บอร์ดสทศ.เผยมีเด็กม.5 สอบโอเน็ตเกือบ 100 คน ชี้กลุ้มใจไม่รู้จะถือเป็นการสอบโอเน็ตครั้งแรกหรือไม่ พร้อมย้ำให้ทปอ.เป็นผู้ตัดสินในการสอบโอเน็ตของกลุ่มเด็กซิ่ว อ้างทปอ.เป็นผู้นำคะแนนไปใช้ พร้อมแจงปีหน้าไม่มีเด็กตกค้างมาสอบอีกครั้งแน่นอนนายสงบ ลักษณะ ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) กล่าวถึงกรณีที่นายวิจิตร ศรีสอ้าน รมว.ศึกษาธิการ มีความเห็นว่า บอร์ด สทศ.ควรเป็นผู้ชี้ขาดในการสอบของกลุ่มเด็กซิ่ลว่ากลุ่มใดที่ถือเป็นการสอบครั้งแรก เพราะเป็นผู้จัดสอบ ไม่ใช่หน้าที่ของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)นั้นว่า การที่บอร์ด สทศ. มีมติให้ ทปอ.เป็นผู้ตัดสิน เนื่องจาก ทปอ.เป็นผู้นำคะแนนไปใช้ และยังเห็นว่าควรเป็นการตัดสินใจของ ทปอ. ซึ่งจะมีการหารือกันในวันที่ 2 พ.ค.นี้
ประธานบอร์ด สทศ. กล่าวอีกว่า มติของที่ประชุมพิจารณาอย่างรอบคอบ และยืนยันว่า การสอบโอเน็ตเป็นการวัดความรู้ ความสามารถ สัมฤทธิผลของนักเรียนที่จบชั้น ม.6 ในปีการศึกษานั้นๆ เพื่อแสดงข้อมูลผลการเรียน จึงควรเป็นการสอบครั้งเดียว เพราะคนเราจบม.6 ก็แค่ครั้งเดียว ซึ่งเป็นหลักสากล อย่างไรก็ตาม ในการสอบโอเน็ตครั้งแรกเมื่อปี 2548 มีปัญหาเรื่องฐานข้อมูลที่สับสน ทำให้ในปีนี้เกิดเหตุสุดวิสัยที่จะแยกได้ว่าเด็กคนใดเคยสอบโอเน็ตครั้งแรกมาแล้ว หรืออาจตกหล่นไม่ได้สอบโอเน็ตตอนจบม.6 ปีก่อนจริงๆ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะยังประชาสัมพันธ์เรื่องการสอบโอเน็ตไม่ทั่วถึง จึงให้โอกาสเด็กได้สอบ เพราะเห็นว่าการให้โอกาสผู้เรียนน่าจะเป็นกุศล แต่มั่นใจว่าปีหน้าจะไม่ให้คนที่ตกค้างมาสอบอีกครั้งแน่นอน
นายสงบกล่าวต่อไปว่า ในจำนวนผู้สอบโอเน็ตปีนี้ ซึ่งต้องเป็นผู้จบการศึกษาระดับชั้น ม.6 มาสอบ แต่ก็ยังพบว่า มีผู้ที่ยังไม่จบม.6 มาสอบ เช่น กำลังศึกษาชั้นม.5 มาสอบ ตรวจสอบแล้วมีไม่ถึง 100 คน แต่ก็รู้สึกกลุ้มใจว่า การมาสอบปีนี้จะถือว่าเป็นใช้สิทธิสอบโอเน็ตครั้งแรกไปแล้วหรือไม่ ต้องนำเรื่องเข้าหารือใน บอร์ด สทศ.แต่ความเห็นส่วนของตัวคิดว่า ยังไม่ควรนับว่าเป็นการสอบครั้งแรก เพราะยังไม่จบการศึกษาชั้น ม.6 เรื่องนี้อาจเป็นการเข้าใจที่คลาดเคลื่อนระหว่างสถานศึกษาที่ส่งรายชื่อมาให้ สทศ. และเด็กก็เข้าใจผิดคิดว่าต้องสอบ ซึ่งปีหน้าจะไม่ให้คนที่จบก่อนหรือหลัง กลุ่มที่จบ ม.6 ในปีนั้นๆมาสอบโอเน็ตเด็ดขาด ยกเว้นมีเหตุผลจำเป็นทำให้ไม่สามารถสอบพร้อมรุ่นเดียวกันได้ ก็จะรับพิจารณาเป็นรายๆ --
บอร์ดสทศ.เผยมีเด็กม.5 สอบโอเน็ตเกือบ 100 คน ชี้กลุ้มใจไม่รู้จะถือเป็นการสอบโอเน็ตครั้งแรกหรือไม่ พร้อมย้ำให้ทปอ.เป็นผู้ตัดสินในการสอบโอเน็ตของกลุ่มเด็กซิ่ว อ้างทปอ.เป็นผู้นำคะแนนไปใช้ พร้อมแจงปีหน้าไม่มีเด็กตกค้างมาสอบอีกครั้งแน่นอน
นายสงบ ลักษณะ ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) กล่าวถึงกรณีที่นายวิจิตร ศรีสอ้าน รมว.ศึกษาธิการ มีความเห็นว่า บอร์ด สทศ.ควรเป็นผู้ชี้ขาดในการสอบของกลุ่มเด็กซิ่ลว่ากลุ่มใดที่ถือเป็นการสอบครั้งแรก เพราะเป็นผู้จัดสอบ ไม่ใช่หน้าที่ของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)นั้นว่า การที่บอร์ด สทศ. มีมติให้ ทปอ.เป็นผู้ตัดสิน เนื่องจาก ทปอ.เป็นผู้นำคะแนนไปใช้ และยังเห็นว่าควรเป็นการตัดสินใจของ ทปอ. ซึ่งจะมีการหารือกันในวันที่ 2 พ.ค.นี้
ประธานบอร์ด สทศ. กล่าวอีกว่า มติของที่ประชุมพิจารณาอย่างรอบคอบ และยืนยันว่า การสอบโอเน็ตเป็นการวัดความรู้ ความสามารถ สัมฤทธิผลของนักเรียนที่จบชั้น ม.6 ในปีการศึกษานั้นๆ เพื่อแสดงข้อมูลผลการเรียน จึงควรเป็นการสอบครั้งเดียว เพราะคนเราจบม.6 ก็แค่ครั้งเดียว ซึ่งเป็นหลักสากล อย่างไรก็ตาม ในการสอบโอเน็ตครั้งแรกเมื่อปี 2548 มีปัญหาเรื่องฐานข้อมูลที่สับสน ทำให้ในปีนี้เกิดเหตุสุดวิสัยที่จะแยกได้ว่าเด็กคนใดเคยสอบโอเน็ตครั้งแรกมาแล้ว หรืออาจตกหล่นไม่ได้สอบโอเน็ตตอนจบม.6 ปีก่อนจริงๆ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะยังประชาสัมพันธ์เรื่องการสอบโอเน็ตไม่ทั่วถึง จึงให้โอกาสเด็กได้สอบ เพราะเห็นว่าการให้โอกาสผู้เรียนน่าจะเป็นกุศล แต่มั่นใจว่าปีหน้าจะไม่ให้คนที่ตกค้างมาสอบอีกครั้งแน่นอน
นายสงบกล่าวต่อไปว่า ในจำนวนผู้สอบโอเน็ตปีนี้ ซึ่งต้องเป็นผู้จบการศึกษาระดับชั้น ม.6 มาสอบ แต่ก็ยังพบว่า มีผู้ที่ยังไม่จบม.6 มาสอบ เช่น กำลังศึกษาชั้นม.5 มาสอบ ตรวจสอบแล้วมีไม่ถึง 100 คน แต่ก็รู้สึกกลุ้มใจว่า การมาสอบปีนี้จะถือว่าเป็นใช้สิทธิสอบโอเน็ตครั้งแรกไปแล้วหรือไม่ ต้องนำเรื่องเข้าหารือใน บอร์ด สทศ.แต่ความเห็นส่วนของตัวคิดว่า ยังไม่ควรนับว่าเป็นการสอบครั้งแรก เพราะยังไม่จบการศึกษาชั้น ม.6 เรื่องนี้อาจเป็นการเข้าใจที่คลาดเคลื่อนระหว่างสถานศึกษาที่ส่งรายชื่อมาให้ สทศ. และเด็กก็เข้าใจผิดคิดว่าต้องสอบ ซึ่งปีหน้าจะไม่ให้คนที่จบก่อนหรือหลัง กลุ่มที่จบ ม.6 ในปีนั้นๆมาสอบโอเน็ตเด็ดขาด ยกเว้นมีเหตุผลจำเป็นทำให้ไม่สามารถสอบพร้อมรุ่นเดียวกันได้ ก็จะรับพิจารณาเป็นรายๆ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
