วันที่ 16 มกราคม นายกำจัด รามากุล ผู้อำนวยการสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า อาชีพครูอาจารย์เป็นอาชีพที่ต้องใช้ปากกาไวท์บอร์ดสอนหนังสือ แต่ในห้องเรียนที่ระบบระบายอากาศไม่ดี อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก เพราะหากสูดดมเป็นเวลานานจะส่งผลต่อการกดสร้างเม็ดเลือดขาวและแดง ทำให้ป่วยเป็นโรคโลหิตจาง ไขกระดูกไม่ทำงานจนอาจถึงขั้นเป็นมะเร็งไขกระดูก เนื่องจากในปากกาเคมีมีสารอินทรีย์ระเหยที่มีกลิ่นฉุนชื่อ ไตรคลอโรเอทธิลีน ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับตัวทำละลายที่มีกลิ่นและมีภัยต่อสุขภาพเช่น เบนซิน ทินเนอร์ ฯลฯ และถือว่ามีอันตรายมากกว่าการใช้ชอล์กเขียนกระดานนายกำจัดกล่าวว่า ตามค่ามาตรฐานสากลระบุว่าในสถานที่ทำงานห้ามมีสารดังกล่าวเกิน 10 ส่วนในล้านส่วน ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากการใช้เครื่องมือเท่านั้น หากครูหรือนักเรียน หรือเจ้าของสถานศึกษาสงสัยปริมาณสารดังกล่าวในห้องเรียนว่าจะเป็นอันตรายหรือไม่ สามารถติดต่อให้เจ้าหน้าที่สำนักฯเข้าไปตรวจสอบได้ ขณะที่วิธีการป้องกันสามารถทำได้โดยการปรับปรุงระบบระบายอากาศให้ดี อากาศสามารถหมุนเวียนได้ หรือหากเป็นห้องปรับอากาศจำเป็นต้องเปิดระบายอากาศทุกๆ 60 นาที โดยเปิดระบายอากาศเป็นเวลานาน 10 นาที
นายกำจัดกล่าวว่า ส่วนการใช้ชอล์กเขียนกระดาน แม้ในประเทศไทยก็ยังไม่มีการศึกษาเรื่องฝุ่นจากผงชอล์กโดยเฉพาะ แต่เชื่อว่ามีขนาดใหญ่กว่า 0.5-5 ไมครอน และเป็นอันตรายต่อสุขภาพเช่นกัน เพราะผงชอล์กมีส่วนประกอบจากแคลเซียมและหินปูน การสูดดมในระยะยาวจะทำให้มีผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ เกิดการระคายเคือง หลอดลมอักเสบ วิธีแก้ไขต้องพยายามอย่าให้ผงชอล์กฟุ้งกระจาย ทั้งเวลาลบกระดาน หรือตบแปรงเพื่อทำความสะอาด ผู้ที่มีโรคประจำตัวเป็นโรคภูมิแพ้ควรให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะฝุ่นชอล์กอาจทำให้โรครุนแรงขึ้น
หน้า 10
ข้อมูลจาก มติชน
