วธ.เผยผลสำรวจพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นรอบ 100 ปี พบมีเกือบ 1,000 แห่ง ระบุใน วัด มีพิพิธภัณฑ์มากที่สุด เป็นศูนย์กลางชุมชน ไขศรี สั่งการให้ สวช. - ศมส. นำงานวิจัยท้องถิ่นมาทำเป็นรูปธรรมน.ส.ปณิตา สระวาสี นักวิชาการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร(ศมส.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยการศึกษางานพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทยตามนโยบายรัฐบาลว่า สืบเนื่องมาจากการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงต้องการอนุรักษ์สมบัติทางศิลปวัฒนธรรมของชาติให้คงไว้ไม่ให้สูญหาย โดยจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นชื่อว่า อยุธยาพิพิธภัณฑ์ เป็นแห่งแรกและเป็นแบบอย่างการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในรูปอื่นๆ มาถึงปัจจุบัน จากการรวบรวมข้อมูลพิพิธภัณฑ์ไทยในรอบ 100 ปี อาทิ พิพิธภัณฑ์วัด พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นประจำตำบล พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในสถานศึกษา ศูนย์วัฒนธรรมท้องถิ่นและหอวัฒนธรรมนิทัศน์ เป็นต้น พบมีอยู่ประมาณ 927 แห่งทั่วประเทศ
นักวิชาการ ศมส. กล่าวอีกว่า จากการศึกษาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นพบว่าแหล่งรวบรวมโบราณวัตถุและศิลปะ วัตถุที่เป็นของมีค่าและแปลกมากที่สุดคือวัด เพราะวัดเป็นศูนย์กลางชุมชน ชาวพุทธมักจะเป็นผู้บริจาคศิลปวัตถุและสิ่งของเครื่องใช้ศิลปหัตถกรรมให้กับวัด มีพิพิธภัณฑ์วัดที่ได้รับการประกาศเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเป็นจำนวนมาก อาทิ พระปฐมเจดีย์พิพิธภัณฑสถาน จ.นครปฐม พิพิธภัณฑสถานวัดพระธาตุหริภุญไชย จ.ลำพูน พิพิธภัณฑ์วัดพระบรมธาตุไชยา จ.สุราษฎร์ธานี พิพิธภัณฑ์วัดพระพุทธชินราช จ.พิษณุโลก พิพิธภัณฑ์วัดโบสถ์ จ.สิงห์บุรี เป็นต้น
นักวิชาการ ศมส. กล่าวต่อไปว่า สำหรับพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในรูปแบบของหอวัฒนธรรมนิทัศน์ ของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) เพื่อสร้างแหล่งเรียนรู้เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม รวบรวมและถ่ายทอดวิถีชีวิตของคนในชุมชนท้องถิ่น ปัจจุบันพบมากกว่า 40 แห่ง เช่น หอวัฒนธรรมนิทัศน์วัดศรีโคมคำ จ.พะ เยา หอวัฒนธรรมนิทัศน์เฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก จ.เชียงราย หอวัฒนธรรมนิทัศน์ลุ่มน้ำโขง จ.นครพนม เป็นต้น นอกจากนี้ สวช. ยังมีศูนย์บูรณาการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนที่เชื่อมโยงกับงานพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ซึ่งจะขยายศูนย์ให้ครบทุกอำเภอและตำบล ดังนั้น ในอนาคตพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นจะเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากกลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของสังคมไทย
พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นกระบวนการเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่เริ่มต้นได้ในชุมชนหรือท้องถิ่นเอง บางแห่งอาจจะเกิดมาจากการริเริ่มของหน่วยงานของรัฐหรือราชการ และอาศัยทรัพยากรด้านต่างๆ จากภาครัฐ บางแห่งอาจจะเกิดโดยเอกเทศหรือโดยความร่วมมือกันเองของคนในชุมชนด้วยกันเองเพื่อสร้างความเข้มแข็งของวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยไม่ต้องต่อรองหน่วยงานรัฐ นักวิชาการ ศมส. กล่าว
คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า งานวิจัยของศมส. และสวช. เกี่ยวกับสังคมวัฒนธรรมและพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นมีอยู่จำนวนมาก แต่ที่ผ่านมานักวิจัยทำเสร็จแล้วได้แค่เผยแพร่ผ่านทางสื่อ หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ค่อยได้นำไปใช้เท่าที่ควร ตนจึงมอบนโยบายให้สวช. และศมส. นำงานวิจัยไปสู่การปฎิบัติเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะโครงการบูรณาการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน ถือว่ามีประโยชน์ต่อท้องถิ่นอย่างมาก
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
