุณธรรมความดีแบบกว้างสำหรับนักเรียนทุกคน เพราะขณะนี้มหาวิทยาลัยสนใจนำไปใช้ในระบบรับตรงมากกว่าระบบแอดมิชชั่นส์
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
