วันที่ 4 มีนาคม ที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช มีการแถลงข่าวการอพยพพลายสามพราน ช้างที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากแร้วดักสัตว์ของชาวบ้าน และยังโดนช้างในโขลงเดียวกันขับออกจากโขลงมาหากินอยู่ในไร่มันสำปะหลัง บริเวณชายป่าติดกับอุทยานแห่งชาติเขาอ่างฤๅไน จ.ฉะเชิงเทรา ขณะนี้บาดแผลพลายสามพรานสาหัสมากต้องรีบอพยพออกจากพื้นที่ไปรักษาที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง โดยเร็วนายสัตวแพทย์ (นส.พ.) อลงกรณ์ มหรรณพ สัตวแพทย์ประจำสำนักพระราชวัง ทีมงานที่จะร่วมดูแลพลายสามพราน กล่าวว่า กรณีของพลายสามพรานถือว่าน่าสนใจอย่างมาก เพราะเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯไปเจอช้างป่าตัวนี้ได้รับบาดเจ็บมีแผลฉกรรจ์ถูกบ่วงรัดบริเวณขาหน้าขวา หากเทียบกับคนคือ ข้อมือขวา หลังจากได้รับบาดเจ็บพลายสามพรานมีอาการอ่อนแอจนถูกไล่ออกจากโขลงต้องอาศัยสมุนไพรประทังชีวิต และเดินออกมาจนถึงไร่มันสำปะหลังของชาวบ้านที่พื้นดินเต็มไปด้วยสารเคมีและยาฆ่าแมลงทำให้บาดแผลของพลายสามพรานรุนแรงมากขึ้น สารเคมีและยาฆ่าแมลงซึมเข้าไปในบาดแผลบริเวณฝ่าเท้าจนบวมกลายเป็นก้อนเนื้อขนาดใหญ่หนักประมาณ 10 กิโลกรัม พลายสามพรานจึงทรงตัวระหว่างเดินไม่สมดุล ทีมสัตวแพทย์สัตว์ป่า นำโดย นส.พ.ภัทรพล มณีอ่อน สัตวแพทย์สัตว์ป่าประจำกรมอุทยานฯเคยเข้าไปรักษาและตรวจสุขภาพเบื้องต้น พบว่าอ่อนแอมาก และมีอาการโลหิตจาง เพราะระหว่างที่เดินอยู่ในป่านั้นมีเลือดซึมออกมาจากฝ่าเท้าตลอดเวลา
นส.พ.ภัทรพลกล่าวว่า ขณะนี้พลายสามพรานอาศัยอยู่ชายป่าอุทยานแห่งชาติเขาอ่างฤๅไน ช่วงบ่ายจะนำช้างบ้านชื่อพลายบัวบานไปล่อ หรือชักชวนให้พลายสามพรานออกมาจากชายป่าเพื่อขึ้นรถบรรทุกไปรักษาตัวที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยที่ จ.ลำปาง เมื่อไปถึงที่นั่นจะตรวจสุขภาพอย่างละเอียดและรักษาอย่างจริงจัง
นายกมลวัฒน์ วิเศษศิริ รักษาการรองอธิบดีกรมอุทยานฯกล่าวว่า ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ อ.เบตง จ.ยะลา ว่า ขณะนี้มีช้างโขลงใหญ่มากนับได้ประมาณ 36 ตัว อพยพมาจากประเทศมาเลเซีย มาอยู่ในป่าสงวน อ.เบตง คาดว่าการอพยพใหญ่ครั้งนี้เกิดจากชาวมาเลเซียบริเวณชายแดนไทยบุกรุกพื้นที่ป่าปลูกปาล์มน้ำมันกันจำนวนมาก ทำให้โขลงช้างต้องอพยพออกนอกพื้นที่ ซึ่งได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ติดตามช้างโขลงดังกล่าวอย่างใกล้ชิดแล้ว
หน้า 10
ข้อมูลจาก มติชน
