นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า สำนักระบาดวิทยารายงานสถานการณ์โรคไข้สมองอักเสบ (Encephalitis) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-วันที่ 21 พฤศจิกายน 2550 ทั่วประเทศพบผู้ป่วย 337 ราย เป็นคนไทย 326 ราย อีก 11 ราย เป็นแรงงานหรือผู้อพยพต่างชาติ ใน 23 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ แมฮ่องสอน พะเยา เพชรบูรณ์ พิจิตร หนองบัวลำภู อุดรธานี มุกดาหาร นครพนม สกลนคร ชัยภูมิ นครราชสีมา นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม ราชบุรี ชลบุรี สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง กระบี่ นราธิวาส สงขลา เสียชีวิตทั้งหมด 24 รายโรคดังกล่าว เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัส มีความรุนแรงสูง และมีอัตราป่วยตายสูงประมาณร้อยละ 10-20 ที่สำคัญผู้ที่รอดชีวิตอาจเกิดการพิการภายหลังการรักษา ปีที่ผ่านมาพบผู้ป่วยเป็นโรคส่วนใหญ่อายุต่ำกว่า 15 ปี จึงกำชับให้ทุกจังหวัดฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบให้เด็กตามเกณฑ์อายุที่กำหนด และให้ความรู้ในการป้องกันโรค นพ.ปราชญ์กล่าว
นพ.ธวัช สุนทราจารย์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคไข้สมองอักเสบ เกิดจากการอักเสบของเนื้อสมองทั่วไป หรือเฉพาะบางส่วนจากการติดเชื้อไวรัสหลายชนิด แต่ที่พบมากในประเทศไทยร้อยละ 80 คือเชื้อไวรัสเจอี (JE:Japanese Encephalitis) พบบ่อยในฤดูฝน โดยเชื้อจะอยู่ในลูกหมูช่วงเวลาสั้นๆ มียุงรำคาญเป็นพาหะ ยุงเพาะพันธุ์ในทุ่งนาที่มีน้ำเจิ่งนอง เมื่อกัดสัตว์ที่มีเชื้อมาแพร่จากสัตว์ตัวหนึ่งไปอีกตัว แต่หากบังเอิญกัดคนจะทำให้คนติดเชื้อ ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ แต่จะมีจำนวนหนึ่งที่เชื้อจะกระจายไปที่สมอง ทำให้มีไข้สูง ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร กลัวแสง คอแข็ง ชัก ซึม และอาจโคม่า โดยมีอัตราตายสูงถึง 1 ใน 3 คน การป้องกันโรคคือ ฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อโรคไข้สมองอักเสบเจอี โดยฉีดให้แก่เด็กทุกคน 3 เข็ม ครั้งแรกฉีดอายุ 1 ปีครึ่ง-2 ปี ครั้งที่ 2 ห่างจากเข็มแรกประมาณ 1-2 สัปดาห์ และครั้งที่ 3 เป็นการฉีดกระตุ้นอายุ 2 ปีครึ่ง-3 ปี
หน้า 10
ข้อมูลจาก มติชน
