ครม.ตั้ง"เทพชัย หย่อง-ขวัญสรวง อติโพธิ-ณรงค์ ใจหาญ-อภิชาต ทองหยู่และนวลน้อย" เป็นกรรมการนโยบายชั่วคราวทีไอทีวี มีเวลาทำงาน 180 วัน หลังจากนั้นคณะกรรมการ 5 ประชุม "ขวัญสรวง"นั่งประธาน เทพชัยรักษาการผอ.ทีวีสาธารณะไทยพีบีเอส นักวิชาการนิเทศศาสตร์รับได้ 5 กก. พนง.ทีไอทีวีฟ้องศาลปค.เพิกถอนคำสั่ง(15มค.) เวลา 13.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐ มนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมครม.ได้ให้ความเห็น ชอบในการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย 5 คนประกอบด้วย รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์,นายอภิชาติ ทองอยู่,นายขวัญสรวง อติโพธิ,นายณรงค์ ใจหาญ และนายเทพชัย หย่อง ซึ่งนายปราโมช รัฐวินิจ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ได้แจ้งให้ทราบว่าคณะกรรมการจะประชุมกันช่วงบ่ายของวันเดียวกัน
ซึ่งได้มีการมอบงานให้คณะกรรมการเพื่อที่ให้คณะกรรมการประชุมวางกรอบการทำงานได้ทันที โดยคณะกรรมการฯชุดดังกล่าวจะมีอายุการทำงานไม่เกิน 180 วัน ซึ่งจะสอดคล้องกับกระบวนการสรรหาคณะกรรมการนโยบายตาม พ.ร.บ.ที่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน
คุณหญิงทิพาวดี กล่าวว่า สำหรับหน้าที่ของคณะกรรมการจะเป็นไปตามพรบ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประ เทศไทยคือคณะกรรมการจะต้องวางกฎกติกาการบริหารเพื่อให้สามารถตั้งองค์กรได้ โดยมีการเตรียมระเบียบพัสดุ ระเบียบการเงินระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง ระเบียบเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล ซึ่งคณะกรรมการสามารถดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจาก ครม. รวมถึงข้อปฏิบัติทั่วไปไว้ให้คณะกรรมการแล้ว นอกจากนี้คณะกรรมการฯต้องกำหนดกรอบแนวทางการทำงานเพื่อให้ทีวี สาธารณะเดินหน้าได้ และจะต้องมีการตั้งผู้อำนวยการและคณะกรรมการบริหาร โดยจะต้องกำหนดแนวในการบริหารสถานีว่าควรจะไปในทิศทางใด ทั้งนี้คณะกรรมการจะต้องรีบดำเนินการในรายละเอียดต่างๆ เช่น การตั้งโลโก้สถานีใหม่เป็นต้น เพื่อให้องค์กรเดินหน้า ต่อไปได้
คณะกรรมการจะต้องเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เพราะถือว่าครม.ส่งไม้ให้กับกรรมการแล้วซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนตามกฎหมายอย่างแท้จริง คิดว่าในสัปดาห์นี้ทุกอย่างจะต้องเดินหน้า คุณหญิงทิพาวดี กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะดำเนินการแพร่ภาพตามปกติได้เมื่อไหร่ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คณะกรรมการต้องรีบตัดสินใจเกี่ยวกับพนักงานเพราะต้องมีคนทำงาน ซึ่งกรมประชาสัมพันธ์มีรายชื่อของทีไอทีวีอยู่แล้ว ก็ต้องพิจารณาในส่วนนี้ก่อนทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการ เมื่อถามว่าในส่วนของผู้อำนวยการต้องเป็น 1 ในคณะกรรมการนี้หรือไม่ คุณหญิงทิพาวดี กล่าวว่า ไม่จำเป็น เพราะตามกฎหมาย มาตรา 58 วรรคสอง เขียนว่าให้คณะกรรมการนโยบายชั่วคราวแต่ตั้งผู้ทำหน้าที่ผู้อำนวยการ พร้อมกันนี้สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจะต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้มีการสรรหาคณะกรรมการถาวร
เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีและครม.แสดงความห่วงใยในเรื่องใดบ้าง รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเรียนให้ครม.ทราบถึงคุณสมบัติของคณะกรรมการทั้ง 5 คน ซึ่งตนอยากให้โอกาสกับคณะกรรมการทั้ง 5 คนทำงาน โดยตนได้ชี้แจงถึงประสบการณ์ ผลงานและเหตุผลในการเสนอชื่อกรรมการแต่ละคน เช่น นายเทพชัย หย่อง ที่หลายคนเป็นห่วงตนก็แจ้งให้ทราบว่า 1 ในคณะกรรมการทั้งหมดจำเป็นต้องทำงานด้านสื่อสารมวลชน ซึ่งนายเทพชัยยืนยันกับตนว่าจะไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนใดๆ เพราะลาออกจากบริษัทเครือเนชั่น และ เป็นคนที่มีผลงานโดดเด่น มีประสบการณ์ มีความเป็นสากล ได้รับรางวัลหลายอย่าง ก็น่าจะเป็นบุคคลที่เหมาะสม ส่วนนายอภิชาตินั้น ก็เป็นคนที่มีประสบการณ์ในด้านชุมชน สิ่งแวดล้อม และทำงานเกี่ยวกับการการพัฒนาชุมชนในระดับรากหญ้า
ส่วนที่นายอภิชาติเคยเป็นผู้สมัคร ส.ส.จากพรรคถิ่นไทยและเคยเป็นสมาชิกพรรคมวลชนนั้น ก็ได้ ลาออกหมดแล้ว ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเมืองตั้งแต่ปี 2548
ต่อข้อถามว่ากรณีนายเทพชัยจะทำให้เกิดปัญหาในทีไอทีวีเพราะเคยเกิดปัญหาในทีไอทีวีแล้ว คุณหญิงทิพาวดี กล่าวว่า ผ่านไปแล้ว คนเราเมื่อมีอายุมากขึ้นก็ย่อมมีวุฒิภาวะเพิ่มขึ้น เราเองก็ต้องการให้ 1คณะกรรมการ เป็นสื่อมวลชน แต่ถ้าไม่มีจะมองกันอย่างไร ทั้งนี้ ตนได้ย้ำกับนายเทพชัยถึงความเป็นกลางและการไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนชั่น ซึ่งนายเทพชัยก็ยืนยันจุดนี้ ตนคิดว่าสังคมควรให้โอกาสกับคนเพื่อเดินหน้ากัน
ต่อไปอีกอย่างเราก็สามารถตรวจสอบได้อย่าเพิ่งไปติเรือทั้งโกลน ทั้งนี้การตรวจสอบจะอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของจรรยาบรรณวิชาชีพในการทำงาน เพราะจุดสำคัญขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะ คือจรรยาบรรณในการทำงาน ซึ่ง บีบีซีหรือเอ็นเอชเคก็ให้ความสำคัญตรงนี้ นอกจากนี้ สตง.ก็จะเข้ามาตรงจสอบด้วย
คุณหญิงทิพาวดี กล่าวว่า ในส่วนค่าตอบแทนของคณะกรรมการฯนั้นทางสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจะเสนอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อพิจารณาต่อไป ส่วนเรื่องทุนประเดิมให้ทางสถานีนั้นจะเสนอต่อที่ประชุม ครม.ในสัปดาห์หน้าโดยจะเป้นการคำนวนจากกรอบของรายได้ที่กระทรวงการคลังจะมอบให้กับทางสถานี
สำหรับเรื่องการโฆษณานั้นไม่สามารถดำเนินการได้ แต่สามารถรับเงินสนับสนุนจากองค์กรต่างๆที่ชื่นชมการทำงานของทีวีสาธารณะ ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ผลิตรายการหรือบริษัทโฆษณาที่ยังมี สัญญาต่อกันอยู่นั้น คณะกรรมการฯ จะเป็นผู้พิจารณากันต่อไป
เวลาต่อคณะกรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยทั้ง 5 คนได้ประชุมกันที่โรงแรมเรดิสัน หลังจากนั้นมีการแถลงข่าวมีใจความว่า ที่ประชุมมีมติให้นายขวัญสรวง อติโพธิ เป็นประธานคณะกรรมการนจโยบายชั่วคราว และให้นายเทพชัย หย่อง เป็นรักษาการผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์สาธารณะไทยพีบีเอส
นักวิชาการนิเทศศาสตร์รับได้5กก.
นายอนุสรณ์ ศรีแก้ว คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต แสดงความเห็นถึงคณะกรรมการนโยบายชั่วคราว ขององค์การแพร่ภาพและกระจายเสียงสาธารณะแห่งประเทศไทย 5 คนว่า ภาพรวมของคณะกรรมการถือว่าเป็นคนที่มีจุดยืนทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะ และเคยเรียกร้องถึงสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน เช่น นางนวลน้อย ตรีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนาย
ขวัญสรวง อติโพธิ อาจารย์พิเศษคณะสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนนายเทพชัย หย่อง บรรณาธิการเครือเนชั่น เคยอยู่ไอทีวีมาก่อน และเป็นบุคคลที่เหมาะสมเป็นผู้อำนวยการสถานี
นายอนุสรณ์ ยังกล่าวแนะนำว่า ช่วงเปลี่ยนจากทีไอทีวีเป็นโทรทัศน์สาธารณะ ในระยะเวลา 6 เดือน ควรจะสรรหาคณะกรรมการนโยบาย 9 คน รวมถึงการจัดตั้งสภาผู้ชมตามกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ซึ่งจากนี้ไปคณะกรรมการชั่วคราว ต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อทำความเข้าใจพนักงานเรื่องโทรทัศน์สาธารณะ เพราะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย
ดังนั้น จึงต้องให้เวลาสำหรับการเปลี่ยนผ่าน ส่วนบุคลากร ต้องให้โอกาสพนักงานทีไอทีวี และคนใหม่ อย่างเท่าเทียมกัน
จอนแนะ 5 อรหันต์เร่งสางปัญหาพนักงานทีไอทีวี
นายจอน อึ๊งภากรณ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน หรือ กป.อพช. กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายชั่วคราวในสถานีโทรทัศน์สาธารณะ 5 คนว่า รายชื่อคณะกรรมการ 5 คน ถือว่าพอใช้ได้ แต่กรรมการชั่วคราวถือเป็นกรรมการรักษาการ จึงอยากให้มีการสรรหากรรมการจริงขึ้นมาโดยเร็ว เพราะอาจเกิดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการมีโทรทัศน์สาธารณะ
"สำหรับสิ่งที่กรรมการชั่วคราวควรทำเรื่องแรกคือ ดำเนินการของบประมาณโดยเร็ว และแก้ไขปัญหาพนักงานทีไอทีวีว่าจะรับทั้งหมด หรือบางส่วน โดยต้องระบุเหตุผลให้ชัดเจน รวมทั้งวางแผนนโยบายการผลิตรายการ ซึ่งตนเองไม่เห็นด้วยที่จะนำรายการโทรทัศน์ช่อง 11 มานำเสนอ แต่ควรคงรายการข่าวและรายการสาระ โดยนำพนักงานทีไอทีวีมาทำข่าว และนำเสนอเนื้อหาที่เป็นกลาง เน้นข่าวภาคประชาชน ที่เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงทดลองผลิตรายการสำหรับเด็ก" นายจอน กล่าว
พนง.ทีไอทีวีฟ้องศาลปค.เพิกถอนคำสั่ง
ขณะที่พนังงานทีไอทีวีเดิมกว่า 100 คนนำโดยนายอลงกรณ์ เหมือนดาว บรรณาธิการบริหาร สถานีโทรทัศน์ ทีไอทีวี จำกัด (มหาชน) ได้เดินทางไปยื่นคำร้อง ขอให้ศาลปกครอง เพิกถอนคำสั่งกรมประชาสัมพันธ์ที่ 25/2551 ลงวันที่ 14 ม.ค.51 ซึ่งลงนามโดยนายปราโมช รัฐวินิจ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เรื่องให้สถานีวิทยุโทรทัศน์ระบบ ยูเอชเอฟ ปฎิบัติตาม พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551 ที่สั่งให้ สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ยุติการแพร่ภาพออกอากาศตั้งแต่เวลา 24.00 น. วันที่ 14 ม.ค.51 พร้อมทั้งขอให้ศาลกำหนดมาตรการบรรเทาทุกข์ โดยให้ศาลมีคำสั่งให้สถานีโทรทัศน์ ทีไอทีวี ออกอากาศได้อย่างต่อเนื่อง ตามคำสั่งศาลปกครองกลางในคดีหมายเลขดำที่ 431,437/2550 เพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ
คำร้องของพนักงานสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ระบุว่า ผู้ร้องเห็นว่าคำสั่งกรมประชาสัมพันธ์ที่ 25/2551 ดังกล่าว เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นคำสั่งที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณะประโยชน์ และยังเป็นคำสั่งที่ละเมิดอำนาจศาลปกครองกลาง ในคดีหมายเลขดำที่ 431,437/2550 ลงวันที่ 7 มีนาคม 2550 ได้กำหนดมาตรการ หรือวิธีการคุ้มครอง เพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา โดยให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นผู้ที่มีหน้าที่โดยตรงในการจัดให้มีบริการสาธารณะทางด้านกิจการวิทยุโทรทัศน์ ระบบยูเอชเอฟ ดำเนินการให้บริการสาธารณะดังกล่าวดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยจะดำเนินการ หรือจะมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทนตนและในนามของตนก็ได้ ตามแต่จะเห็นสมควร จนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ซึ่งผู้ร้องเห็นว่าคำสั่งของอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ละเมิดคำสั่งศาลปกครองกลาง ที่ต้องการคุ้มครองการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง
การที่ผู้ถูกร้องอ้างว่า ได้ดำเนินการดึงสัญญาณจากสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 เพื่อออกอากาศแทนสัญญาณภาพจากสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ซึ่งเท่ากับได้ดำเนินการแพร่ภาพต่อเนื่องนั้น เป็นการขัดวัตถุประสงค์การคุ้มครองการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ตามคำสั่งศาลปกครองกลาง เนื่องจากศาลปกครองกลางคุ้มครองการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี โดยคำนึงถึงเนื้อหาที่ผลิต และแพร่ภาพโดยพนักงานสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ดังนั้นการดึงสัญญาณจากสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 จึงไม่ใช่เนื้อหาที่ศาลปกครองคุ้มครอง
นอกจากนี้ผู้ร้องเห็นว่า คำสั่งของอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ยังเป็นการละเมิดอำนาจของคณะกรรมการ
นโยบายชั่วคราว ที่คณะรัฐมนตรีจะแต่งตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.องค์การแพร่ภาพและการกระจายเสียงสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551ด้วย เพราะอธิบดีไม่มีอำนาจในการสั่งยุติการออกอากาศ ทำให้คำสั่งฉบับดังกล่าวสร้างความเสียหายให้กับประโยชน์สาธารณะ ทำให้ประชาชนขาดทางเลือกในการบริโภคข่าวสาร ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง หน้าที่ของอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ตาม พ.ร.บ.องค์การแพร่ภาพและการกระจายเสียงสาธารณะฯ ม.57 คือให้โอนบรรดากิจการอำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน งบประมาณ หนี้ สิทธิ คลื่นความถี่ และภาระผูกพัน ของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่
เกี่ยวกับการดำเนินสถานีวิทยุโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟ (ทีไอทีวี) ให้กับองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย โดยไม่ได้ให้อำนาจในการสั่งให้ยุติการออกอากาศ สิ่งที่อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ทำได้ คือต้องโอนทั้งหมดตาม ม.57 รวมทั้งพนักงานไปยังองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย
การกระทำของอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ยังเป็นการแทรกแซงการทำงานของฝ่ายข่าวสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ซึ่งขัดต่อ ม.46 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 และขัดต่อ ม.8 พ.ร.บ.องค์การแพร่ภาพและการกระจายเสียงสาธารณะฯ ที่ห้ามมิให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทำการ ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมในลักษณะเป็นการขัดขวาง หรือแทรกแซงการนำเสนอข่าวขององค์การกระจายเสียงฯด้วย
ต่อมาเวลา 14.30 น. น.พ.เหวง โตจิราการ อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ ( นปก.)
รุ่น 1 และนางประทีป อึ้งทรงธรรมฮาตะ แกนนำ นปก. รุ่น 2 ได้เดินทางมายื่นคำร้องสอด ในฐานะผู้บริโภค ที่เสียโอกาสในการรับรู้ข่าวสารของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ร่วมกับพนักงานสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีด้วย เพื่อขอให้ศาลพิจารณาไต่สวนฉุกเฉินเพื่อมีคำสั่งคุ้มครองให้สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีสามารถดำเนินการออกอากาศได้ โดยให้ปฏิบัติตามกฎหมายทีวีสาธารณะจนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายถาวร และดำเนินการตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551 เพื่อให้ได้ทีวีสาธารณะอย่างสมบูรณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการฟ้องคดีวันนี้ นายไตรภพ ลิมปพัทธ์ เจ้าของบริษัท บอร์น
คอร์ปอเรชั่นฯ ผู้ผลิตรายการเกมเศรษฐี ออกอากาศทางสถานีทีไอทีวี ที่ได้รับผลกระทบการระงับการออกอากาศ เดินทางมาให้กำลังใจ พนักงานไอทีวี โดยอยู่ร่วมลุ้นรอฟังคำสั่งศาล พร้อมกับน.ส.ตวงพร อัศววิไล บก.ข่าวประจำวัน นายจตุรงค์ สุขเอียด บก.ข่าวเฉพาะกิจ และพนักงานไอทีวีอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งระหว่างรอลุ้นคำสั่ง พนักงานไอทีวี โทรศัพท์ติดต่อสอบถามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับมติ ครม. และการแถลงข่าวของ คณะกรรมการนโยบายในการดำเนินกิจการทีวีสาธารณะ ที่จะมีขึ้นเย็นนี้ โดยเบื้องต้นเมื่อทราบว่า ทีไอทีวี ต้องถูกเปลี่ยนชื่อและโลโก้ เป็น ซีเอบีเอส พนักงานไอทีวี ถึงกลับแสดงสีหน้าเซ็ง ๆ พร้อมกับพูดว่า นึกไว้อยู่แล้ว
ขณะที่นายไตรภพ พยายามพูดเล่าเรื่องขบขันให้พนักงานไอทีวีรู้สึกผ่อนคลาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลได้รับคำร้องไว้ และนัดไต่สวนฉุกเฉินคดีนี้ วันที่ 16 ม.ค. เวลา 13.30 น.
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
