ตัวแทนเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีฯ มอบดอกไม้ให้กำลังใจ นพ.มงคล เดินหน้าทำซีแอลยาต้านไวรัสต่อไป ขณะที่เจ้าตัวยืนยันเดินหน้าไม่ล้มเลิก และมั่นใจทำถูกต้องเพราะทำเพื่อคนจนเข้าถึงยาต้านไวรัส พร้อมส่งตัวแทนเจรจากับองค์กรเอกชนและทำความเข้าใจกับวุฒิสมาชิกสหรัฐ วันที่ 8 พ.ค.นี้ ด้านเครือข่ายฯ เดินหน้าตอบโต้การกระทำของสหรัฐ นัดรวมพลพรุ่งนี้ หน้าสถานทูตสหรัฐเมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้ (2 พ.ค.) ตัวแทนเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีแห่งประเทศไทย นำโดย นายวินิจ ภู่ระหงษ์ ประธานเครือข่ายฯ พร้อมด้วยองค์กรอื่นที่เกี่ยวกับผู้ป่วยเอดส์ นำกระเช้าดอกไม้มามอบเป็นกำลังใจ นพ.มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กรณีประเทศไทยเป็นประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ (PWL) โดยอ้างเหตุผลการละเมิดในเรื่องเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ ด้วยการประกาศใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตร (Compulsory Licensing ) หรือการทำซีแอลยา โดยกลุ่มตัวแทนเครือข่ายฯ มากันประมาณ 30 คน เพราะเกรงว่าข่าวดังกล่าวจะทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ถอดใจไม่เดินหน้าต่อการทำซีแอลยาต้านไวรัส
นพ.มงคล กล่าวยืนยันกับผู้ที่มาให้กำลังใจว่า จะไม่ถอดใจไม่ล้มเลิกแน่นอน ต้องเดินหน้าเรื่องนี้ต่อ เนื่องจากการทำซีแอลยาต้านไวรัส เป็นการทำที่ถูกต้องทำเพื่อคนยากจน เข้าถึงยาที่มีราคาแพงได้ และวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ สธ.จะได้ส่งตัวแทนไปลงนามในสัญญาเจรจาซื้อยาร่วมกับประเทศเอเชียอื่น ๆ เพื่อซื้อยาต้านไวรัสในปริมาณมาก กับมูลนิธิคลินตัน ที่สหรัฐ จะได้ราคายาที่ถูก ดังนั้น การดำเนินการนี้ไม่ได้มีประโยชน์ใดเกี่ยวข้อง แต่ทำแบบคิดองค์รวมเพื่อคนยากจน และหวังว่าคนสหรัฐจะเคารพในกติกาและกฎหมาย เพราะคนไทยทำตามกฎหมายไม่น่ามีปัญหาอะไร การไปสหรัฐจะไปเจรจากับองค์กรเอกชน และให้ข้อมูลสร้างความเข้าใจกับวุฒิสมาชิกด้วย เนื่องจากมีข้อมูลผิด ๆ ว่าไทยจะทำซีแอลในยาหลายตัว ความจริงทำเพียงตัวเดียว ยาต้านไวรัสเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวานนี้ นายกรัฐมนตรี ได้แนะนำให้ดูผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากจะทำซีแอลกับยาตัวต่อไป โดยที่ประชุม ครม.ส่วนใหญ่เห็นชอบด้วย
ผมทำเพื่อคนจนทำถูกต้อง ผมเข้าใจว่าระบบการค้าเสรี คนได้เปรียบย่อมมีอำนาจเหนือกว่า แต่ก็มีคนจำนวนมากในโลกนี้ที่มีความเป็นธรรมและเห็นใจประเทศที่มีคนยากจน นพ.มงคล กล่าว
นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทย เรียกร้องให้รัฐบาลแสดงท่าทีชัดเจนในการสนับสนุนการใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตร เพราะเป็นมาตรการที่ไม่แปลกใหม่ในโลกนี้ ในอดีตอินโดนีเซีย และมาเลเซีย เคยบังคับใช้มาแล้ว และในแผนดังกล่าว ต้องใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรกับยา 3 ตัว คือ ยาโรคหัวใจ และยาต้านโรคเอดส์อีก 2 ตัว แต่ขณะนี้เราใช้กับยาต้านโรคเอดส์เพียงตัวเดียวเท่านั้น ดังนั้น รัฐบาลไทยจะต้องเข้มแข็ง ไม่ต้องกลัวถูกตอบโต้ด้วยการตัดจีเอสพี เพราะนั่นคือการขู่ ต้องถือว่ายาเป็นสินค้าที่ต้องมีเรื่องคุณธรรมเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะชีวิตของผู้ป่วย และควรดึงประเทศที่โดนมาตรการนี้เหมือนกันให้มาร่วมกันต่อสู้
นอกจากนี้ ในวันพรุ่งนี้ (3 พ.ค.) เวลา 10.00 น.เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีฯ และองค์กรพัฒนาเอกชนด้านเอดส์ ประมาณ 50 คน เตรียมเคลื่อนไหวที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย บริเวณถนนวิทยุ เพื่อตอบโต้การกระทำของสหรัฐ พร้อมเดินหน้าสนับสนุนให้รัฐบาลไทยใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิช่วยชีวิตประชาชนต่อไป.--
ตัวแทนเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีฯ มอบดอกไม้ให้กำลังใจ นพ.มงคล เดินหน้าทำซีแอลยาต้านไวรัสต่อไป ขณะที่เจ้าตัวยืนยันเดินหน้าไม่ล้มเลิก และมั่นใจทำถูกต้องเพราะทำเพื่อคนจนเข้าถึงยาต้านไวรัส พร้อมส่งตัวแทนเจรจากับองค์กรเอกชนและทำความเข้าใจกับวุฒิสมาชิกสหรัฐ วันที่ 8 พ.ค.นี้ ด้านเครือข่ายฯ เดินหน้าตอบโต้การกระทำของสหรัฐ นัดรวมพลพรุ่งนี้ หน้าสถานทูตสหรัฐ
เมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้ (2 พ.ค.) ตัวแทนเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีแห่งประเทศไทย นำโดย นายวินิจ ภู่ระหงษ์ ประธานเครือข่ายฯ พร้อมด้วยองค์กรอื่นที่เกี่ยวกับผู้ป่วยเอดส์ นำกระเช้าดอกไม้มามอบเป็นกำลังใจ นพ.มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กรณีประเทศไทยเป็นประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ (PWL) โดยอ้างเหตุผลการละเมิดในเรื่องเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ ด้วยการประกาศใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตร (Compulsory Licensing ) หรือการทำซีแอลยา โดยกลุ่มตัวแทนเครือข่ายฯ มากันประมาณ 30 คน เพราะเกรงว่าข่าวดังกล่าวจะทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ถอดใจไม่เดินหน้าต่อการทำซีแอลยาต้านไวรัส
นพ.มงคล กล่าวยืนยันกับผู้ที่มาให้กำลังใจว่า จะไม่ถอดใจไม่ล้มเลิกแน่นอน ต้องเดินหน้าเรื่องนี้ต่อ เนื่องจากการทำซีแอลยาต้านไวรัส เป็นการทำที่ถูกต้องทำเพื่อคนยากจน เข้าถึงยาที่มีราคาแพงได้ และวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ สธ.จะได้ส่งตัวแทนไปลงนามในสัญญาเจรจาซื้อยาร่วมกับประเทศเอเชียอื่น ๆ เพื่อซื้อยาต้านไวรัสในปริมาณมาก กับมูลนิธิคลินตัน ที่สหรัฐ จะได้ราคายาที่ถูก ดังนั้น การดำเนินการนี้ไม่ได้มีประโยชน์ใดเกี่ยวข้อง แต่ทำแบบคิดองค์รวมเพื่อคนยากจน และหวังว่าคนสหรัฐจะเคารพในกติกาและกฎหมาย เพราะคนไทยทำตามกฎหมายไม่น่ามีปัญหาอะไร การไปสหรัฐจะไปเจรจากับองค์กรเอกชน และให้ข้อมูลสร้างความเข้าใจกับวุฒิสมาชิกด้วย เนื่องจากมีข้อมูลผิด ๆ ว่าไทยจะทำซีแอลในยาหลายตัว ความจริงทำเพียงตัวเดียว ยาต้านไวรัสเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวานนี้ นายกรัฐมนตรี ได้แนะนำให้ดูผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากจะทำซีแอลกับยาตัวต่อไป โดยที่ประชุม ครม.ส่วนใหญ่เห็นชอบด้วย
ผมทำเพื่อคนจนทำถูกต้อง ผมเข้าใจว่าระบบการค้าเสรี คนได้เปรียบย่อมมีอำนาจเหนือกว่า แต่ก็มีคนจำนวนมากในโลกนี้ที่มีความเป็นธรรมและเห็นใจประเทศที่มีคนยากจน นพ.มงคล กล่าว
นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทย เรียกร้องให้รัฐบาลแสดงท่าทีชัดเจนในการสนับสนุนการใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตร เพราะเป็นมาตรการที่ไม่แปลกใหม่ในโลกนี้ ในอดีตอินโดนีเซีย และมาเลเซีย เคยบังคับใช้มาแล้ว และในแผนดังกล่าว ต้องใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรกับยา 3 ตัว คือ ยาโรคหัวใจ และยาต้านโรคเอดส์อีก 2 ตัว แต่ขณะนี้เราใช้กับยาต้านโรคเอดส์เพียงตัวเดียวเท่านั้น ดังนั้น รัฐบาลไทยจะต้องเข้มแข็ง ไม่ต้องกลัวถูกตอบโต้ด้วยการตัดจีเอสพี เพราะนั่นคือการขู่ ต้องถือว่ายาเป็นสินค้าที่ต้องมีเรื่องคุณธรรมเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะชีวิตของผู้ป่วย และควรดึงประเทศที่โดนมาตรการนี้เหมือนกันให้มาร่วมกันต่อสู้
นอกจากนี้ ในวันพรุ่งนี้ (3 พ.ค.) เวลา 10.00 น.เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีฯ และองค์กรพัฒนาเอกชนด้านเอดส์ ประมาณ 50 คน เตรียมเคลื่อนไหวที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย บริเวณถนนวิทยุ เพื่อตอบโต้การกระทำของสหรัฐ พร้อมเดินหน้าสนับสนุนให้รัฐบาลไทยใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิช่วยชีวิตประชาชนต่อไป.
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
