อดีตพนักงานไอทีวี 2 คน เดินทางมาสมัครเป็นพนักงาน THAI PBS ตำแหน่งผู้สื่อข่าว-พิธีกรข่าว โดยบรรยากาศทั่วไป คึกคักกว่าการรับสมัครวันแรก ด้าน"ธีรภัทร์" ระบุ สถานีโทรทัศน์ TPBS จะเป็นสื่อสาธารณะที่มีประโยชน์ต่อประชาชน(17มค.) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเปิดรับสมัครพนักงานสถานีโทรทัศน์ THAI PBS วันที่ 2 ที่กรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์ มีผู้เดินทางมาสมัครกันมากกว่าเมื่อวานนี้ โดยในจำนวนนี้มีอดีตพนักงาน ITV 2 คน ซึ่งได้ลาออกไปเป็นผู้ประกาศข่าวทางสถานีโทรทัศน์ TNN หรือ UBC เดิมได้เดินทางมาสมัครงานด้วยคือ นายชัยรัตน์ ถมยา และ น.ส.ปวีณมัย บ่ายคล้อย ในตำแหน่งผู้สื่ข่าวและพิธีกรข่าว
ขณะที่ล่าสุด นายเทพชัย หย่อง รักษาการ ผอ.สถานีโทรทัศน์ THAI PBS ได้เดินทางมาร่วมประชุมกับคณะกรรมการทั้ง 5 คน โดยยอมรับว่าหากศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉินก็อาจจะกระทบบ้าง แต่ทั้งนี้ขอรอฟังคำสั่งอย่างเป็นทางการก่อนจะหาแนวทางดำเนินการต่อไป
ด้านายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจัดตั้งสถานีโทรทัศน์สาธารณะ TPBS จะมีประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแน่นอน เพราะเนื้อหาของรายการจะเป็นเนื้อหาที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการของประชาชน ในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคม
ทั้งนี้ สถานีโทรทัศน์ TPBS มีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งขึ้นมาเพื่อให้เป็นสถานีที่บริการข้อมูลข่าวสาร และรายการบันเทิงที่เน้นในเรื่องเนื้อหาสาระ และองค์ความรู้ โดยอาศัยความสามารถของคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นมารับผิดชอบกำกับดูแลและการดำเนินงานของสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ เชื่อว่าในอนาคตจะเป็นประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามจะต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยงบประมาณ และความสามารถของผู้ผลิตข่าวและรายการ ซึ่งจะต้องมีงบประมาณอย่างเพียงพอด้วย
นายธีรภัทร์ กล่าวอีกว่า สำหรับพระราชบัญญัติกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ. 2550 ที่จะประกาศและมีผลบังคับใช้ในเร็วๆวันนี้ เป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อจัดระบบ ระเบียบสื่อวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ เคเบิ้ลทีวี และทีวีดาวเทียม ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เมื่อมีผลบังคับใช้ สามารถดำเนินการได้ทันที โดยมีคณะกรรมการและอนุกรรมการขึ้นมาทำหน้าที่รับผิดชอบในการจัดระเบียบที่ชัดเจน โดยเฉพาะสถานีวิทยุชุมชน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 5,000 สถานี จะนำเข้าสู่ระบบ และจัดเก็บรายได้เข้าชุมชนและท้องถิ่น เพื่อช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมต่อไป นอกจากนั้นกฎหมายฉบับนี้ จะมีผลต่อการควบคุมดูแลเนื้อหาสาระของรายการ โดยแบ่งสัดส่วนเวลา สาระและบันเทิงที่เหมาะสม เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปสื่อ เพื่อการพัฒนาชุมชนและสังคมต่อไปด้วย และกฎหมายฉบับนี้จะมีผลในการเข้าไปกำกับดูแลสื่อของรัฐด้วย
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
