รถร้อนขอปรับอีก 1.50 บาท และรถปรับอากาศอีกระยะ 2 บาท ขสมก.เผยยังไม่สามารถปรับราคาให้ได้ตามที่ร้องขอขอขึ้นราคา
วันนี้ (13มีนาคม) ผู้บริหารสมาคมพัฒนารถร่วมเอกชน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการรถร่วมบริการของ
ขสมก.
ได้เดินทางเข้าพบนายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง
คมนาคม
เพื่อขอมาตรการให้ความช่วยเหลือ หลังจากที่ราคาน้ำมันดีเซลได้ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
โดยนายฉัตรชัย ชัยวิเศษ นายกสมาคมฯ กล่าวว่า มาตรการที่ผู้ประกอบการต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือ ในเบื้องต้นจะขอให้มีการปรับราคาค่าโดยสาร ในส่วนของรถร้อนอีก 1.50 บาท จากปัจจุบัน 8.50 บาท เป็น 10 บาท และ
รถปรับอากาศ
จากที่คิดเป็นระยะ จากราคาเริ่มต้น 12-24 บาท โดยจะขอปรับราคาอีกระยะละ 2 บาท
นอกจากนี้ หากมีการปรับราคาให้เป็นไปตามราคาดังกล่าวแล้ว อยากให้กระทรวงคมนาคมมีมาตรการช่วยเหลือ เช่น ขอให้งดเว้นนำส่งเงินรายได้ให้แก่ ขสมก. ซึ่งในปัจจุบันผู้ประกอบการต้องนำส่งในส่วนรถร้อนคันละ 35 บาทต่อคันต่อวัน และรถปรับอากาศ 60 บาทต่อคันต่อวัน และเงินนำส่งเมื่อมีการจดทะเบียนรถใหม่ รถร้อนคันละ 40,000 บาท และรถปรับอากาศคันละ 60,000 บาท รวมทั้งขอให้กระทรวงพลังงานจ่ายเงินชดเชยแก่ผู้ประกอบการเพื่อลดภาระต้นทุนน้ำมัน วันละ 320 บาทต่อคันต่อวัน ซึ่งเคยเป็นมาตรการที่เคยนำมาใช้แล้วในอดีต
ด้านนายพิเณศวร์ พัวพัฒนกุล ผู้อำนวยการ ขสมก. เปิดเผยหลังร่วมหารือกับนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.คมนาคมว่า ยังไม่สามารถอนุมัติให้มีการปรับราคา ตามข้อเรียกร้องของผู้ประกอบการรถร่วม ที่ขอปรับราคาในส่วนของรถร้อนอีก 1.50 บาท และรถปรับอากาศอีกระยะละ2บาทได้ เพราะราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลขณะนี้ยังไม่แตะระดับ 30.44 บาท/ลิตร ตามที่ได้มีการตกลงกัน โดยขณะนี้มีสถานีบริการบางแห่งที่มีราคาขายปลีกเท่ากับราคาดังกล่าว โดยยังไม่รวมมาตรการที่จะลดราคาน้ำมันดีเซลอีก 90 สตางค์/ลิตร
ส่วนข้อเรียกร้องที่จะของดเว้นรายได้นำส่งต่อวันต่อคัน รวมทั้งค่าธรรมเนียมการขึ้นทะเบียนรถใหม่นั้น ขสมก.คงอนุมัติให้ไม่ได้ เนื่องจากเมื่อผู้ประกอบกาต้องการจะให้บริการเดินรถก็ได้แสดงความจำนงว่า พร้อมจ่ายส่วนแบ่งรายได้และค่าธรรมเนียม แต่เมื่อมีต้นทุนสูงขึ้นก็ของดเว้น ถือเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง รวมทั้งอำนาจในการงดเว้นก็ไม่ใช่อำนาจที่ ขสมก.จะอนุมัติได้ โดยตามกฎหมายผู้มีอำนาจสั่งระงับจัดเก็บจะเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรีเท่านั้น