เป็นเวลา 25 ปีที่สถาบันส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ ทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กที่ประสบวิกฤตชีวิต เนื่องในโอกาสที่องค์อุปถัมภ์สมาคมฯ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงเจริญพระชันษา 50 ปี ในปี 2550 สมาคมได้จัดงาน 25 ปี สมาคมส่งเสริมสตรีฯ ที่โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทาราแกรนด์ โดยได้รับพระกรุณาจากองค์อุปถัมภ์สมาคมฯ เสด็จเป็นประธานนางสุธีรา วิจิตรานนท์ นายกสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ บอกว่า ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา สมาคมได้ช่วยเหลือผู้หญิงเละเด็กที่ประสบปัญหาต่างๆ ทั้งสิ้นกว่า 50,000 ราย โดยปัจจุบันให้ความช่วยเหลือผู้เดือดร้อนประมาณ 130 คนต่อวัน ส่วนใหญ่ประสบปัญหาความรุนแรงร่างกาย จิตใจ เพศ ทั้งจากการถูกข่มขืน ท้องไม่พร้อม และติดเชื้อเอดส์ โดยจากการช่วยเหลือพบว่า เด็กเล็กถูกล่วงละเมิดมากขึ้น ผู้หญิงท้องไม่พร้อม มีอายุตั้งแต่ 11 ปีขึ้นไป นับเป็นปัญหาที่ยังคงต้องช่วยกันแก้ไขอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้หญิงที่ได้รับ รางวัลผู้หญิงอิสระ จาก 10 สาขาอาชีพที่ดำเนินชีวิตมีคุณภาพ ทำประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งได้รับประทานรางวัลจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ อาทิ นัยนา สุภาพึ่ง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผู้ทุ่มเทเพื่อสิทธิสตรี พญ.ศิริพร กัญชนะ ข้าราชการนักบริหารสาธารณสุขไทย ประทุมพร ทองภูเบศร์ บุคลากรหัวใจมดงาน โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ วนิษา เรซ เจ้าของบริษัท อัจฉริยะสร้างได้ อลิสา พันธุศักดิ์ บุตรสาวเจ้าของบริษัท ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา จำกัด อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550
หนึ่งในผู้รับรางวัล นวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเมืองไทย ประกันภัย จำกัด ที่มารับบทเป็นผู้จัดการทัพนักกีฬาคนพิการหญิงคนแรกของประเทศไทย ในการแข่งขันกีฬาเฟสปิกเกมส์ ครั้งที่ 9 ประเทศมาเลเซีย และอาเซี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 4 ที่จะจัดขึ้นในเดือนมกราคมนี้
ไฮโซสาวบอกว่า เป็นผู้จัดการทีมนักกีฬาพิการมา 3-4 ปี นักกีฬาพิการประเทศไทยมีฝีมือเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย แต่น่าเสียดายที่รัฐบาลยังให้โอกาสพวกเขาน้อยเกินไป จึงหวังว่าในการแข่งขันพาราเกมส์ที่จะถึงนี้ พวกเขาจะพิสูจน์ฝีมือให้ภาครัฐหันมาให้ความสำคัญคนพิการมากขึ้น
ปิดท้ายหญิงแกร่ง อังคณา นีละไพจิตร ประธานคณะทำงานยุติธรรม เพื่อสันติภาพ บอกว่า รางวัลที่ได้เป็นกำลังใจให้ทำงานอย่างเข้มแข็งต่อไป
อังคณาบอกว่า จากการทำงานพบว่า คนไทยยังไม่เห็นความสำคัญของการปกป้องสิทธิส่วนบุคคลมากนัก เมื่อถูกล่วงละเมิดจะคิดเป็นเรื่องบุญกรรม ทั้งที่ความจริงทุกคนมีความเท่าเทียมกัน หากสถานการณ์ก็ยังดีกว่าเมื่อ 20 ปีก่อนที่เมื่อถูกละเมิดจะไม่ลุกขึ้นมาต่อสู้อะไรเลย หวังว่า ในอนาคตคนรุ่นใหม่จะเติบโต เรียนรู้ศักดิ์ศรี และสิทธิความเป็นคนยิ่งขึ้น
แม้จะเป็นผู้หญิงต่างสถานะ ต่างที่มา ต่างสาขาอาชีพ แต่มีใจ ช่วยเหลือสังคม ใจเดียวกัน
หน้า 35
ข้อมูลจาก มติชน
