เด็ก ม.6 โพสต์ในอินเทอร์เน็ต แฉเพื่อนนักเรียนพกนาฬิกามือถือโกงสอบโอเน็ต อาจารย์พบปรับตก ผอ.สทศ.เผยข้อมูลรายงานศูนย์สอบใน กทม.ตรงกัน พบทุจริตสอบ 5 ราย ส่วนใหญ่โกงแบบเก่า ชงเข้าหารือบอร์ด สทศ.วันที่ 7 มี.ค.นี้หลังจากมีการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ของนักเรียนชั้น ม.6 เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ และ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา มีนักเรียนเข้าไปโพสต์ในอินเทอร์เน็ตว่า พบเห็นการทุจริตในการสอบโอเน็ตวันสุดท้าย โดยเพื่อนนักเรียนที่อยู่โรงเรียนเดียวกันนำโทรศัพท์มือถือรุ่นที่เป็นนาฬิกาข้อมือเข้าห้องสอบและทุจริตสอบ ด้วยการให้นักเรียนที่เรียนเก่ง ซึ่งสมัครสอบโอเน็ตครั้งนี้ด้วย ส่งเอสเอ็มเอสคำตอบในวิชาที่สอบแต่ละข้อมาให้ แต่อาจารย์ผู้คุมสอบจับทุจริตได้ เพราะเห็นความผิดปกติ จึงถูกปรับตกในวิชาที่ทุจริต
ทั้งนี้ โทรศัพท์มือถือรุ่นที่เป็นนาฬิกาข้อมือนั้น ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายในไทย เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปี 2551 มองผิวเผินดูเหมือนนาฬิกาข้อมือธรรมดา เด็กจึงใส่เข้าห้องสอบได้โดยอาจารย์ผู้คุมสอบไม่ทราบ และเด็กที่ก่อเหตุก็พกโทรศัพท์มือถือธรรมดาเข้าห้องสอบ แต่ปิดเครื่อง เพื่อให้เห็นว่ามีความบริสุทธิ์ใจที่จะไม่โกงการสอบ
ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) กล่าวว่า ได้รับซองกระดาษคำตอบพร้อมรายงานผลการคุมสอบจากศูนย์สอบ กทม. พบเหตุผิดปกติรายหนึ่ง ตรงกับข้อมูลที่เด็กโพสต์ในอินเทอร์เน็ต ซึ่งศูนย์สอบลงโทษไปแล้ว และ สทศ.ก็ยืนยันตามนั้น โดยให้เจ้าหน้าที่ สทศ.สืบหาข้อมูลการทุจริตสอบโอเน็ตตามเว็บไซต์ยอดนิยมของเด็ก เพื่อดูว่ามีการทุจริตรูปแบบไหนที่ยังจับไม่ได้ และขอให้เด็กที่เข้าสอบแจ้งข้อมูลมาที่ สทศ.
ตอนนี้มีข้อมูลศูนย์สอบใน กทม.พบผู้ทุจริตทั้งหมด 5 ราย ในวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาไทย วิธีทุจริตยังคงเป็นรูปแบบเก่าๆ คือ จับคู่กันทุจริต ขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำระหว่างสอบพร้อมกัน โดยคู่หนึ่งไปบอกคำตอบกันในห้องน้ำ อีกคู่ก็เขียนโพยคำตอบไว้ที่ยางลบ นำยางลบไปมอบให้กันในห้องน้ำ อีกคนหนึ่งมีพิรุธรับโทรศัพท์สองครั้งในห้องสอบทั้งที่เป็นข้อห้าม กรณีทุจริตเหล่านี้จะนำเข้าบอร์ดสทศ.ในวันที่ 7 มีนาคมนี้ จะปรับตกเฉพาะวิชาที่พบเด็กทำทุจริต ส่วนเด็ก ม.6 ที่ไม่ได้สอบโอเน็ตมีแจ้งเข้ามา 20 ราย จะพิจารณาว่าจะจัดสอบทีหลังหรือไม่ และจะรวบรวมกรณีทุจริตทั้งหมดเสนอต่อรมช.ศึกษาธิการ ศ.ดร.อุทุมพร กล่าว
ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กล่าวว่า จะหารือถึงการคุมสอบการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง (เอเน็ต) วันที่ 8 มีนาคมนี้ และกำชับมาตรการป้องกันให้เข้มงวดกว่าเดิม เพราะการทุจริตสอบถือเป็นเรื่องเสียหายต้องดูแลกันพิเศษ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
