นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดการประชุมและมอบนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้แก่ ครู และบุคลากรทางการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กทม.เขต 1-3 รวมประมาณ 4,500 คน ว่า รัฐบาลเห็นความสำคัญของการศึกษาเป็นอันดับแรก ดูจากงบประมาณที่จัดสรรให้ ศธ. จะอยู่ในอันดับหนึ่ง แต่งบส่วนใหญ่ถูกจัดสรรไปให้แก่บุคลากร ส่วนที่จะนำมาพัฒนาด้านการศึกษาจึงเหลือน้อย ซึ่งจะพยายามผลักดันเกี่ยวกับงบพัฒนาการศึกษาให้มีมากขึ้น เพื่อประโยชน์แก่เด็กและอาจารย์
อย่างไรก็ตามนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาล ประกอบด้วย 1.ให้มีการยกระดับคุณภาพการศึกษาของไทยแบบบูรณาการโดยให้สอดคล้องกับการศึกษาระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาและอุดมศึกษา 2.พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน ตลอดจนพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา 3.ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในระบบการศึกษา 4.สร้างระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพราะการเรียนรู้ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ 5.ให้บุคคลมีสิทธิเสมอภาคกันในการศึกษาฟรี 12 ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 6.สนับสนุน ผลิต และพัฒนากำลังคนเพื่อการแข่งขันในโลกแห่งอนาคต และ 7.ขยายบทบาทการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ผ่านองค์กรต่างๆ ในประเทศ ดังกล่าวถือเป็นนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อเยาวชนและประชาชน
นายสมชาย กล่าวต่อว่า สำหรับฟื้นกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต ( กรอ.) ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาข้อดีข้อเสียอย่างรอบคอบ และคณะกรรมจะนำข้อสรุปมารายงานวันที่ 7 มี.ค. ส่วนเรื่องแล็ปท็อบที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นโครงการประชานิยม และมีเรื่องค่าคอมมิชชั่นส์ ขอย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ใช่โครงการประชานิยมส่วนค่าคอมมิชชั่นส์จะดำเนินการให้เกิดความโปร่งใสยุติธรรม ส่วนโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน จะเป็นโครงการที่ทำประโยชน์ให้กับประชาชนและช่วยลดค่าใช้จ่าย โดยจะพยายามขยายให้มีมากขึ้นรวมถึงเรื่องโครงการทุนการศึกษาสานฝันพัฒนาเด็กไทย ซึ่งเป้ฯแนวคิดเดิมของอดีตนายกฯ ที่ต้องการลดช่องว่างคนจนคนรวยด้วยการจัดโครงการเหล่านี้ขึ้นมา
ขอฝากถึงโรงเรียนให้ดูแลสุขภาพจิต และสุขอนามัยของนักเรียน เรื่องสุขภาพจิต อาจารย์ต้องปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนให้นักเรียนมีสุขภาพจิตดีขึ้น ด้านสุขอนามัย เคยมีการสำรวจพบว่าเด็กมีปัญหาสุขภาพเกิดจากห้องน้ำไม่สะอาดอยากให้โรงเรียนดูแลความสะอาดเพิ่มชั่วโมงสุขอนามัยสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมงสมชาย กล่าว
คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ได้อาศัยกรอบนโยบายของรมว.ศธ. จัดทำแพ็จเกจโครงการด้านการศึกษาที่จะนำไปบรรจุไว้ในแผนปฏิบัติราชการแผ่นดินกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีโครงการสำคัญ คือการพัฒนาโรงเรียนที่อยู่ในโครงการ 1 อำเภอ 1โรงเรียนในฝัน ให้พัฒนาเป็นร.ร.ในฝันให้ได้ภายในปี 2552
คุณหญิงกษมา กล่าวต่อว่า ที่ผ่านการ ร.ร.ในฝันรุ่น 2 ไม่เคยได้รับงบประมาณสนับสนุนใด ๆ เลย ยกเว้นได้รับความช่วยเหลือพัฒนาบุคคลากรเท่านั้น เพราะฉะนั้น จะขอให้รัฐจัดสรรงบประมาณให้ร.ร.นำไปปรับปรุงอาคารสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นอาคารเรียนซึ่งบางร.ร.ก็ทรุดโทรมมาก ปรับปรุงห้องสมุด โรงอาหาร สนามกีฬา รวมทั้งขจัดซื้อคอมพิวเตอร์ด้วย อย่างไรก็ตาม จะไม่ทำแบบอู่ฟู้ และจะเสนอให้รัฐบาลเลือกด้วยว่า จะใช้ชื่อ ร.ร.ในฝัน ต่อ หรือจะใช้ชื่อ ร.ร.ดีใกล้บ้าน นอกจากนั้น สพฐ.จะขยายผลให้มี ร.ร.ดี มีคุณภาพทุกตำบลด้วย โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2552 และภายในปี 2554 ต้องมี ร.ร.ดีใกล้บ้านทุกตำบล
ส่วนในเรื่องการพัฒนาคุณภาพนั้น สพฐ.ได้เสนอให้มีโครงการพัฒนาประสิทธิภาพการสอนในระดับมัธยมปลายซึ่งถูกทอดทิ้งมานาน โดยได้มอบให้คณบดีคณะคุรุศาสตร์ จุฬาฯ ไปทำแผนมา และในเร็ว ๆ นี้จะมีโต๊ะกลมระดมให้ความเห็นต่อแผนพัฒนาคุณภาพมัธยมปลายดังกล่าว รวมทั้ง เสนอให้มีโครงการหมอหลักสูตร จะหาผู้เชี่ยวชาญตระเวณไปตาม ร.ร.เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดทำหลักสูตรของ ร.ร. ขณะเดียวกันก็มีโครงการพัฒนาครูด้วย
สพฐ.เสนอนโยบายด้านการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศด้วย โดยได้เสนอให้จัดซื้อคอมฯให้ร.ร. เพื่อให้ทุกร.ร.มีคอมฯในอัตราส่วนคอมพิวเตอร์ 1 เครื่องต่อนักเรียน 20 คน ซึ่งถ้าใช้สัดส่วนดังกล่าวจะต้องจัดหาคอมฯเพิ่มอีกประมาณ 2 แสนเครื่อง แต่ในปีนี้ สพฐ.ได้ตั้งบจัดซื้อคอมฯไว้ประมาณ 2 หมื่นเครื่อง และอาจจะแปลงงบประมาณราบการที่ไม่สำคัญเร่งด่วน มาจัดซื้อเพิ่มตามนโยบายของ รมว.ศธ. แต่คาดว่า ภายใน 2 ปี น่าจะจัดซื้อคอมฯให้ครบทุกร.ร.
ยืนยันว่า มาแน่ สำหรับคอมฯประจำ ร.ร.และแลปท็อปสำหรับเด็กเล็ก แต่ประเด็กคือ เราจะนำคอมฯมาใช้กับเรียนการสอนอย่างไร เพราะผลวิจัยของ PISA ออกว่า มีคอมฯแต่ไม่ปรับเปลี่ยนการสอนการเรียนการสอน ผมสัมฤทธิ์ทางของเด็กก็เท่าเดิม จะเสนอให้เรื่องการจัดการศึกษาฟรี 12 ปี อยู่ในแผนปฏิบัติราชการฯด้วย รวมทั้งการดูแลเด็กด้อยโอกาส เด็กพิการ ซึ่งจะเสนอให้ตั้งร.ร.สำหรับเด็กออทิสติกโดยเฉพาะ พร้อมเสนอเข้าไปดูแลเด็กป่วยเรื้อรังที่ต้องอยู่โรงพยาบาลไม่ได้เรียนหนังสือประมาณ 4 หมื่นคน คุณหญิงกษมา กล่าว
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
