แม้จะถ่อมตัวอยู่เสมอว่า ตนเองเป็นเพียงคนจากบ้านป่า จ.กาญจนบุรี ที่ในวัยเด็กหาหนังสืออ่านเพิ่มเติมความรู้ได้ค่อนข้างยาก บางครั้งต้องอาศัยอ่านจากถุงกล้วยแขก มานะบากบั่นจนเรียนจบปริญญาแพทยศาสตร์เกียรตินิยม พร้อมรางวัลเหรียญทอง ในฐานะที่ได้คะแนนเป็นที่หนึ่งตลอดหลักสูตร จากคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาลรับราชการเรื่อยมา อาทิ อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาและวางแผน มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานทางการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นต้น ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาศูนย์ประสานงานทางการแพทย์และสาธารณสุข
และแทบทุกครั้งยามที่บ้านเมืองเกิดความระส่ำระส่าย ราษฎรอาวุโส วัย 75 ปี ศ.น.พ.ประเวศ วะสี ต้องออกมาเตือนสติคนในสังคมอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นร้อนด้านการเมือง ด้านสาธารณสุขและสังคม มากว่า 20 ปี นับแต่ครั้งที่ร่วมกับ ศ.ระพี สาคริก และ ศ.เสน่ห์ จามริก ออกแถลงการณ์ร่วมเพื่อสร้างความสมานฉันท์ ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี 2535
อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ได้ออกมาเตือนสังคมให้ ระวังการนองเลือด จากกลุ่มผู้ชุมนุมหลายกลุ่ม และอาจจะเข้าสู่ กลียุค เหมือนเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่มีเหตุนองเลือดและฆ่ากันตาย จึงแนะนำให้ทุกฝ่ายที่ขัดแย้งกัน สร้างกรอบกติกาตกลงร่วมกัน ในการชุมนุมให้รู้ว่า การชุมนุมระดับไหนจึงสามารถทำได้ แบบไหนที่เรียกว่า ล้ำเส้น แล้วประกาศให้สาธารณชนรับรู้และเป็นผู้ตัดสินว่า ฝ่ายใดไม่ทำตามกรอบที่ตกลงร่วมกันไว้
นั่นเป็นคำเตือนในแง่ของการเมือง ล่าสุด บนเวทีสัมมนา กองทุนสนับสนุนการพัฒนาสังคม : กลไกเพื่อสังคมเข้มแข็ง เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2550 นับเป็นอีกครั้งหนึ่ง ซึ่ง คม ชัด ลึก เห็นว่าข้อเสนอทางด้านสังคมของราษฎรอาวุโสท่านนี้น่าสนใจยิ่ง และอาจจะช่วยลดปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยปัจจุบันได้บ้าง
ศ.น.พ.ประเวศ กระตุ้นเตือนสังคมไทยว่า การที่ประเทศไทยยังแก้ปัญหาสังคมไม่ได้ เนื่องจากโครงสร้างสังคมไทยเป็นโครงสร้างแนวดิ่ง คือ ผู้มีอำนาจอยู่ด้านบน ขณะที่ประชาชนอยู่ด้านล่าง จึงขาดความ เสมอภาพ และ ภราดรภาพ ทำให้คนที่อยู่ด้านบน โกงมาก คนข้างล่างก็ต้อง แก้แค้น เมื่อถูกบับคั้น มีพฤติกรรม วิ่งเส้น เต้นสาย นินทา ออกใบปลิวต่อต้าน และ แทงข้างหลัง ถ้าสังคมไทยยังคงสัมพันธ์กันแต่ แนวดิ่ง ขาด แนวราบ มุ่ง รักตนเอง แต่ ไม่รักเพื่อนบ้าน ความขัดแย้งก็จะไม่ยุติ
การแก้ปัญหาต่างๆ ในสังคมไทย ต้องกระตุ้นให้ประชาชนร่วมคิด ร่วมกันแก้ปัญหาทุกเรื่อง เกิดการผนึกกำลังร่วมกัน จะก่อเป็นโครงสร้างแนวราบหรือประชาสังคมเต็มพื้นที่ ทำให้การเมือง เศรษฐกิจ และศีลธรรมดีขึ้น ศ.น.พ.ประเวศ ชี้ทางออกสังคมไทย
ซึ่งการจะดำเนินการเช่นนี้ ไม่อาจกระทำได้ภายใต้ระบบราชการ ศ.น.พ.ประเวศ จึงสนับสนุนให้มีการจัดตั้ง กองทุนสนับสนุนการพัฒนาสังคม ที่มีการเสนอให้ขึ้นภาษีสุราและยาสูบเพิ่มอีก 3% จะทำให้มีเงินประมาณ 3,000 ล้านบาท นำเข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานด้านสังคมของกองทุน ด้วยการสนับสนุนโครงการด้านสังคมที่จะมีประชาชนเสนอเข้ามา คล้ายการทำงานของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ไม่เพียงเท่านี้ ศ.น.พ.ประเวศ ยังเตือนประชาชนไทยในแง่ของสาธารณสุข ไม่ให้หลงกล บริษัทยาข้ามชาติ ด้วยการหยิบยกงานวิจัยของคอลัมนิสต์นิตยสารทางการแพทย์คนหนึ่งในสหรัฐอเมริกา มาบอกกล่าวให้รู้ว่า การที่บริษัทยาอ้างอยู่เสมอว่า ทำงานเพื่อประชาชน และที่ต้องขายยาในราคาแพง เพราะต้องลงทุนวิจัยมากนั้น ไม่เป็นความจริง
งานวิจัยชิ้นนี้ พบว่า 1.ที่บริษัทยาอ้างถึงต้องใช้งบประมาณในการวิจัยมากนั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากงานวิจัยส่วนใหญ่กระทำโดยมหาวิทยาลัย ด้วยการใช้ภาษีราษฎร บริษัทยานำมาพัฒนาต่อนิดเดียวเท่านั้น
2.เงินเดือนของซีอีโอบริษัทสูงเกินไป 3.มุ่งกำไรมากเกินไป 4.ล็อบบี้นักการเมือง เพื่อให้รักษาราคายาที่แพงไว้ 5.ล็อบบี้เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ไม่ให้นำคนที่จะทำให้บริษัทเสียผลประโยชน์เข้ามานั่งในตำแหน่ง 6.ยาที่จะหมดอายุ บริษัทยาจะนำไปดัดแปลงเล็กน้อย แล้วบอกประชาชนว่าเป็นยาตัวใหม่ จึงถือโอกาสขึ้นราคายา และ 7.ทำให้ประชาชนต้องใช้ยาที่มีราคาแพง
คำแนะนำและความรู้ในหลายๆ ด้านที่ ศ.น.พ.ประเวศ วะสี นำมาเสนอต่อประชาชนไทยหลายต่อหลายครั้ง คงไม่เกิดประโยชน์หากไร้ซึ่งคนสนใจและนำไปศึกษา ทำความเข้าใจ เพื่อใช้ประกอบตัดสินใจแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศได้เป็นผลสำเร็จ
0 พวงชมพู ประเสริฐ 0
เบิร์บ...การแก้ปัญหาต่างๆ ในสังคมไทย ต้องกระตุ้นให้ประชาชนร่วมคิด ร่วมกันแก้ปัญหาทุกเรื่อง เกิดการผนึกกำลังร่วมกัน จะก่อเป็นโครงสร้างแนวราบ หรือประชาสังคมเต็มพื้นที่ ทำให้การเมือง เศรษฐกิจ และศีลธรรมดีขึ้น
รูป ไอดี 565691-565716
--
แม้จะถ่อมตัวอยู่เสมอว่า ตนเองเป็นเพียงคนจากบ้านป่า จ.กาญจนบุรี ที่ในวัยเด็กหาหนังสืออ่านเพิ่มเติมความรู้ได้ค่อนข้างยาก บางครั้งต้องอาศัยอ่านจากถุงกล้วยแขก มานะบากบั่นจนเรียนจบปริญญาแพทยศาสตร์เกียรตินิยม พร้อมรางวัลเหรียญทอง ในฐานะที่ได้คะแนนเป็นที่หนึ่งตลอดหลักสูตร จากคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล
รับราชการเรื่อยมา อาทิ อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาและวางแผน มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานทางการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นต้น ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาศูนย์ประสานงานทางการแพทย์และสาธารณสุข
และแทบทุกครั้งยามที่บ้านเมืองเกิดความระส่ำระส่าย ราษฎรอาวุโส วัย 75 ปี ศ.น.พ.ประเวศ วะสี ต้องออกมาเตือนสติคนในสังคมอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นร้อนด้านการเมือง ด้านสาธารณสุขและสังคม มากว่า 20 ปี นับแต่ครั้งที่ร่วมกับ ศ.ระพี สาคริก และ ศ.เสน่ห์ จามริก ออกแถลงการณ์ร่วมเพื่อสร้างความสมานฉันท์ ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี 2535
อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ได้ออกมาเตือนสังคมให้ ระวังการนองเลือด จากกลุ่มผู้ชุมนุมหลายกลุ่ม และอาจจะเข้าสู่ กลียุค เหมือนเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่มีเหตุนองเลือดและฆ่ากันตาย จึงแนะนำให้ทุกฝ่ายที่ขัดแย้งกัน สร้างกรอบกติกาตกลงร่วมกัน ในการชุมนุมให้รู้ว่า การชุมนุมระดับไหนจึงสามารถทำได้ แบบไหนที่เรียกว่า ล้ำเส้น แล้วประกาศให้สาธารณชนรับรู้และเป็นผู้ตัดสินว่า ฝ่ายใดไม่ทำตามกรอบที่ตกลงร่วมกันไว้
นั่นเป็นคำเตือนในแง่ของการเมือง ล่าสุด บนเวทีสัมมนา กองทุนสนับสนุนการพัฒนาสังคม : กลไกเพื่อสังคมเข้มแข็ง เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2550 นับเป็นอีกครั้งหนึ่ง ซึ่ง คม ชัด ลึก เห็นว่าข้อเสนอทางด้านสังคมของราษฎรอาวุโสท่านนี้น่าสนใจยิ่ง และอาจจะช่วยลดปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยปัจจุบันได้บ้าง
ศ.น.พ.ประเวศ กระตุ้นเตือนสังคมไทยว่า การที่ประเทศไทยยังแก้ปัญหาสังคมไม่ได้ เนื่องจากโครงสร้างสังคมไทยเป็นโครงสร้างแนวดิ่ง คือ ผู้มีอำนาจอยู่ด้านบน ขณะที่ประชาชนอยู่ด้านล่าง จึงขาดความ เสมอภาพ และ ภราดรภาพ ทำให้คนที่อยู่ด้านบน โกงมาก คนข้างล่างก็ต้อง แก้แค้น เมื่อถูกบับคั้น มีพฤติกรรม วิ่งเส้น เต้นสาย นินทา ออกใบปลิวต่อต้าน และ แทงข้างหลัง ถ้าสังคมไทยยังคงสัมพันธ์กันแต่ แนวดิ่ง ขาด แนวราบ มุ่ง รักตนเอง แต่ ไม่รักเพื่อนบ้าน ความขัดแย้งก็จะไม่ยุติ
การแก้ปัญหาต่างๆ ในสังคมไทย ต้องกระตุ้นให้ประชาชนร่วมคิด ร่วมกันแก้ปัญหาทุกเรื่อง เกิดการผนึกกำลังร่วมกัน จะก่อเป็นโครงสร้างแนวราบหรือประชาสังคมเต็มพื้นที่ ทำให้การเมือง เศรษฐกิจ และศีลธรรมดีขึ้น ศ.น.พ.ประเวศ ชี้ทางออกสังคมไทย
ซึ่งการจะดำเนินการเช่นนี้ ไม่อาจกระทำได้ภายใต้ระบบราชการ ศ.น.พ.ประเวศ จึงสนับสนุนให้มีการจัดตั้ง กองทุนสนับสนุนการพัฒนาสังคม ที่มีการเสนอให้ขึ้นภาษีสุราและยาสูบเพิ่มอีก 3% จะทำให้มีเงินประมาณ 3,000 ล้านบาท นำเข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานด้านสังคมของกองทุน ด้วยการสนับสนุนโครงการด้านสังคมที่จะมีประชาชนเสนอเข้ามา คล้ายการทำงานของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ไม่เพียงเท่านี้ ศ.น.พ.ประเวศ ยังเตือนประชาชนไทยในแง่ของสาธารณสุข ไม่ให้หลงกล บริษัทยาข้ามชาติ ด้วยการหยิบยกงานวิจัยของคอลัมนิสต์นิตยสารทางการแพทย์คนหนึ่งในสหรัฐอเมริกา มาบอกกล่าวให้รู้ว่า การที่บริษัทยาอ้างอยู่เสมอว่า ทำงานเพื่อประชาชน และที่ต้องขายยาในราคาแพง เพราะต้องลงทุนวิจัยมากนั้น ไม่เป็นความจริง
งานวิจัยชิ้นนี้ พบว่า 1.ที่บริษัทยาอ้างถึงต้องใช้งบประมาณในการวิจัยมากนั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากงานวิจัยส่วนใหญ่กระทำโดยมหาวิทยาลัย ด้วยการใช้ภาษีราษฎร บริษัทยานำมาพัฒนาต่อนิดเดียวเท่านั้น
2.เงินเดือนของซีอีโอบริษัทสูงเกินไป 3.มุ่งกำไรมากเกินไป 4.ล็อบบี้นักการเมือง เพื่อให้รักษาราคายาที่แพงไว้ 5.ล็อบบี้เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ไม่ให้นำคนที่จะทำให้บริษัทเสียผลประโยชน์เข้ามานั่งในตำแหน่ง 6.ยาที่จะหมดอายุ บริษัทยาจะนำไปดัดแปลงเล็กน้อย แล้วบอกประชาชนว่าเป็นยาตัวใหม่ จึงถือโอกาสขึ้นราคายา และ 7.ทำให้ประชาชนต้องใช้ยาที่มีราคาแพง
คำแนะนำและความรู้ในหลายๆ ด้านที่ ศ.น.พ.ประเวศ วะสี นำมาเสนอต่อประชาชนไทยหลายต่อหลายครั้ง คงไม่เกิดประโยชน์หากไร้ซึ่งคนสนใจและนำไปศึกษา ทำความเข้าใจ เพื่อใช้ประกอบตัดสินใจแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศได้เป็นผลสำเร็จ
0 พวงชมพู ประเสริฐ 0
เบิร์บ...การแก้ปัญหาต่างๆ ในสังคมไทย ต้องกระตุ้นให้ประชาชนร่วมคิด ร่วมกันแก้ปัญหาทุกเรื่อง เกิดการผนึกกำลังร่วมกัน จะก่อเป็นโครงสร้างแนวราบ หรือประชาสังคมเต็มพื้นที่ ทำให้การเมือง เศรษฐกิจ และศีลธรรมดีขึ้น
รูป ไอดี 565691-565716
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
