ไลฟ์สไตล์ของเด็กไทยมีแตกต่างกันไป บางคนชอบอ่านหนังสือ บางคนชอบเที่ยว ดูหนัง ฟังเพลง หากิจกรรมที่ชื่นชอบทำกันไป แต่เด็กบางคนที่ไม่มีเงินทองเที่ยวเตร่มากนัก พอมีเวลาว่างปุ๊บเป็นต้อง หา รายได้เสริม เพื่อเป็นทุนเลี้ยงชีพ หรือทุนการศึกษาต่อไปอีกอาชีพเสริมที่ดูเป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักศึกษา และยังเป็นที่นิยมของบรรดาผู้ซื้อ แถมยังแพร่หลายภายในเวลาอันรวดเร็ว นั่นคือทำ โปสการ์ดทำมือ ขาย
ภาพสวยๆ น่ารักที่มาจากฝีมือคนถ่าย ภาพที่สื่อความหมายให้กับผู้รับ กลายเป็นที่นิยมสำหรับเหล่าวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา จนกระทั่งวัยทำงาน ที่ต้องขอจับจองโปสการ์ดสักใบ 2 ใบ แต่ละใบมีลวดลายสะดุดตา ยังกับนักออกแบบ หรือช่างถ่ายภาพมืออาชีพทำเสียเอง
นายพณ อักษรจิต นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่กำลังขะมักเขม้นขายโปสการ์ดให้กับลูกค้าหลากหลายวัยที่มายืนออหน้าแผงที่มีเพียงตะแกรงแขวนโปสการ์ด โดยใช้ไม้ค้ำยันให้ตั้ง
นายพณบอกว่า ตอนแรกไม่คิดที่จะทำโปสการ์ดขายเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก ต้องเตรียมกระดาษ เตรียมกล้อง เลือกรูปมาทำอีก จึงรู้สึกเฉยๆ
ตอนหลังมีโอกาสไปเดินตลาดนัด เห็นโปสการ์ดที่นักศึกษานำมาขาย รู้สึกถึงเสน่ห์ของโปสการ์ด รู้สึกถึงความสวยด้วย และประจวบเหมาะที่ได้เรียนถ่ายภาพพอดี ทำให้รู้ว่าเป็นคนชอบถ่ายภาพมากๆ จึงอยากทำโปสการ์ด ทำเป็นรายได้เสริมให้กับตัวเอง นักศึกษาหันมาทำกันมากขึ้นด้วย เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยาก แถมยังได้อวดผลงานของตัวเองอีกด้วย
พอหนุ่มน้อยหน้าใสเล่าที่มาการทำโปสการ์ดแล้ว จึงสอนวิธีทำโปสการ์ดที่ง่ายแสนง่ายอีกด้วย มีเพียงรูปถ่ายที่เตรียมไว้ ไม่ว่าจะเป็นรูปที่ถ่ายเอง หรือรูปที่ทำขึ้นมาใหม่จากลายกราฟิคต่างๆ ทางที่ดีควรร่างแบบไว้คร่าวๆ หากต้องการทำรูปจากกราฟิคต่างๆ จะได้ไม่ยุ่งยาก ไม่ว่าจะเป็นรูปถ่าย หรือรูปที่ทำขึ้นเอง กำหนดขนาดให้ได้ประมาณ 4x6 นิ้ว แล้วตัดกระดาษแข็งให้มีขนาด 4x6 นิ้ว เช่นกัน จากนั้นใช้กาวน้ำ หรือกาวแท่งทาด้านหลังของภาพ และบนกระดาษแข็ง เอามาประกบกันปรับมุมให้ได้พอดี โดยใช้นิ้วกรีดให้ติดกันจนดูเป็นเนื้อเดียวกัน ทิ้งให้แห้ง เท่านี้ก็ได้โปสการ์ดแล้ว
นายพณบอกอีกว่า โปสการ์ดที่ทำ เพียงลงทุนซื้อกระดาษ และค่าพรินท์ แต่ถ้าเป็นรูปถ่ายฝีมือเราเองต้องยอมเสียค่าพรินท์รูปที่ร้าน หากมีเครื่องพรินท์เองก็เสียเป็นค่ากระดาษไป เสร็จแล้วเอาไปขายในราคาใบละ 5-20 บาท ราคาแล้วแต่ขนาด
ส่วนใหญ่ที่ทำจะเป็นขนาด 4x6 นิ้ว แต่ก่อนคนไม่ค่อยนิยม เพราะมองว่าเป็นการสิ้นเปลืองตอนนี้คนหันมานิยมโปสการ์ดมากขึ้น คนทำก็จะเพิ่มลูกเล่น อย่างรูปที่ถ่ายเองจะใช้โฟโต้ช็อปแต่งภาพ และเขียนข้อความที่สื่อความหมายลงบนภาพเหล่านั้น เพื่อไม่ให้โปสการ์ดเกิดลายซ้ำซากจำเจ คนซื้อก็สามารถเลือกลายที่ชื่นชอบได้มากขึ้น ซึ่งลายส่วนใหญ่ที่ขายดี คือ ภาพที่ให้อารมณ์สื่อความหมายในอารมณ์ต่างๆ ทั้งเหงา คิดถึง ห่วงใย และภาพสัตว์ต่างๆ โดยผมจะชอบภาพที่ถ่ายด้วยฝีมือตัวเอง มันเพิ่มคุณค่ามากยิ่งขึ้น หากคนที่ซื้อชอบ และนำไปเขียนส่งให้คนพิเศษ
น.ส.นิรมล สกุลนา นักศึกษาวัย 19 ปี ที่กำลังง่วนเลือกโปสการ์ดอยู่นั้น บอกว่า ชอบโปสการ์ดที่เป็นแบบถ่ายภาพเอง เพราะมันให้ความหมายได้ดีกว่ารูปที่ทำขึ้นมาใหม่
ส่วนใหญ่ซื้อแล้วจะเขียนข้อความดีๆ ส่งให้เพื่อน คนพิเศษ ให้ได้ทั้งวันเกิด วันครบรอบ เทศกาลต่างๆ ราคาก็ไม่แพงด้วย แถมภาพก็สวย เนื้อกระดาษที่ใช้ก็เป็นกระดาษมัน ไม่ใช่กระดาษบางๆ ขาดๆ เวลาส่งจึงไม่กลัวว่าจะยับ หรือขาด กลายเป็นของสะสมแบบใหม่ไปด้วย ซึ่งทุกอาทิตย์จะมาดูว่ามีลายหรือแบบใหม่ๆ มาหรือไม่ก็จะซื้อสะสมไว้
เพราะความสร้างสรรค์ของเด็กไทยที่มีมากจึงทำให้เกิดผลงานต่างๆ ขึ้นมากมาย
หน้า 36
ข้อมูลจาก มติชน
