ผู้จัดการกยศ. เผยครม.ชี้ขาด หลักการกู้กรอ. เปิดเฉพาะสาขาที่ขาดแคลนในวันที่ 25 มีนาคมนี้ ผู้จัดการกยศ. แจงเพื่อสนับสนุนให้มีการพัฒนาในสาขาเหล่านั้นเพิ่มมากขึ้น หากอนุมัติ คาดการปล่อยกู้ทันที่ในเดือนมิ.ย.ปีการศึกษา 2551(24มี.ค.) รศ.นพ.ธาดา มาร์ติน ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) กล่าวว่า ในวันที่ 25 มีนาคมนี้ คณะรัฐมนตรี(ครม.)จะมีการพิจารณาเรื่องโครงการเงินกู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) โดยหลักการเบื้องต้นจะเปิดให้มีการกู้ยืมแบบกรอ. ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เสนอให้เปิดให้กู้เฉพาะสาขาที่ขาดแคลน เพื่อสนับสนุนให้มีการพัฒนาในสาขาเหล่านั้นเพิ่มมากขึ้น และหากที่ประชุมครม.อนุมัติเรื่องดังกล่าวตามหลักการที่คณะทำงานได้นำเสนอไป คาดว่าจะมีการปล่อยกู้ทันที่ในเดือนมิ.ย.ปีการศึกษา 2551 นี้ ทั้งระดับอุดมศึกษา ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) สายอาชีวะ ส่วนงบประมาณที่จะใช้ในการดำเนินการนั้นเบื้องต้นจะใช้งบประมาณของกรอ.เดิม ซึ่งปัจจุบันนี้ยังไม่มีผู้กู้รายใหม่ และมีเงินเหลือจากงบประมาณซึ่งได้รับมาจากรัฐบาลที่แล้วประมาณ 4,000 ล้านบาท และขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนเตรียมการเพื่อของบสนับสนุนอีกส่วนหนึ่ง
เรื่องงบประมาณคงไม่ใช่ปัญหา หากวันนี้ครม.เห็นด้วยในหลักการที่นำเสนอ ทางกระทรวงการคลังก็คงจะหาช่องทางเพื่อหาเงินมาสนับสนุนโครงการนี้ได้ ดังนั้นผมมองว่าประเด็นเรื่องแหล่งเงินจะมาจากไหนนั้นคงไม่ใช่เรื่องสำคัญ ส่วนสาขาที่จะเปิดกู้ อาทิ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) บริการทางการแพทย์ อิเล็กทรอนิกส์ แทนการใช้รายได้ของครอบครัวเป็นเงื่อนไขการพิจารณาเหมือนที่ผ่านมา โดยมอบหมายให้ สกอ.และ สศช.ไปศึกษาว่าสาขาใดบ้างที่เป็นสาขาขาดแคลน และหลังจากได้ข้อสรุปเบื้องต้นในเรื่องนี้แล้ว คิดว่าจะได้ยอดตัวเลขของผู้กู้ในเบื้อต้นว่ามีจำนวนเท่าไร และจะต้องเพิ่มเงินเพื่อสนับสนุนโครงการนี้อีกเท่าไร รศ.นพ.ธาดา กล่าว
ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวสืบเนื่องมาจากผลการประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบการศึกษาและการเรียนรู้ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้มีมติชัดเจนที่จะเปิดให้มีการกู้ยืมในระบบของ กรอ.อีกครั้ง และในการประชุมครม.ในวันนี้ (25. มี.ค.) จะมีเรื่องสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการเข้าสู่การพิจารณาเพื่อขออนุมัติงบประมาณจำนวน 3 เรื่องคือ การให้เงินอุดหนุนเรื่องการศึกษาฟรี 14 ปี โดยขอรับงบประมาณสนับสนุนรายจ่ายจากงบกลาง รายการเงินสำรองเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 2,917.3 ล้านบาท ขอเพิ่มงบประมาณให้กับโครงการศูนย์ซ่อมสร้างชุมชน (ฟิกซ์-อิท เซ็นเตอร์) อีก 150 ล้านบาทและโครงการเงินกู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต หรือ กรอ.
แหล่งข่าวจากคณะทำงานชุดเล็กซึ่งตั้งขึ้นเพื่อศึกษาข้อดี ข้อเสียของทั้งกรอ.และกยศ. ซึ่งตั้งขึ้นโดยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่าขณะนี้คณะทำงานชุดดังกล่าว มีบทบาทเหลือเพียงดูแลการกู้ยืมของกยศ.ที่กำลังเปิดให้กู้อยู่ในขณะนี้ โดยเรื่องกรอ.ค่อนข้างชัดเจนและไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะทำงานชุดนี้แล้ว เนื่องจากเรื่องนี้ได้ผ่านการเห็นชอบของคณะกรรมการพัฒนาระบบการศึกษาและการเรียนรู้ มีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีเป็นประธานไปแล้ว
ขณะเดียวกันก็ให้คณะทำงานชุดนี้ศึกษาแนวทางของกองทุนเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ควบคู่ไปด้วย เพราะกรอ.ต้องหาแนวทางกองทุนที่ดีที่สุดและคาดว่าต่อไปจะค่อย ๆ ปรับกรอ.มาเป็นกองทุนเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หลังจากมีการศึกษาแนวทางรวมถึงข้อดีที่ชัดเจนแล้ว เพราะจากข้อเสนอเดิมมองว่ากองทุนดังควรจะพัฒนาเพื่อให้เป็นกองทุนที่ยั่งยืนและเกิดประโยชน์ต่อไปแหล่งข่าวกล่าว
สำหรับคณะกรรมการพัฒนาระบบการศึกษาและการเรียนรู้ มีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ตั้งขึ้นเพื่อดูแลโครงการเมกะโปรเจกต์ หรือโครงขนาดใหญ่ซึ่งเกี่ยวกับนโยบายด้านการศึกษาและจะมีผลกระทบต่อวงกว้างในอนาคต โดยคณะกรรมการชุดนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างหลายหน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) หน่วยงานของศธ.ที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และกระทรวงการคลัง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
