ขณะที่ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุไซโคลนนาร์กีสในพม่ายังเป็นไปอย่างเชื่องช้า เริ่มมีรายงานโรคท้องร่วง และไข้มาลาเรียระบาดในพื้นที่ประสบภัยแล้วสภาพในพม่า
(9พค.) นายโอซามุ คูนี ผู้อำนวยการด้านโภชนาการและสาธารณสุขของ
ยูนิเซฟ
ใน
นครย่างกุ้ง
บอกว่าตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขกำลังพยายามหาทางป้องกัน
โรคระบาด
ในพม่า หลังมีรายงานว่า เริ่มเกิดโรคมาลาเรีย และท้องร่วง ระบาดในพื้นที่ประสบภัยแล้ว โดยประเมินเบื้องต้นว่ามีเด็กร้อยละ 20 ที่อยู่ในพื้นที่ ที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดกำลังป่วยด้วยโรคท้องร่วง
ท่ามกลางความวิตกว่าสถานการณ์จะเลวร้ายขึ้นอีก เพราะพื้นที่ประสบภัยส่วนใหญ่ยังจมอยู่ใต้น้ำสกปรก ที่มีศพจำนวนมากลอยอยู่ในน้ำ และยังไม่สามารถเข้าไปเก็บกู้ได้ อีกทั้ง
ผู้ประสบภัย
ยังไม่มีอาหารและน้ำสะอาดดื่ม และไม่สามารถใช้ยาฆ่าเชื้อโรคเพื่อนำน้ำในแหล่งน้ำมาใช้ได้ เนื่องจากมีน้ำทะเลเจือปน
นายคูนีบอกด้วยว่าตอนนี้สถานการณ์ในพม่ากำลังเลวร้ายหนัก เพราะยังมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจาก
ภัยพิบัติ
ครั้งนี้อีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ทราบชะตากรรม ในขณะที่พื้นที่ประสบภัยส่วนใหญ่ก็อยู่ห่างไกลและยังเข้าไปไม่ถึง ขณะที่ทีมของ
องค์การอนามัยโลกในพม่า
กำลังพยายามประเมินสถานการณ์ แต่มีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญอยู่เพียง 2-3 คน
ขณะที่
องค์การอนามัยโลก
บอกว่า ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าตอนนี้มีคนที่ป่วยเป็นไข้มาลาเรียแล้วจำนวนเท่าไหร่ แต่ที่น่าห่วงคือบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดีเป็นแหล่งของโรคไข้มาลาเรียที่มียุงเป็นพาหะ ซึ่งได้มีการจัดส่งมุ้งจำนวน 1 หมื่นหลังเข้าไปแล้ว และในตอนนี้สิ่งที่ต้องรีบดำเนินการคือเรื่องการจัดหาน้ำสะอาด อาหาร และดูแลเรื่องสุขอนามัยของผู้ประสบภัย
แม้ในเวลาที่ไม่
ประสบภัยพิบัติ
การสาธารณสุขในพม่าก็ถือว่าเลวร้ายที่สุดในโลกอยู่แล้ว โดยเมื่อปี 2543 องค์การอนามัยโลกจัดให้พม่าเป็นประเทศที่มีระบบสาธารณสุขแย่ที่สุดในโลกรองจาก เซียร่า เลโอน ที่ถูกทำลายล้างจากสงคราม และแม้จะมีโรงพยาบาลหลายแห่ง แต่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลได้ เพราะร้อยละ 90 ประทังชีวิตอยู่ด้วยรายได้วันละไม่ถึง 1 ดอลลาร์หรือ 31 บาท
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
