ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดรับจองวัตถุมงคล พระเสาชิงช้า เพื่อให้ประชาชนได้เช่าไว้บูชาเป็นที่ระลึกเนื่องในงานฉลองเสาชิงช้าใหม่ โดยบรรยากาศการเปิดรับจองเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนให้ความสนใจเดินทางมาจองพระเสาชิงช้าตลอดทั้งวัน โดย กทม.ได้จัด พระเสาชิงช้า ตัวอย่างแบบครบชุดให้ชมด้วย ซึ่งประชาชนที่สั่งจองจะต้องชำระเงินสดทันที และจะเปิดรับพระได้ประมาณเดือนสิงหาคมนี้นายรัฐพล มีธนาถาวร รองปลัด กทม. เปิดเผยว่า กทม.ได้เปิดรับจอง พระเสาชิงช้า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปถึงวันที่ 30 พฤษภาคม ระหว่างเวลา 09.00-17.00 น. ที่ห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการ กทม. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ โดยจะจัดทำเป็นรุ่นแรก และรุ่นเดียวเท่านั้น เพื่อให้ประชาชนได้เช่าไว้บูชาเป็นที่ระลึกเนื่องในงานฉลองเสาชิงช้าใหม่ ซึ่งการเปิดจองวันแรกมียอดจองทั้งหมด 850,000 บาท จาก 500 ใบจอง โดยรุ่นพระตรีมูรติได้รับความนิยมมีการสั่งจองมากที่สุด ประมาณ 500,000 บาท หรือประมาณ 2,500 องค์ ที่เหลือเป็นรุ่นพระศรีศากยมุณี โดยมีนายกานต์ โคมทองสถิตย์ สั่งจองมากที่สุดเป็นเงินทั้งสิ้นเกือบ 70,000 บาท นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคมเป็นต้นไป จะเปิดให้จองที่สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ในวันและเวลาราชการเท่านั้น และตั้งแต่ช่วงสัปดาห์หน้าเป็นต้นไปจะเปิดรับจองผ่านบัญชีธนาคาร และธนาณัติ ซึ่งจะแจ้งรายละเอียดการจองให้ทราบอีกครั้ง สอบถามรายละเอียดได้ โทร.0-2221-2141-69 ต่อ 1423
นายรัฐพลกล่าวว่า สำหรับ พระเสาชิงช้า ที่ กทม.จัดสร้างมีหลายแบบ ประกอบด้วย แบบที่ 1 ด้านหน้าเป็นพระศรีศากยมุนี ด้านหลังเป็นรูปเสาชิงช้าและพระวิหารวัดสุทัศน์ มี 3 แบบพิมพ์คือ รูปสี่เหลี่ยม ขนาด 4x2.7 เซนติเมตร รูปวงกลม ขนาด 3.3 เซนติเมตร และรูปไข่ ขนาด 3.4x2.8 เซนติเมตร ราคาองค์ละ 99 บาท แบบที่ 2 ด้านหน้าเป็นพระตรีมูรติ (ปางยืน) ด้านหลังเป็นเสาชิงช้า ราคาองค์ละ 99 บาท หากสั่งจองเป็นชุด (4 แบบพิมพ์) บรรจุในกล่อง ราคาชุดละ 499 บาท โดยจะจัดสร้างในจำนวนจำกัด คือ 1 ล้านองค์เท่านั้น นอกจากนี้ ยังได้จัดสร้างพระเสาชิงช้าในรูปวงกลมขนาดใหญ่ แบบนูน โดยองค์ที่ด้านหน้าเป็นพระศรีศากยมุนี ราคาองค์ละ 159 บาท ส่วนองค์ที่ด้านหน้าเป็นระตรีมูรติ (ปางนั่ง) แบบปัดทอง และครอบองค์กะไหล่ทองราคาองค์ละ 199 บาท ซึ่งเงินรายได้ทั้งหมดจะเข้ากองทุนบูรณปฏิสังขรณ์เสาชิงช้าต่อไป
ทั้งนี้ ถือเป็นประวัติศาสตร์ของการจัดสร้างวัตถุมงคลที่มีความพิเศษ เพราะพระที่จัดสร้างเป็นพระผงที่ใช้มวลสารที่มีความพิเศษและเป็นมงคล ประกอบด้วย มวลสารจากเสาชิงช้าต้นเก่าและใหม่ มวลสารจากวัดต่างๆ 76 จังหวัด จังหวัดละ 9 วัด และมวลสารจากโอกาสมหามงคล ได้แก่ 60 พรรษามหาราชินี, 72 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, 80 พรรษาสมเด็จย่า และ 72 พรรษามหาราชินี ทั้งนี้ กทม. มีกำหนดจะจัดพิธีพุทธาภิเษกในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ โดยนิมนต์เกจิดังจากทั่วประเทศ จำนวน 99 รูป มาร่วมปลุกเสก ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม.
หน้า 10
ข้อมูลจาก มติชน
