สุรยุทธ์ บินพบ รบ.พม่า เกลี้ยกล่อมให้เปิดรับความช่วยเหลือจากนานาชาติ อุตุเตือนพายุหมุนคู่ นาร์กีส อาจพัดซ้ำพม่าอีกปลายพ.ค.นี้สมัคร ส่ง2ขุนพลพบ เต็ง เส่ง
พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
เปิดเผยว่า แม้
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
จะไม่สามารถเดินทางไปสหภาพพม่าได้ด้วยตัวเอง แต่เมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้มอบให้ นายบรรณสาร บุนนาค เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงย่างกุ้ง สหภาพพม่า
และ
พล.ท.นิพัทธ์ ทองเล็ก เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย
เดินทางพร้อมสิ่งของและเวชภัณฑ์จำนวนหนึ่ง รวมทั้งไปพบกับ
พล.อ.เต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีพม่า
เพื่อประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว โดยได้มอบหมายให้ พล.ท.นิพัทธ์ เป็นทูตพิเศษของนายกรัฐมนตรี นำจดหมายไปมอบให้กับ พล.อ.เต็ง เส่ง เพื่อแจ้งความปรารถนาดีในการให้ความช่วยเหลือแก่พม่า
ด้าน
มูลนิธิส่งเสริมสันติวิถี
ออกแถลงการณ์ถึงรัฐบาลไทย รัฐบาลทหารพม่า และอาเซียน เรื่องการช่วยเหลือประชาชนในพม่า ซึ่งได้รับผลกระทบจากพายุไซโคลนนาร์กีส โดยเรียกร้องให้รัฐบาลทหารพม่าเปิดให้นานาชาติเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในพื้นที่ต่างๆ อย่างเร่งด่วน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลไทย คนไทย และประชาชนทั่วโลก ร่วมกันดำเนินกิจกรรม เพื่อกดดันให้รัฐบาลทหารพม่าเปิดให้นานาชาติเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติอย่างเร่งด่วน
สุรยุทธ์ บินกล่อมรัฐบาลพม่า
เอพีรายงานในวันเดียวกันนี้ว่า
นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
เปิดเผยระหว่างการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ขณะเดินทางเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางกาว่า
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี
จะเดินทางเยือนพม่าในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ โดยมี
พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุก ผบ.ทอ.
ในฐานะกรรมการมูลนิธิ และ
นายประสงค์ พิฑูรย์กิจจา
เลขาธิการมูลนิธิ พร้อมคณะอีก 6 คนร่วมเดินทางไปด้วย เพื่อเจรจาเกลี้ยกล่อมรัฐบาลพม่าให้เปิดรับทีมช่วยเหลือจากนานาชาติ เพื่อเข้าไปทำหน้าที่บรรเทาทุกข์จากเหตุวาตภัยนาร์กีสโดยตรง
ทั้งนี้
นายนพดล
กล่าวว่า รัฐบาลทหารพม่ายอมรับข้อเสนอของ
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์
อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยที่ต้องการจะเดินทางไปเยือนพม่าโดยเร็วที่สุด และเปิดเผยด้วยว่า พล.อ.สุรยุทธ์ จะเดินทางไปกรุงเนปยีดอ เมืองหลวงของพม่า ในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ และดำเนินความพยายามที่จะเกลี้ยกล่อมพม่าให้เปิดรับความช่วยเหลือจากนานาชาติ ทำให้เชื่อว่าพม่าจะยอมอนุญาตให้เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ของนานาชาติเข้าประเทศในเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ นายนพดลกล่าวด้วยว่า
นายเนียน วิน รัฐมนตรีต่างประเทศพม่า
เริ่มมีน้ำเสียงอ่อนลงแล้ว และมั่นใจว่าสิ่งของบรรเทาทุกข์จะถูกส่งไปถึงมือผู้ประสบภัย ไม่ใช่สมาชิกของรัฐบาลทหารพม่า
แพร่ภาพแจกของบรรเทาทุกข์จากไทย
ทั้งนี้ เอพีระบุด้วยว่า สถานีโทรทัศน์ทางการพม่าเริ่มออกอากาศภาพข่าวที่บรรดานายพลทหารระดับสูง รวมทั้ง
พล.อ.อาวุโส ตาน ฉ่วย
นำเอากล่องความช่วยเหลือออกแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย โดยมีการจัดเป็นพิธีการใหญ่โต โดยกล่องบรรเทาทุกข์ดังกล่าวมีชื่อของ
พล.ท.มินต์ ส่วย
นายทหารที่มีความสนิทสนมกับผู้นำสูงสุดของพม่าและได้ชื่อว่าเป็นดาวรุ่งที่จะเป็นแกนหลักในกลุ่มผู้ปกครองพม่าในอนาคตขนาดใหญ่ติดอยู่ เหนือข้อความขนาดเล็กที่ระบุว่า
'สิ่งของบรรเทาทุกข์จากประเทศไทย'
นายมาร์ก ฟามาเนอร์ ผู้อำนวยการองค์กรรณรงค์เพื่อพม่าในอังกฤษ
ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือบรรดาผู้นำทหารประจำภูมิภาคต่างๆ นำสิ่งของที่ได้รับบริจาคจากเพื่อนบ้านในเอเชียไปติดชื่อของตนเองอ้างว่าเป็นสิ่งของที่จัดหามาเองเพื่อเป็นของขวัญให้กับผู้ประสบภัย เป็นการใช้สิ่งของบรรเทาทุกข์เพื่อโฆษณาชวนเชื่อ และเห็นได้ชัดว่าพื้นที่ที่นำไปแจกจ่ายนั้นไม่ใช่พื้นที่ประสบภัยร้ายแรงซึ่งมีความต้องการสิ่งของดังกล่าวมากที่สุดแต่อย่างใด
อุตุฯยูเอ็นเตือนระวังเจอไซโคลนอีก
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ว่า
นายยูอิชิ โอโนะ ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยา จาก สำนักงานยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศเพื่อลดวิบัติภัย (ไอเอสดีอาร์) ในสังกัดสหประชาชาติ (ยูเอ็น)
เปิดเผยว่า มีโอกาสเป็นไปได้ที่พม่าจะเผชิญกับพายุไซโคลนขนาดใหญ่อีกครั้งภายในเดือนพฤษภาคมนี้ เนื่องจากในพื้นที่อ่าวเบงกอลนั้นมักเกิดพายุหมุนขึ้นเป็นคู่ ทวีกำลังขึ้นเป็นพายุไซโคลนในระยะเวลาใกล้เคียงกับการเริ่มต้นและการสิ้นสุดของหน้ามรสุม ซึ่งจะเริ่มในราวปลายเดือนพฤษภาคมนี้ และมีโอกาสไม่น้อยที่จะขึ้นฝั่งในบริเวณใกล้เคียงกับจุดเดิมที่เคยโดนนาร์กีสถล่มมาแล้ว
นายโอโนะ
กล่าวว่า หากเป็นเช่นนั้นจริง ผลของมันจะร้ายแรงอย่างมาก ไม่ว่าจะมีการเตือนล่วงหน้าหรือไม่ก็ตามที เพราะพื้นที่ที่สามารถใช้หลบภัยในบริเวณนั้นเสียหายไปมากแล้ว ทำให้ประชาชนที่อยู่ในสภาวะลำบากในเวลานี้ไม่มีพื้นที่หลบภัยที่ปลอดภัยเพียงพอ ยิ่งเข้าไปหลบในบ้านที่เสียหายแล้วยิ่งเป็นอันตรายมากขึ้นไปอีก
ข้อมูลจาก มติชน
