ถ้าใครเห็นเด็กๆที่บกพร่องทางการได้ยิน ชูนิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วก้อยขึ้น โดยพับนิ้วกลางและนิ้วนางไว้ ให้ใครแล้วละก็ มันคือสัญลักษณ์ที่บอกว่าฉันรักคุณ แทนการคำบอกลาว่าขอให้คุณโชคดี ซึ่งภาพที่ว่านี้จะมีให้เห็นทุกครั้งหากว่าใครมีโอกาสไปเยี่ยมเยียนเด็กๆที่ในโรงเรียนโสตศึกษาอนุสารสุนทร จังหวัดเชียงใหม่ โรงเรียนสอนคนหูหนวกแห่งเดียวในเขต 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน
โรงเรียนแห่งนี้มีครู 46 คน พนักงานราชการ 6 คน ครู 1 คนสอน27 คาบเรียนต่อสัปดาห์นักเรียนกว่า 400 คน300 คนอยู่ประจำ และอีก 100 คนเป็นคนพื้นที่ เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึง ม.6 เด็กที่มาเรียนต้องอายุไม่เกิน 20 ปี มีทั้งหูตึงที่ต้องใช้เครื่องช่วยฟัง และประเภทหนวกสนิท ทุกคนจะได้ เรียนรู้ภาษามือและการสะกดนิ้วมือไทย ผสมคำใช้ฐานเสียง โดยเอาต้นแบบมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา และเรียนรู้ตามกลุ่มสาระที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด
พิกุลเลียวสิริพงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนโสตศึกษาฯให้ข้อมูลว่านักเรียนหูหนวกจะความกดดันมากกว่าเด็กปกติ ด้วยความที่สื่อสารไม่ได้ ทำให้สภาพจิตใจมีความบอบบาง เมื่อมีเหตุมากระตุ้นให้เกิดความขัดแย้ง เช่น แย่งหนังสือ แย่งเสื้อผ้า เหตุทะเลาะจึงเกิดได้ง่าย และมีระดับความรุนแรงมากกว่าเด็กทั่วไป ดังนั้นโรงเรียนจึงต้องฝึกวินัยโดยการเข้าแถว ส่งเสริมให้ออกกำลังกาย รวมทั้งใช้ศิลปะตั้งแต่การวาดภาพ เล่นละคร หัตถกรรม ฝึกควบคุมอารมณ์ และเปิดร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกที่เกิดจากฝีมือของนักเรียน และแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งที่หักจากต้นทุนแล้วให้กับนักเรียน ทุกครั้งที่มีงานก็จะนำผลงานไปจำหน่าย รวมทั้งที่ถนนคนเดือน ซึ่งมีทุกวันอาทิตย์ ในจ.เชียงใหม่ด้วย ฝีมือทางด้านศิลปะเด็กบางคนสามารถยึดเป็นอาชีพได้เมื่อโตขึ้น
เด็กที่นี่50 % จะเรียนต่อทางด้านศิลปะไม่ว่าจะเป็นที่ราชภัฏเชียงใหม่ มทร.ล้นนา หรือ มช.ที่เหลือจะทำงานเลี้ยงตัวเองได้ เช่น ทำงานบ้าน ถ่ายเอกสาร งานออฟฟิตง่ายๆที่ไม่ต้องใช้ทักษะสื่อสารมาก อยู่โรงงาน้ำดื่ม ปั้มน้ำมัน ถ้าคนมีฝีมือด้านศิลปะ หัตถกรรม ก็จะทำชิ้นขายไปจำหน่าย โรงเรียนจะพยายามส่งเสริมให้นักเรียนมีอาชีพติดตัว เมื่อเรียนจบม.6 ไปแล้วหากไม่ได้เรียนต่อจะได้มีอาชีพเลี้ยงตัวเองได้ไม่เป็นปัญหาสังคม อำนวยการโรงเรียนโสตศึกษาฯ กล่าว
จึงไม่แปลกที่ร้านค้าสวัสดิการของโรงเรียนจะมีสินค้าฝีมือนักเรียนจำหน่ายตั้งแต่ ภาพเขียนสีน้ำ สีน้ำมัน กระเป๋าผ้า แจกันเพ้นท์ลวดลาย เสื้อเพ้นท์ เทียนหอม หรือแม้กระทั่ง เก้าอี้สนาม มาลัยประดิษฐ์ การ์ดอวยพร กระเป๋าใส่เครื่องมือเย็บผ้า เซรามิค โมยยต่างๆ เป็นต้น หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆที่อาจารย์จะนำมาสอนให้กับนักเรียนจากนั้นก็จะผลิตเพื่อจำหน่ายหารายได้ให้กับนักเรียนนั่นเองสนนราคาตั้งแต่หลัก จนถึงหลัก 1,000 บาทเลยทีเดียว
ปกตินักเรียนในโสตศึกษาฯจะทานข้าวต้มเป็นอาหารเช้า กลางวันมีกับข้าว 1 อย่างมีโอกาสกินขนมสัปดาห์ละ 2 วันแต่ละเดือนจะมีผู้ใหญ่ใจดีไปเลี้ยงอาหารอยู่เป็นประจำ ล่าสุดเป็น นพ.วิษณุประเสริฐสม ผู้บริหารเมดิแคร์คลินิก จรินทร์เทียนไม้ หรือ เจต นักเรียนชั้นม.4 เขาเป็น1 ใน3 จาก400 คนที่สามารถพูดสื่อสารได้แต่ต้องใช้เครื่องช่วยฟัง บอกว่าสิ่งที่เด็กหูหนวกต้องการคือครู และอาหาร ทุกครั้งที่มีผู้ใจบุญมาเยี่ยม พวกเขารู้สึกอบอุ่นเป็นพิเศษ เพราะเขาจาก พะเยา มาอยู่ที่เชียงใหม่ตั้งแต่ ม.1 แม้ว่าจะได้ยินอยู่บ้างแต่ต้องเรียนภาษามือไปด้วย ทำให้เรียนได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับโรงเรียนเดิม
แม้ว่าพวกเขาจะมีปัญหาด้านการได้ยินทว่าความหวังและความฝันพวกเขาหาได้รีบหรี่ดังเสี่ยงที่ได้ยินไม่ และนี่เป็นเพียง 70 % ของผู้ที่บกพร่องทางการได้ยินที่มีโอกาสได้รับการศึกษาเท่านั้นเพราะยังมี 30 % ที่ยังอยู่ในมุมมืดไม่ได้รับโอกาสเข้าสู่สังคมจะเป็นดีไม่น้อยหากพวกเขาเหล่านั้นได้นับการส่งเสริมและพัฒนาพวกเขาอย่างถูกต้องและตรงตามศักยภาพแล้วเชื่อว่าประเทศไทย จะมีทรัพยากรบุคคลที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ไม่น้อยทีเดียว สนใจดูงานและสั่งซื้อผลงานเด็กๆ โรงเรียนโสตศึกษาอนุสารสุนทร ติดต่อได้ที่โทร.053-222-475 หรือดูข้อมูลรายละเอียดได้ที่ www.scmdeafschool.net
0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
