พระราชครูวามเทพมุนี เผยใช้ฤกษ์ มัธยมฤกษ์ ยกเสาเอกพระเมรุ พระราชทานเพลิงพระศพ 21-31 มี.ค.นี้ เหมาะทำการปลูกสร้างอาคาร ส่วนเวลาลัคนาสถิต ภูมิปาโลฤกษ์ 10.00-12.00 น. เป็นฤกษ์มั่นคงแข็งแรงสมบูรณ์พระราชครูวามเทพมุนี
พระราชครูวามเทพมุนี
หัวหน้าพราหมณ์ในราชสำนัก กล่าวถึงความคืบหน้าในการคำนวณ
ฤกษ์ยกเสาเอกพระเมรุ ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ตามที่กรมศิลปากรได้ประสานขอฤกษ์มา ซึ่งได้คำนวณฤกษ์เรียบร้อย และนำส่งไปที่กรมศิลปากรพิจารณาเบื้องต้นแล้ว จะได้กำหนดวันเวลาบอกกล่าวต่อไป
ฤกษ์ยกเสาเอกพระเมรุกำหนดไว้เบื้องต้นอยู่ในช่วงวันที่ 21-31 มีนาคมนี้ ตามลัคนาสถิตวัน 7 วัน หรือรอบสัปดาห์ถือเป็น
มัธยมฤกษ์
เป็นฤกษ์กลางระหว่างข้างขึ้นข้างแรม เหมาะทำการปลูกบ้านสร้างเรือนอาคาร สำหรับเวลาเป็น
ภูมิปาโลฤกษ์
ลัคนาสถิตราศีอยู่ในช่วงสายตั้งแต่ประมาณ 10.00 -12.00 น. หรือล่วงยามไม่มาก ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับพระอาทิตย์อุทัยในวันนั้นขึ้นเวลาเช้ากี่โมง แต่โดยรวมของฤกษ์แล้วถือว่ามงคล มั่นคงแข็งแรงสมบูรณ์ สำหรับพิธีบวงสรวงทางศาสนาพราหมณ์มีเครื่องพนมบายศรีปากชาม ขออนุญาตเทพยดาประจำพระเมรุหรือประจำเขาพระสุเมรุ เจ้าที่เจ้าทางสถิตประจำท้องสนามหลวง ให้การดำเนินงานของคณะช่างสร้างพระเมรุสำเร็จลุล่วงสมบูรณ์
พระราชครูวามเทพมุนี
กล่าว
ด้าน
นายไพบูลย์ ผลมาก
ผู้อำนวยการสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร กล่าวว่า กลุ่มช่างสำรวจเข้าพื้นที่บริเวณสร้างพระเมรุ ได้ทำการวัดระยะตำแหน่งอาคารพระที่นั่งทรงธรรม ที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศ์ศานุวงศ์ ให้อยู่ตรงจุดกึ่งกลางของหมุดพระเมรุที่วางหลักก่อนหน้านี้ มีพื้นที่ระยะห่างเท่าไร เมื่อสร้างขึ้นแล้วได้ดูสง่างามให้เข้าสถาปัตยกรรมไทยและสมพระเกียรติ สำหรับอาคารอื่นๆ ทำแบบร่างเสร็จแล้ว เช่น ทับเกษตร ที่นั่งของผู้ที่ไปเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท โดยเหนือหลังคาประดับฉัตร 7 ชั้นพระอิสริยยศของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อาคารซ่างที่นั่งพระสงฆ์สวดพระอภิธรรม ชาลาตั้งประดับเทวดานั่งถือบังแทรก เป็นต้น