เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ภายหลังประชุมคณะกรรมการร่วมระหว่างกระทรวงสาธารณสุข และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ประกอบด้วย นายพระนาย สุวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการ ศอ.บต. นพ.สุวัจน์ เฑียรทอง รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี ผู้ตรวจราชการ ผู้บริหารวิทยาลัยพยาบาล และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) ในพื้นที่ ได้แก่ จ.นราธิวาส ยะลา ปัตตานี สงขลา และสตูล ที่ประชุมได้หารือมาตรการการผลิตพยาบาล 3,000 คน เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพยาบาลในจังหวัดชายแดนใต้ และเปิดโอกาสให้เยาวชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 4 อำเภอใน จ.สงขลา และบางส่วนของ จ.สตูล ได้มีโอกาสเข้าเรียนในระดับปริญญาตรีเป็นพิเศษ จบมามีงานทำและได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ แสดงให้เห็นความตั้งใจจริงของรัฐบาล ได้มอบหมายให้คณะกรรมการกำหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การรับสมัครโดยเร็วทั้ง 5 จังหวัดนพ.ปราชญ์กล่าวว่า ได้จัดสรรโควต้าให้กับเยาวชนของครอบครัวที่ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศ เช่น ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) รวมทั้งเยาวชนที่ครอบครัวได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบเป็นกรณีพิเศษ โควต้าการผลิตสำหรับจังหวัดต่างๆ จะมีการพิจารณาปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์และความต้องการจริง โดยมอบนโยบายให้ดูแลการกระจาย การคัดเลือก ให้ทั่วถึงครอบคลุมทุกอำเภอ เพื่อให้กลับไปทำงานครอบคลุมทุกพื้นที่
ขณะนี้ได้ประสานงานหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยสำนักงบประมาณได้อนุมัติงบประมาณอุดหนุนตลอดปีนี้ เป็นเงินกว่า 100 ล้านบาท ตลอดโครงการรวม 1,300 ล้านบาท และสำนักงานข้าราชการพลเรือน (กพ.) ดูแลจัดสรรตำแหน่ง เมื่อเรียนจบในปี 2554 ให้กลับเข้าทำงานในพื้นที่ต่อไป นพ.ปราชญ์กล่าว
บ่ายวันเดียวกัน นพ.พิพัฒน์ประชุมคณะกรรมการระดับจังหวัด ทำความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับหลักเกณฑ์เงื่อนไข โดยโครงการนี้จะเปิดรับสมัครครั้งเดียว ระหว่างวันที่ 22-25 พฤษภาคมนี้ ที่ สสจ.นราธิวาส ยะลา ปัตตานี สงขลา และสตูล เยาวชนทั้งชายและหญิงที่สมัครเข้าโครงการ จะต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 1 ปี หรือบิดา-มารดาอยู่ในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 5 ปี และทดสอบความสามารถ ทั้งความรู้ การทดลองปฏิบัติงานจริงในโรงพยาบาลก่อนเข้าเรียน ผู้ที่ผ่านการคัดเลือก จะเข้าเรียนในวิทยาลัยพยาบาล 29 แห่ง ตลอดระยะเวลาการศึกษา 4 ปี จะมีการลงปฏิบัติงานในพื้นที่ ควบคู่กับภาคทฤษฎี ภายใต้การดูแลของคณาจารย์ตามมาตรฐาน โดยได้รับทุนอุดหนุนการศึกษาและค่าครองชีพพื้นฐานตลอดหลักสูตร เมื่อจบการศึกษาจะได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการทันที (กรอบบ่าย)
หน้า 5
ข้อมูลจาก มติชน
