คอลัมน์ โครงร่างตำนานคนโดย การ์ตอง
เชื่อว่าทุกคนที่อยู่ในแวดวงการเมือง หรือเกี่ยวข้องไม่ว่าจะน้อยจะมาก จะต้องถูกถามด้วยคำถามนี้อย่างน้อยก็ต้องสักครั้ง
รัฐบาลนี้จะอยู่นานหรือไม่
ความจริงแล้วไม่มีใครมีคำตอบแน่นอน แม้แต่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีคงตอบไม่ได้ เพราะตอบไปก็แค่ความคิดเห็นส่วนตัว รัฐบาลจะอยู่ยาวหรือไม่ยาว ไม่ใช่เรื่องความคิดเห็นของคนหนึ่งคนใดโดยเฉพาะ ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม แต่ขึ้นกับปัจจัยที่เป็นแรงกดดันว่าขึ้นถึงระดับที่ก่อให้รัฐบาลเกิดการซวนเซหรือไม่
ปัจจัยที่จะส่งผลให้รัฐบาลซวนเซได้มากที่สุดคือกระแสความรู้สึกของประชาชน
หากต้องไม่ให้รัฐบาลตกในสภาพอยู่ไม่ได้ จะต้องสร้างกระแสความรู้สึกประชาชนให้ออกมาทางต่อต้าน หรือเกลียดชัง
วิธีการนั้นมีสารพัด แต่ที่ได้ผลที่สุดคือสร้างกลุ่มนำความคิดขึ้นมา แล้วค่อยๆจุดกระแสขึ้น ให้เกิดความรู้สึกร่วมในหมู่ประชาชน
การนำความคิดที่ได้ผลที่สุดจะต้องหาประเด็นที่กระทบผลประโยชน์ของสาธารณชน ต่อผลประโยชน์โดยรวมของประเทศโดยเฉพาะต่อคนยากคนจนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ขึ้นมาชี้นำ
ทว่า การหาประเด็นที่ก่อให้เกิดความรู้สึกร่วมเช่นนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
คนที่ถูกโจมตีจะต้องมีการกระทำบางอย่างที่เอื้อให้เชื่อเช่นนั้นได้
ยิ่งเป็นรัฐบาลที่เข้ามาทำหน้าที่ใหม่ด้วยแล้ว ยิ่งหาประเด็นมาชี้นำกระแสต่อต้านได้ยาก เพราะคนไทยส่วนใหญ่มักมีนิสัยให้โอกาสคน ไม่ว่าจะเป็นคนดีหรือไม่ดีก็ตาม หากเพิ่งเข้ามาทำงานแล้ว ประสาไทยๆ เราจะให้โอกาสแสดงฝีมือ
ไม่เพียงให้โอกาสเท่านั้น แต่ยังมีความรู้สึกต้านคนที่ไม่ให้โอกาสเสียด้วยซ้ำ
รัฐบาลภายใต้การนำของนายสมัคร สุนทรเวช เข้ามาทำงานไม่กี่เดือน
หากเงี่ยหูฟังกระแสโดยทั่วไปยังอยู่ในช่วงของการให้โอกาสอย่างเต็มที่
จังหวะเช่นนี้แทบเป็นไปไม่ได้ที่ใครคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มใดๆ จะเล่นบทผู้ชี้นำกระแสได้สำเร็จ ด้วยหากออกมาชี้นำกระแส ไม่แน่ว่าจะถูกกระแสต่อต้านเสียเองหรือไม่
แม้จะแสดงอะไรที่ดูไม่เข้าท่าเข้าทางบ้าง แต่ไม่มีรัฐมนตรีคนไหนถูกหยิบยกขึ้นมาสร้างกระแส เพราะผู้ที่พยายามชี้นำกระแสรู้ดีว่าหากไม่มีประเด็นที่อ่อนไหวจริงๆ แล้ว การปลุกกระแสยากจะสำเร็จ
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า ไชยา สะสมทรัพย์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ส่อเค้าว่าเริ่มหลุดจาก เกราะป้องกัน ของคำว่า ให้โอกาส เข้าแล้ว
ปัจจัยหนึ่งอาจจะเป็นเพราะความขัดแย้งภายในกระทรวงสาธารณสุขเป็นที่รับรู้กันว่าค่อนข้างรุนแรง และยากประสาน ฝ่ายหนึ่งเป็น กลุ่มแพทย์ชนบท ที่ชูธงอุดมการณ์แลกใจประชาชนอย่างได้ผล มีแนวร่วมภาคเอ็นจีโอ และนักวิชาการกว้างขวาง ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งเป็นแพทย์โรงพยาบาลเอกชน
ฝ่ายหนึ่งเคลื่อนด้วยอุดมการณ์ดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนระดับล่าง ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งซึ่งถูกมองว่าเป็นแพทย์พาณิชย์ ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มทุนผู้ผลิตยา และอุปกรณ์การแพทย์
ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขต้องใช้ศิลปะอย่างสูงเพื่อให้อยู่ท่ามกลางความขัดแย้งนี้ โดยวางตัวไม่โอนเอียงไปทางใดทางหนึ่ง
ทว่า วิธีการของรัฐมนตรีที่ผ่านมา ไม่ใช่แนวทางที่นายไชยาเลือก
รมต.ไชยาทำเหมือนเลือกข้างมาตั้งแต่เริ่มต้น แถมเลือกแบบถลำลึกไปยืนอยู่ข้างที่มีจุดอ่อนเรื่องการสนับสนุนขององค์กรเอกชน และนักวิชาการ
ความพยายามที่จะให้เกิดภาพว่า รมต.ไชยาคือผู้ที่ยืนอยู่ข้างผลประโยชน์บริษัทค้ายาข้ามชาติ บริษัทเหล้าเริ่มประสบความสำเร็จ ขณะที่ผู้ต่อต้านทำให้ประชาชนเกิดความรู้สึกว่าเป็นกลุ่มผู้ต่อสู้เพื่อโอกาสในการรักษาพยาบาลของคนยากคนจน สภาวะเช่นนี้เป็นความอ่อนไหวยิ่ง
ล่อแหลมอย่างมากที่จะเป็นประเด็นที่ปลุกความรู้สึกร่วมต้านของประชาชนให้เกิดขึ้น
หนทางเดียวที่ รมต.ไชยาควรทำอย่างเร็วที่สุดคือ ถอย
โอกาสยังมีถ้าถอยออกมาโดยเร็ว แต่จะทันหรือไม่ขึ้นอยู่กับนิสัยทระนงจะนำความคิดแค่ไหน
รัฐบาลนี้จะอยู่ยาวหรือไม่ เป็นคำถามที่ยังได้ยินอยู่ตลอด
รมต.ไชยาควรจะตอบตัวเองให้ได้ ไม่เพียงแค่ จะเป็นตัวเร่งวาระปรับ ครม.ให้เกิดขึ้นหรือไม่เท่านั้น แต่ที่สำคัญกว่าคือ จะเป็นตัวเลือกแลกของการถูกปรับหรือไม่
โอกาสที่จะไม่ต้องตอบคำถามยังมี เพราะถึงอย่างไรคนส่วนใหญ่ยังให้โอกาส ขึ้นอยู่กับว่าจะทระนงจนปิดโอกาสของตัวเองหรือไม่เท่านั้น
หน้า 4
ข้อมูลจาก มติชน
