เมื่อวันที่15 ม.ค. 2551 นายวีร โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวภายหลังการประชุมคณะทำงานการแสดงดนตรีคลาสสิกเทิดพระเกียรติ เพื่อน้อมรำลึก และถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) อาทิ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กรมศิลปากร และสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงมีคุณูปการเกี่ยวกับงานด้านวัฒนธรรม รวมทั้งทรงประทานแนวพระดำริ และทรงแนะนำ เกี่ยวกับงานวัฒนธรรมหลายเรื่อง
ดังนั้น วธ. จึงจะดำเนินงานสืบสานแนวพระดำริ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อถวายสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ใน 4 เรื่องหลัก ได้แก่ 1. ดนตรีคลาสสิก 2. พระนิพนธ์ 25 รายการ 3. งานด้านโบราณสถาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ทั่วประเทศที่ พระองค์ ทรงเสด็จทอดพระเนตร และได้ประทานคำแนะนำ ในด้านโบราณสถานเอาไว้ และ 4. ทรงอุปถัมภ์คณะหุ่นละครเล็กคณะ โจหลุยส์ โดยจะให้การสนับสนุนการพัฒนาหุ่นไทยทุกประเภทในประเทศไทย
จัดแสดงดนตรีคลาสสิกเทิดพระเกียรติ
นายวีระ กล่าวต่อว่า ในการดำเนินงานดังกล่าว คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ รมว.วัฒนธรรม ได้ให้นโยบายว่า จะต้องดำเนินการสืบสานให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยต้อง มีการจัดทำแผนดำเนินงานที่ชัดเจน เป็นขั้นเป็นตอน มีการกำหนดคณะกรรมการดำเนินงานในทุกๆเรื่อง โดยเบื้องต้น ได้กำหนดแผนการดำเนินงาน จัดเสวนา โดยเชิญผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับงานด้านวัฒนธรรม ผู้ที่ได้รับพระอุปถัมภ์ และเคยถวายงาน แด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ในทุกๆ ด้าน มาแลกเปลี่ยนความคิด และเสนอแนวคิด ในวันที่ 19 ม.ค. จัดให้มีการแสดงดนตรีคลาสสิกเทิดพระเกียรติ แสงแห่งรุ้ง กับดนตรีคลาสสิก จากวงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร โดยอัญเชิญ บทเพลง แว่ว ซึ่งเป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และบทเพลงคลาสสิกผลงานการประพันธ์ของศิลปินระดับโลก อาทิ CDebussy , J.S.Bach , C.Saint-Saens, F.Schubert บรรเลงในการแสดงครั้งนี้ รวมถึงบทเพลง แสงหนึ่งคือรุ้งงามที่ประพันธ์ โดย บอย โกสิยพงศ์ มาบรรเลงด้วย นอกจากนี้จะเชิญผู้ประพันธ์มาร่วมงานอีกด้วย
ไวทยากรชื่อดังระดับโลกร่วมบรรยาย
นอกจากนี้ยังมี นายอนันต์ นาคคง ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับดนตรีคลาสสิก จะเป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติดนตรีคลาสสิก นายภัทราวุธ เอี่ยมสรรพางค์ มาเป็นวิทยากรบรรยาย ความประทับใจในดนตรีคลาสสิก และ นายบัณฑิต อึ้งรังษี ไวทยากรชื่อดังระดับโลก บรรยายเรื่องการสร้างความเป็นเลิศของนักดนตรีคลาสสิก โดยจะเปิดโอกาสให้ประชาชน และผู้สนใจ เข้าร่วมรับฟัง ที่ หอสมุดแห่งชาติ โดยการจัดเสวนาเรื่องดนตรีคลาสสิก จะจัดทุกวันเสาร์ที่ 3 ของเดือน จนกว่าจะมีพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ส่วนการเสวนาเรื่องโบราณสถาน จะจัดทุกวันศุกร์ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ จากนั้นจะรวบรวมความคิดเห็นต่างๆ มาสรุปและหาแนวทางการปฏิบัติสืบทอดพระปณิธานอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งจัดพิมพ์เป็นแผนส่งเสริมดนตรีคลาสสิก และรวบรวมเป็นหนังสือ ถวายสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ในวาระ ครบ 100 วัน หรือ ในพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ
หารือนิติกรเอาผิดผู้จำหน่ายหนังสือเทิดพระเกียรติ
สำหรับปัญหาพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ แม่เล่าให้ฟัง และ เจ้านายเล็กๆ-ยุวกษัตริย์ ที่ วธ. จัดพิมพ์จำนวน 10,000 เล่ม เพื่อแจกให้กับบุคคลสำคัญ สถาบันการศึกษา และห้องสมุดต่างๆ ถูกนำออกมาวางจำหน่ายในช่วงนี้นั้น นายวีระ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าหนังสือทั้ง 2 เล่มหลุดออกไปสู่ตลาดได้อย่างไร เนื่องจากทาง วธ.จะมีบัญชีรายชื่อหน่วยงานที่รับแจกหนังสือดังกล่าวไว้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหน่วยงานราชการ เพราะไม่ได้พิมพ์แจกให้กับบุคคลทั่วไป อย่างไรก็ตาม ทราบว่าพื้นที่ที่มีหนังสือพระนิพนธ์ 2 เล่มออกมาจำหน่ายอยู่ใน กทม.โดยยังไม่พบว่าในต่างจังหวัดมีการหนังสือดังกล่าวออกมาขาย
อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องยากที่จะห้ามปรามในการนำหนังสือแจกมาจำหน่าย เพราะเป็นความเต็มใจของผู้ซื้อ ซึ่งหนังสือที่หน่วยงานราชการพิมพ์แจกบางเล่ม พิมพ์คำว่าอภินันทนาการเอาไว้อย่างชัดเจน ก็ยังมีผู้สนใจถามซื้อ ซึ่งตนจะหารือกับฝ่ายนิติกรของ วธ.ว่าจะสามารถดำเนินการเอาผิดทางกฏหมายกับผู้จำหน่ายและผู้ซื้อได้หรือไม่ นอกจากนี้ ขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคนอย่าขายหรือซื้อหนังสือที่หน่วยงานต่างๆ พิมพ์แจกประชาชนเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เพราะเป็นการฉวยโอกาสและเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง
ติดบาร์โค๊ตล้อมคอกจำหน่ายพระนิพนธ์
วธ.ยังเหลือพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ อีก 1 เล่ม เรื่อง เวลาเป็นของมีค่า ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงรวบรวมคำสอนเกี่ยวกับเวลาที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงมีต่อพระธิดาและพระโอรสเอาไว้ โดย วธ.จัดพิมพ์ 10,000 เล่มเช่นกัน และจะแจกจ่ายให้กับหน่วยงานต่างๆ ในเร็วๆ นี้ ซึ่งในครั้งนี้จะนำเอาระบบบาร์โค๊ดเรียงเลขที่มาใช้ติดกับตัวหนังสือ เพื่อป้องกันการนำหนังสือไปขายต่อ หรือหากพบหนังสือเล่มใดถูกออกมาวางจำหน่ายในท้องตลาด ก็สามารถนำมาตรวจสอบได้ว่า เลขที่หนังสือดังกล่าวหน่วยงานใด หรือสถาบันใดเป็นผู้รับเอาไปนายวีระกล่าว
คุมเข้มขโมยฉีกเอกสารพระนิพนธ์
นางวิลาวัณย์ ทรัพย์พันแสน หัวหน้าศูนย์สารนิเทศห้องสมุด สำนักหอสมุดแห่งชาติ กล่าวว่า นับตั้งแต่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ สิ้นพระชนม์ ทางสำนักหอสมุดแห่งชาติซึ่งเก็บรวบรวมพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ 25 เรื่อง ฉบับพิมพ์ครั้งแรก ตลอดจนหนังสือหายากที่เกี่ยวกับพระองค์ และพระฉายาลักษณ์ต่างๆ ของพระองค์ไว้ ต้องให้ความระมัดระวังผู้มาใช้บริการเกี่ยวกับเอกสารเหล่านี้เป็นพิเศษ เนื่องจากหลังสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ สิ้นพระชนม์ มีนักเลงหนังสือ และตลาดหนังสือ มีความต้องการหนังสือ และพระฉายาลักษณ์ของพระองค์กันมาก
นอกจากนี้ ยังมีผู้มาขอใช้บริการสืบค้นเอกสารเหล่านี้จำนวนมากกว่าปกติ จึงเกรงว่าจะมีผู้แอบหยิบฉวยหนังสือเหล่านี้ออกไป ในส่วนของต้นฉบับลายพระหัตถ์ หรือหนังสือสำคัญหายากมากๆ ทางหอสมุดจะไม่ให้ประชาชนได้สัมผัสกับหนังสือ แต่มีเอกสารที่สำเนาบางประเภทที่เป็นหนังสือเก่า ประชาชนสามารถขออ่าน จับต้องได้ ซึ่งประสบการณ์ที่ผ่านมา พบว่านักฉวยโอกาสเหล่านี้มักใช้วิธีการฉีกหนังสือออกไป ดังนั้น จึงขอร้องประชาชนให้ช่วยกันดูแล และหากอยากเก็บสะสมพระนิพนธ์หรือพระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ขอให้ใช้วิธีการยืมหนังสือไปถ่ายเอกสารเก็บไว้จะเหมาะกว่า เพื่อหนังสือในหอสมุดแห่งชาติจะได้เก็บไว้ใช้ประโยชน์ส่วนรวมต่อไป แม้ว่าขณะนี้ยังไม่พบว่ามีการขโมยหนังสือหรือฉีกหนังสือ แต่ทางหอสมุดฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่บรรณารักษ์ดูแลในพื้นที่ที่เก็บหนังสือเหล่านั้นอย่างใกล้ชิด และให้ผู้ใช้บริการหอสมุดฯ ฝากของทุกอย่างไว้ที่เคาน์เตอร์เพื่อป้องกันปัญหาไว้ก่อน
เตรียมติดกล้องวงจรปิดหอสมุดแห่งชาติ
นายปรารพ เหล่าวานิช รองอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ขณะนี้กรมศิลปากรได้เสนอของบประมาณปี 2552 เพื่อจัดซื้อกล้องวงจรปิดจำนวน 30- 40 ตัว เพื่อติดตั้งในหอสมุดแห่งชาติทุกชั้น ทุกห้อง โดยเฉพาะในจุดล่อแหลมที่มีหนังสือหายากเก็บรักษาไว้ ทั้งนี้ กลุ่มนักเลงหนังสือ และนักเลงภาพ ที่เข้ามาใช้บริการสำนักหอสมุดฯ เจ้าหน้าที่พอจะทราบตัวอยู่แล้ว เพราะทันทีที่มีเหตุการณ์สำคัญๆ เกิดขึ้น คนกลุ่มนี้ก็จะเข้ามาใช้บริการขอสืบค้นในเรื่องนั้นๆ ดังนั้น ในช่วงนี้หอสมุดแห่งชาติ จึงได้จัดเจ้าหน้าที่บรรณารักษ์ และเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เป็นพิเศษ เพื่อเฝ้าดูแลห้องที่เก็บพระนิพนธ์ หนังสือหายาก รวมทั้งในหอจดหมายเหตุที่เก็บพระฉายาลักษณ์พระบรมวงศานุวงศ์ต่างๆ ไว้ด้วย ซึ่งผู้ที่นำเอกสารออกไปจากหอสมุดแห่งชาติฯ นอกจากจะมีความผิดในข้อหาลักทรัพย์แล้ว ยังอาจได้รับโทษหนักกว่านั้นเพราะเอกสารเหล่านี้ถือเป็นสมบัติของชาติ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
