อุทุมพร เผยผลประชาพิจารณ์แอดมิชชั่นส์ปี2553 ชี้มีผู้ไม่เห็นด้วย87.29% เตรียมสรุปเสนอทปอ.วันที่17 มีนาคมด้านประธาน ทปอ.ยอมรับองค์ประกอบที่ออกมาเป็นเพียงแนวคิดทปอ.ยินดีเปิดรับฟังทุกความคิดเห็นไม่ใช่จะดึงดันตามมติเดิมเสมอไป คาดจัดให้มีการประชุมเรื่องนี้อีกครั้งในเดือนพฤษภาคมศ.ดร.อุทุมพรจามรมาน ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยถึงผลการประชาพิจารณ์องค์ประกอบของการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยของรัฐในปีพ.ศ.2553 ซึ่งเปิดรับฟังความคิดเห็นจากนักเรียนและผู้ปกครอง ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์-15 มีนาคมโดยใช้เวลารับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ของ สทศ.เป็นเวลา1 เดือนปรากฏว่ามีผู้ไม่เห็นด้วยถึง 5,458 คนคิดเป็น 87.29% จากผู้แสดงความคิดเห็นทั้งหมด6,253 คนและมีผู้เห็นด้วยเพียง 757 คนคิดเป็น 12.11%
ศ.ดร.อุทุมพรกล่าวอีกว่า จะสรุปข้อคิดเห็นจากผลการประชาพิจารณ์ส่งให้ รศ.ดร.มณฑลสงวนเสริมศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ได้รับทราบภายในวันที่17 มีนาคมนี้คาดว่า ทปอ.จะนำเรื่องนี้เข้ามาพิจารณาใหม่อีกครั้งเพราะจากผลการประชาพิจาณ์มีผู้ไม่เห็นด้วยเยอะมาก
ด้านรศ.ดร.มณฑลกล่าวว่า ทปอ.จะรอผลสรุปการประชาพิจารณ์จากสทศ.และจะนำมาพิจารณาอีกครั้งทปอ.ยินดีเปิดรับฟังทุกความคิดเห็นไม่ใช่จะดึงดันตามมติเดิมเสมอไป คาดว่าจะจัดประชุมเรื่องนี้อีกครั้งในเดือนพฤษภาคม และในการประชุม ทปอ.ครั้งต่อไปจะพิจารณาเรื่องการนำภาษาต่างประเทศที่2 มาเป็นองค์ประกอบในการแอดมิชชั่นส์ด้วยโดยส่วนตัวแล้วเห็นด้วยกับเรื่องนี้ แต่คงต้องรับฟังความคิดเห็นจากอธิการบดีทุกคนอีกครั้ง
ทั้งนี้องค์ประกอบระบบแอดมิชชั่นส์ปี 2553 นั้นจะใช้สัดส่วน คะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร (จีแพ็กซ์) 20% คะแนนทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน(โอเน็ต) 30% คะแนนจีเอทีจะสอบเพื่อวัดด้านการอ่านเขียน วิเคราะห์ และการแก้โจทย์ปัญหา รวมถึงการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ และ พีเอที 1-พีเอที 6 รวมไม่เกิน50% ซึ่งสัดส่วนอยู่ที่มหาวิทยาลัยกำหนดทั้งนี้ ผู้เข้าสอบคือนักเรียนชั้น ม.4-ม.6 จะสอบกี่ครั้งก็ได้ และเลือกคะแนนที่ดีสุดไปใช้ และเก็บคะแนนไว้ได้ 2 ปีในปีนี้คาดว่า สทศ.จัดสอบครั้งแรกเดือนตุลาคมนี้หรือเดือนมีนาคม 2552
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
