จากกระแสข่าวที่อ้างว่า ขณะนี้สหภาพยุโรปจากการผลักดันของประเทศเยอรมนีและฝรั่งเศสอาจจะฟ้องประเทศไทยจากการประกาศบังคับใช้สิทธิโดยรัฐในยาที่ติดสิทธิบัตรนั้นรศ.ดร.วิทยา กุลสมบูรณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชศาสตร์สังคม คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สหภาพยุโรปต้องแพ้ในคดีนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากการประกาศใช้สิทธิเป็นมาตรการที่ถูกต้องชอบธรรม การประกาศบังคับใช้สิทธิเป็นมาตรการทางกฎหมายที่ระบุอย่างชัดเจนในปฏิญญาโดฮาว่าด้วยทริปส์และการสาธารณสุข และพระราชบัญญัติสิทธิบัตร (มาตรา 51) ดังนั้น การประกาศใช้สิทธิโดยรัฐของไทยเป็นไปตามกฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ รัฐบาลหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งสหรัฐ แคนาดา อิตาลี ต่างก็บังคับใช้สิทธิเพื่อปกป้องผลประโยชน์สาธารณะ ประกันการเข้าถึงการรักษาที่เท่าเทียม ส่งเสริมนวัตกรรม และควบคุมไม่ให้เกิดการผูกขาด
ทั้งนี้ คณะผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาขององค์การอนามัยโลกซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ 7 คน จากองค์การอนามัยโลก, โครงการของสหประชาชาติเพื่อการพัฒนา (ยูเอ็นดีพี), อังค์ถัด นำโดย ดร.เกอร์มาน เวลาเควส ได้เดินทางมาเก็บข้อมูลในประเทศไทยเมื่อวันที่ 3 มกราคม-6 กุมภาพันธ์ ระบุอย่างชัดเจนว่า องค์การอนามัยโลกสนับสนุนกลไกที่พัฒนาการเข้าถึงยาจำเป็น รวมทั้งการใช้กลไกยืดหยุ่นในความตกลงทริปส์
รศ.ดร.วิทยากล่าวว่า บางส่วนอาจจะโต้แย้งว่าสหภาพยุโรปอาจจะฟ้องร้องในกรณีที่ประเทศไทยล้มเหลวไม่ยอมเจรจาการให้สิทธิโดยสมัครใจก่อนหน้าที่จะประกาศบังคับใช้สิทธิ อย่างไรก็ตาม สหภาพยุโรปจะพ่ายแพ้ในประเด็นดังกล่าวอีกเช่นกัน เพราะประเทศไทยแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าได้พยายามเจรจากับบริษัทเจ้าของสิทธิบัตรมาตลอดเป็นระยะเวลามากกว่า 2 เดือน ก่อนหน้าการประกาศใช้สิทธิโดยรัฐ ทั้งที่ตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตรของไทย การประกาศบังคับใช้สิทธิโดยรัฐเพื่อประโยชน์สาธารณะไม่ใช่เชิงพาณิชย์สามารถทำได้โดยไม่ต้องเจรจากับเจ้าของสิทธิบัตรก่อน โดยกฎหมายของสหภาพยุโรปกำหนดระยะเวลา 30 วัน ในการเจรจาก่อนการประกาศบังคับใช้สิทธิ และสหภาพยุโรปก็ไม่เคยถูกฟ้องร้องว่าละเมิดความตกลงทริปส์ด้วยเหตุที่ว่า ระยะเวลา 30 วัน ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมเพียงพอ (กรอบบ่าย)
หน้า 10
ข้อมูลจาก มติชน
