รมว.สธ. ตำหนิแพทย์ตัดไข่ให้กะเทยเด็ก จี้ สบส.เข้มงวดดูแลมากขึ้น หมอศุภชัยชี้ตัดไข่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่น แนะพ่อแม่ฟ้องแพ่ง-อาญา ฐานทำร้ายร่างกาย ด้านแพทยสภาเตรียมออกกฎคุมเข้ม ขีดเส้นอายุ 20 ปีแปลงเพศได้ แต่ กำหนดระยะเวลาทดลองใช้ชีวิตเป็นหญิง(27มี.ค.) นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงข่าวเด็กชาย
วัยรุ่น
ที่
เบี่ยงเบนทางเพศ
นิยมไปตัดลูก
อัณฑะ
ในคลินิกบางแห่ง เพื่อให้สรีระและผิวพรรณเหมือนผู้หญิง ทั้งที่อายุยังไม่บรรลุนิติภาวะว่า ไม่เหมาะสม เพราะเด็กยังไม่บรรลุนิติภาวะ ไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งยังไม่ได้เลย แล้วไปตัด
อัณฑะ
เด็กออก ถือว่าไม่ใช่ที่ คงต้องตำหนิ แพทย์ที่ทำให้เด็กก็แย่ แทนที่จะติดต่อพ่อแม่เด็กให้รับรู้ก่อน ดังนั้นกฎหมายต้องเข้มงวดมากขึ้น และให้ความสำคัญเรื่องนี้ โดยเฉพาะกรมสนับสนุนบริการสุขภาพจะต้องมีมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นในเรื่องนี้ เพราะถึงเวลามีปัญหาเกิดขึ้นกระทรวงสาธารณสุขอาจถูกตำหนิได้ว่ามีการปล่อยปละละเลย
นายไชยา กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนเห็นด้วยกับ
แพทยสภา
ในการออกกฎหมายเพื่อไม่ให้แพทย์รับผิดทางอาญา โดยให้ดำเนินคดีเฉพาะทางแพ่ง แต่มีบางกรณีเกิดขึ้น อย่างเช่น คลินิกเปิดรับตัด
อัณฑะ
ให้กับเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ก็จะไม่สามารถดำเนินคดีอาญากับแพทย์ได้ เพียงแต่ฟ้องแพ่งเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้เดิมไม่เคยเกิดขึ้น และคงไม่มีใครรู้หากไม่มีการนำเสนอเป็นข่าว ดังนั้นจำเป็นต้องพิจารณารอบด้าน ขณะที่ที่ทางกองการประกอบโรคศิลปะต้องดูแลและสอดส่องการให้บริการของคลินิกเหล่านี้ และเรื่องนี้ถือเป็นความพอใจเด็กและเป็นความตั้ง ใจของแพทย์ที่รับทำให้ จำเป็นต้องคุมเข้มการให้ใบอนุญาตประกอบสถานพยาบาล
ด้านนพ.ศุภชัย คุณารัตนพฤกษ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปกติการตัดลูก
อัณฑะ
จะทำเมื่อมีข้อบ่งชี้ว่าเป็น
มะเร็งและเนื้องอก
ดังนั้นหากวัยรุ่นยังอายุไม่ถึง 18 ปี ที่พ่อแม่ไม่ยินยอม สถานพยาบาลที่รับทำการ
ผ่าตัด
ดังกล่าวจะมีความผิดตามพ.ร.บ.สถานพยาบาล มาตรา 234(2) คือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท นอกจากนี้พ่อแม่เด็กอาจฟ้องแพ่งและอา ญาได้ในข้อหาทำร้ายร่างกาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา297
นพ.ศุภชัย กล่าวต่อว่า การตัดลูก
อัณฑะ
จะส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจอย่างถาวร กลับสู่สภาพเดิมไม่ได้ เด็กจะเป็นเหมือนขัน ทีจีนในอดีต ส่งผลให้มีปัญหาเรื่องความสูง ความยาว อายุจะสั้น อารมณ์และจิตใจจะเปลี่ยนแปลง จนต้องมีการให้ฮอร์โมนทดแทน ส่วนที่มีการระบุว่า การตัด
อัณฑะ
แล้วจะช่วยให้มีผิวพรรณสวยงาม ดูเป็นหญิงนั้น ยังไม่มีรายงานทางการแพทย์ยืนยันเรื่องนี้ นอกจากนี้การตัด
อัณฑะ
เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นของการ
แปลงเพศ
แต่หากเป็นการตัด
อัณฑะ
เพียงอย่างเดียวโดยไม่มีข้อบ่งชี้ จะถือว่าเป็นการทำผิดมาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งเรื่องนี้ต้องประสานไปยัง
แพทยสภา
ทางกรมสนับสนุนบริการสุขภาพจะประสานกับ
แพทยสภา
เพื่อตรวจสอบคลินิกที่ดำเนินการในลักษณะดังกล่าวว่า มีการดำเนินการตามมาตรฐานหรือไม่ ขณะเดียวกันพ่อแม่ของเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี หากมีลูกไปรับบริการแล้วสามารถมาร้องเรียนเพื่อเอาผิดได้ และถึงแม้พ่อแม่จะยินยอมให้
ผ่าตัด
แต่การดำเนินการจะต้องมีข้อบ่งชี้ในการ
ผ่าตัด
โดยเฉพาะต้องผ่านการประเมินของจิตแพทย์ นักจิตวิทยา แพทย์สาขาที่เกี่ยวข้อง และหลังการ
ผ่าตัด
จะต้องมีกระบวนการรักษาเพราะต้องกินยาฮอร์โมนเสริมไปตลอดชีวิตนพ.ศุภชัย กล่าว
นพ.ศุภชัย กล่าวว่า ขอฝากไปยังเด็กที่คิดจะตัดอัณฑะว่า เรื่องเอกลักษณ์ทางเพศจะมีการพัฒนาระยะยาว อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคตด้วยตัวของมันเอง ดังนั้นก่อนตัดสินใจทำอะไรควรปรึกษาผู้ปกครองก่อนขณะเดียวกันผู้ปกครองต้องเข้าใจเด็ก และให้คำแนะนำเหมาะสม
ด้าน นพ.ธารา ชนะกาญจน์ ผู้อำนวยการกองการประกอบโรคศิลปะ กล่าวว่า การตัด
อัณฑะ
ลักษณะนี้ ส่วนใหญ่เป็นการลักลอบทำตามคลินิก ทำให้ไม่ทราบจำนวนคลินิกที่เปิดให้บริการ ซึ่งโดยปกติทางกองการประกอบโรคศิลปะจะมีการออกตรวจในทุกปี หรือในกรณีทีมีการร้องเรียนและที่ผ่านมาก็ไม่เคยได้รับการร้องเรียนแต่อย่างใด อีกทั้งส่วนใหญ่ผู้ให้บริการจะให้ข้อมูลผ่าน
อินเตอร์เน็ต
โดยให้เบอร์โทร.ติดต่อเท่านั้น ทำให้การตรวจจับยาก
ด้าน นพ.อำนาจ กุสลานันท์ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า เมื่อได้รับข้อมูลจากนายนที ธีระโรจนพงษ์ ผอ.
กลุ่มเกย์
การเมืองไทยแล้วว่าคลินิกใดให้บริการตัด
อัณฑะ
ให้เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ จะเข้าไปตรวจสอบทันที และดำเนินการลงโทษทางวินัยทันที โดยโทษสูงสุดที่แพทย์ทำผิดจริยธรรม คือ การเพิกถอนใบอนุญาต
ทั้งนี้ในเดือนเม.ย.นี้จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์การ
แปลงเพศของแพทยสภา
เป็นครั้งแรก เพื่อวางกฎเกณฑ์เป็นแนวทางปฏิบัติและออกเป็นข้อบังคับว่า เด็กอายุเท่าใดที่จะสามารถแปลงเพศได้ ซึ่งโดยส่วนตัวเห็นว่า ผู้ที่จะ
แปลงเพศ
ควรมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป และต้องผ่านการประเมินจิตใจจากจิตแพทย์ตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ขณะเดียวกันต้องกำหนดระยะเวลาในการทดลองใช้ชีวิตเป็นผู้หญิงว่าจะเป็น 6 เดือน หรือ 1 ปี โดยในบางประเทศกำหนดเอาไว้ถึง 2 ปี ซึ่งหากแพทย์ที่ฝ่าฝืนข้อบังคับที่จะมีความผิดต่ำสุด คือ การพักใช้ใบอนุญาต โดยข้อบังคับเรื่องการ
แปลงเพศ
นี้จะออกมาใช้ทันในปีนี้อย่างแน่นอน
ภาพ : ประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
