ชี้สื่อ-บุคคลสาธารณะกระตุ้นเด็กกลายเป็นเพศที่ 3 รองประธานศาลอุทธรณ์ลั่นตัดไข่-เต้านม โทษทำร้ายผู้อื่นขั้นสาหัส จำคุกถึง 10 ปี เสนอเพิ่มอายุความฟ้องแพ่งเป็น 5 ปี เกย์ประณาม"นิกกี้"พ่นเรื่องเซ็กส์-หมิ่นหญิงเด็กไทยเครียด
เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กทม
. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
(พม.) จัดเสวนา เรื่อง เด็กไทยปลอดภัยจริงหรือ โดยนพ.
สุริยเดว ทรีปาตี
ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะเด็กและเยาวชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) กล่าวว่า สาเหตุการเสียชีวิตของเด็กและเยาวชนมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.อุบัติเหตุ เนื่องจากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 40-50 % ทำให้มีเด็กเสียชีวิต 16 รายต่อวัน
2.ติดเชื้อเอชไอวี โดยเด็กผู้ชายมีพฤติกรรมเสี่ยงด้วยการดื่ม เหล้า สูบบุหรี่ มีเซ็กซ์ที่ไม่ปลอดภัย ส่วนเด็กผู้หญิงเกิดจากการมีเซ็กซ์ที่ไม่ปลอดภัย และ โรคเสพติด เช่น ติดเกม และการบริโภคนิยม และ3.ภาวะความเครียดจากหลายสาเหตุจนนำมาสู่การฆ่าตัวตาย พบว่าทั่วประเทศมีเด็กฆ่าตัวตาย ประมาณปีละ 600 ราย เฉลี่ยวันละ 2 คน
นพ.สุริยเดว
กล่าวว่า ส่วนรายงานเพศที่ 3 ในช่วงศตวรรษที่ 19 มีแค่ 1 % แต่ปัจจุบันมีเพศที่ 3 ถึง 15 % อันเนื่องมาจากปัจจัยภายใน คือ กรรมพันธุ์ โครโมโซม ยีน การคลอดผิดปกติมีอวัยวะเพศกำกวม มีทั้งองคชาตและอวัยวะเพศหญิง และปัจจัยภายนอก คนใกล้ชิดที่เลี้ยงดูเด็ก โดยพบว่าเกย์ กระเทย ตุ๊ด เกิดจากครอบครัวที่ไม่มีพ่อ ไม่มีความอบอุ่น เด็กไม่มีผู้ชายให้ลอกเลียนแบบ หรือมีพ่อแต่พ่อดุดัน ดุจัดเกินไป เด็กก็ไม่กล้าลอกเลียนแบบ หรือ พ่ออ่อนแอยวบยาบ หรือพ่อทำงานตลอดอยู่ต่างจังหวัดไม่ได้อยู่กับลูก เช่นเดียวกับลูกที่เป็นทอม ดี้ แม่ก็เป็นเช่นเดียวกัน คือแม่ดุดัน หย่อนยาน หรือไม่มีแม่ ซึ่งช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของเด็กที่สุด คือแรกเกิดถึง 6 ปี หากไปฝากคนอื่นเลี้ยงหรือไม่ดูแลใกล้ชิด จนเด็กเกิดปัญหาก็สายไปที่จะกลับมาดูแล
สื่อและบุคคลสาธารณะ มีผลกระตุ้นหล่อหลอมเด็ก ว่า
เพศที่ 3
เป็นที่ยอมรับต่อสังคม ประกอบกับพ่อแม่ก็ไม่มีทักษะและเวลาในการดูแล ทั้งนี้ หากเด็กเป็นเพศที่ 3 สังคมรอบข้าง คือ บ้าน โรงเรียน ชุมชน ต้องยอมรับ แต่ไม่ได้หมายความว่าให้ยอมรับทั้งประเทศมิฉะนั้นจะเป็นกันเต็มบ้านเต็มเมือง เสี่ยงติดเชื้อเอชไอวี และหากยังมีสื่อที่ยั่วยุทางเพศแย่ๆต่อไปเราจะกลายเป็นโลกที่มีแต่เซ็กซ์สกปรกโสมม นพ.สุริยเดวกล่าวและว่า
วัยรุ่นเพศที่ 3
เป็นโรคกลัวอ้วนรุนแรงกว่าเด็กชายหญิงทั่วไป ประกอบกับอารมณ์ที่ขึ้นลงรวดเร็ว ภาวะอีคิวที่มีปัญหา พ่อแม่ไม่มีทักษะเลี้ยงลูกเพศที่ 3 ทำให้เด็กมีภาวะเครียดสูง และนำไปสู่การฆ่าตัวตายมากกว่าเด็กทั่วไป ทางออกควรมีศูนย์แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับเด็ก เยาวชน ครอบครัว และจัดแฟมิลี่ เดย์เพื่อรณรงค์กิจกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งครม.ต้องให้ความสำคัญกับเด็ก ถ้าไม่ลงทุนกับเด็กแสดงว่าไม่ได้ทำเพื่อประเทศในอนาคต
ด้านนายวัชรินทร์ ปัจเจกวิญญูสกุล รองประธานศาลอุทธรณ์ ภาค 9 กทม. กล่าวว่า ขณะนี้ไทยไม่มีกฎหมายคุ้มครอง
การแปลงเพศ
หรือการตั้งครรภ์แทน แม้จะมีแพทยสภาควบคุมดูแลแต่ก็ยังไม่มีกติกาที่คุ้มครองคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ ซึ่งต้องพิจารณาว่าการตัดอัณฑะหรือตัดเต้านมเป็นการรักษาหรือไม่ และมีกระบวนการขั้นตอนการกะทำครบถ้วนมีทีมสหวิชาชีพดูแลหรือไม่ หากไม่ใช่ก็จะมีความผิดตามมาตรา 297 ที่ระบุว่าผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุ ให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน - 10 ปี
นายวัชรินทร์ กล่าวอีกว่า อันตรายสาหัส หมายถึงตาบอด หูหนวก ลิ้นขาด หรือเสียฆานประสาท เสียอวัยวะสืบพันธุ์ หรือความสามารถสืบพันธุ์ เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้วหรืออวัยวะอื่นใด หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว แม้แพทยสภาจะออกกฎก็ยังเสี่ยง เพราะคนที่ทำไปแล้วหลายร้อยคน จะเกิดผลต่อร่างกายตามมา จะฟ้องร้องใครได้ หากมองว่าเพศที่ 3 ไม่ใช่โรคที่ต้องรักษา ซึ่งการฟ้องแพ่งจากการละเมิดมีอายุความเพียง 1 ปี ดังนั้น ควรแก้กฎหมายให้มีอายุความ 5 ปี เพราะหากเด็กที่ทำไปแล้วสูญเสียอวัยวะสืบพันธุ์ พิการตามมา แพทย์ก็มีความผิดและต้องรับผิดชอบ
การกระทำดังกล่าวไม่สามารถอ้างมาตรา 67 ที่ระบุการกระทำความผิดด้วยความจำเป็นเพราะอยู่ในที่บังคับ หรือภายใต้อำนาจซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยง หรือขัดขืนได้ หรือเพราะเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นพ้นจากภยันตรายที่ใกล้จะถึงและ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้พ้นโดยวิธีอื่นใดได้ เมื่อภยันตรายนั้นตนมิได้ก่อให้ เกิดขึ้นเพราะความผิดของตน ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นการเกินสมควรแก่เหตุแล้วไม่ต้องรับโทษ กฎหมายไม่ยกเว้น นอกจากนั้นตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก หากเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ถือเป็นการทารุณกรรมเด็กไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม หรือแม้เด็กอายุ 18-20 ปี ก็ต้องได้รับการยินยอมจากผู้ปกครองนายวัชรินทร์กล่าว
ด้านนายธวัชชัย ไทยเขียว รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวว่า สถิติที่กรมพินิจฯ รวบรวมในช่วงเดือนต.ค.50-ก.พ.51 พบสูงสุดเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ 6,078 ราย ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ 4,761 ราย ความผิดอื่น ๆ 3,744 ราย ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย 3,096 ราย ความผิดเกี่ยวกับอาวุธและวัตถุระเบิด 1,632 ราย ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุข เสรีภาพ ชื่อเสียงและการปกครอง 1,342 ราย และความผิดเกี่ยวกับเพศ 853 ราย จึงถึงเวลาที่ทุกฝ่ายโดยเฉพาะคนทำงานด้านเด็กทั้งภาครัฐและเอกชนต้องหันหน้าจับเข่าคุยกันถึงการป้องกันและแก้ปัญหาตั้งแต่ก่อนมีครรภ์จนถึงเยาวชนที่บรรลุนิติภาวะ
นางงามตา รอดสมใจ นักวิจัยศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก คณะแพทย์ศาสตร์ รพ.รามาธิบดี กล่าวว่า ข้อมูลการศึกษาของศูนย์ฯ ปี 42-48 พบว่าช่วง 7 ปี เด็กอายุ 1-14 ปี เสียชีวิต 61,864 ราย เกิดจากอุบัติเหตุความรุนแรง 23,457 ราย โดยอันดับ 1 เกิดจากการจมน้ำ 10,371 ราย คิดเป็น 44 % ของอุบัติเหตุทั้งหมด รองลงมา คือ การขนส่งเดินทาง 721 รายต่อปี และ การบาดเจ็บอื่นๆ 1,111ต่อปี ซึ่งปัจจัยเสี่ยงของการจมน้ำ เกิดจาก 1.การเผอเรอของผู้เลี้ยงดูชั่วขณะ ทำให้เด็กวัย 6 เดือน-3 ปี เสียชีวิตมากที่สุด 2.ประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าเป็นจริง 3.ผู้ช่วยเหลือเด็กไม่มีความรู้การปฐมพยาบาล 4.สถานบริการทางการแพทย์ไม่พร้อมช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉิน
มาตรการป้องกันตามนโยบายโลกที่เหมาะสมสำหรับเด็ก กำหนดให้ปี 2557 เด็กอายุ 1-14 ปี ต้องเสียชีวิตลดลงเหลือ 5 ต่อแสนคนต่อปี มีเกณฑ์ขั้นต่ำในการเลี้ยงดูเด็กตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็กอย่างจริงจัง มีกฎหมายกำหนดความรับผิดชอบจากสิ่งก่อสร้างในชุมชน รณรงค์สร้างความตระหนักภัยทางน้ำของเด็กกับครอบครัว ชุมชน สังคม โดยเฉพาะครอบครัวต้องตระหนักต่อความสูญเสีย ให้ความรู้กับครอบครัวและสอนเด็กไม่ให้ไปอยู่ในจุดเสี่ยง และสอนว่ายน้ำกับเด็กอายุ 9 ขวบขึ้นไป พร้อมทั้งสอนการช่วยคนตกน้ำให้เด็กนางงามตากล่าว
เกย์ประณาม"นิกกี้"พ่นเรื่องเซ็กส์-หมิ่นหญิง
หลังจากที่นายสุระ ธีระกล หรือ นิกกี้ เพลย์บอยชื่อดังของเมืองไทย ออกมาให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง เมื่อคืนวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมาปรากฏว่า ภายหลังออกอากาศได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย ถึงความไม่เหมาะสมของการให้สัมภาษณ์ดังกล่าว โดยนายนที ธีระโรจนพงษ์ หัวหน้ากลุ่มเกย์การเมืองไทย เปิดเผยว่า ในฐานะที่ตนเป็นเครือข่ายศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรมในการเป็นหูเป็นตา เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม เห็นว่า การให้สัมภาษณ์ของนายสุระ หรือ นิกกี้ เป็นการทำลายวัฒนธรรมไทยลงอย่างสิ้นเชิง แม้ในบางคำของการให้สัมภาษณ์ที่ไม่เหมาะสมจะมีการดูดเสียง แต่คนดูก็สามารถที่จะเดาออกว่า เป็นการพูดถึงเรื่องอะไร และ เนื้อหาของการให้สัมภาษณ์ที่พูดถึงเรื่องเพศอย่างโจ่งครึ่ม แม้จะเป็นรายการในช่วงดึกก็ไม่เหมาะ เพราะเรื่องที่พูดเป็นเรื่องที่หยาบคายเกินกว่าที่จะรับได้
นายนที กล่าวว่า การที่นายสุระ ออกมาเปิดเผยตนเองว่าเป็นผู้เยี่ยมยุทธ์ในเรื่องทางเพศ พร้อมทั้งอธิบายวิธีปฏิบัติกิจกรรมทำรักด้วยปาก อย่างชนิดที่ไม่มีความละอาย เป็นเรื่องที่สมควรถูกประณามอย่างมาก ที่สำคัญเวลาที่ให้สัมภาษณ์ พิธีกรรายการยังร่วมระเบิดเสียงหัวเราะแบบสะใจ ท้าทายสังคม ทำให้รู้สึกว่า นี่หรือคือเมืองไทยที่เป็นเมืองพระพุทธศาสนา เหตุใดสื่อมวลชนบางคนจึงไม่มีความละอายหรือเกรงกลัวต่อบาปเลย
นอกจากจะทำลายวัฒนธรรมแล้ว นายนิกกี้ยังมีส่วนที่จะทำให้มีคนติดเอดส์เพิ่มขึ้น เพราะมีเพศสัมพันธ์โดยขาดการป้องกัน เช่น ตอนหนึ่งของการให้สัมภาษณ์ที่บอกว่า ให้กระหน่ำเหมือนกับอดข้าวมาสองอาทิตย์แล้วอดอยากมาก ผมไม่รู้ว่า เขาพูดออกมาได้อย่างไร และรู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังทำอะไรกับสังคมอยู่นายนที กล่าว
ทั้งนี้อยากขอร้องให้กระทรวงวัฒนธรรม ลุกขึ้นมาประนามและระงับยับยั้งการกระทำดังกล่าว รวมทั้งองค์กรสตรี องค์กรพัฒนาเอกชนด้านเอดส์ เพราะผู้ชายคนนี้กำลังจะทำให้สังคมไทยมีคนติดเซ็กส์ ติดเอดส์เพิ่มขึ้น และกำลังย่ำยีศักดิ์ศรีของผู้หญิงว่าเป็นพวกที่ชอบผู้ชายเยี่ยมยุทธ์ในเรื่องเซ็กส์ ซึ่งไม่เป็นความจริงนอกจากนี้การให้สัมภาษณ์ว่า มีเสี่ยคนหนึ่งพยายามจะเอาเงินมาซื้อเซ็กส์จากตนเอง แค่ไปกินข้าวก็หมดเป็นแสน อยากให้ตำรวจหรือสันติบาลช่วยตรวจสอบว่า นี่เป็นการโปรโมทการค้าขายบริการทางเพศทางโทรทัศน์หรือไม่
หัวหน้ากลุ่มเกย์การเมืองไทย ยังกล่าวด้วยว่า การกระทำของนายนิกกี้ ทำให้ภาพลักษณ์ของชาวเกย์เสื่อมเสียมาก คนๆนี้พยายามจะทำให้เกิดปัญหา ทำให้สังคมมองว่าพวกเกย์ คือ กลุ่มคนที่มีแต่เรื่องการเอาเงินมาล่อซื้อทางเพศ ซื้อขายทางเพศ ทำให้สิ่งที่ภาครัฐ กำลังจะให้การสอนเพศศึกษากับเด็กจบเลย ขณะนี้สังคมไทยอ่อนแออยู่แล้ว แล้วยังเอาคนที่เป็นผู้ชายป้ายเหลืองออกมานำเสนออีก ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นน่ากลัวมาก เพราะเป็นการทำให้เห็นว่า การเป็นผู้ชายป้ายเหลือง เป็นเรื่องธรรมดา นานวันเข้าอาจจะทำให้เด็กรุ่นหลังหลงทาง หลงผิด คิดว่าการเป็นแบบนี้ป็นเรื่องเท่ห์ เรื่องดีก็ได้
ส่วนการที่นายนิกกี้ บอกว่าจะออกหนังสือตีแผ่การทำรักอย่างถึงกึ๋น อยากให้กระทรวงวัฒนธรรม ตำรวจสันติบาล ตรวจสอบหนังสือเล่มดังกล่าวด้วย เพราะไม่รู้ว่าจะเป็นหนังสือที่ทำลายวัฒนธรรมและสังคมให้ย่อยยับหรือไม่ วัฒนธรรมไทยของเรา สอนเด็กว่า เรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมดา แต่ต้องมีความละอาย ไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดกันอย่างโจ๋งครึ่มเช่นนี้ อยากตั้งคำถามกับสื่อ กับรายการที่เอาคนแบบนี้มนำเสนอ ทำเพื่ออะไร เขาเป็นดาราก็จริง แต่มันมีประโยชน์อะไรที่จะเอาคนแบบนี้มาเป็นต้นแบบทางสังคม พูดกี่คำก็วกลงเรื่องเซ็กส์ คนเราอยู่ได้เพราะเรื่องนี้เรื่องเดียวหรือ คุณกำลังโปรโมทว่านี่คือเรื่องของความเยี่ยมยุทธ์ของความเป็นชายหรือ ในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง ขอประณามการกระทำของผู้ชายคนนี้ และถ้าเป็นไปได้ก็ขอให้ช่วยกันระงับยับยั้ง หนังสือชั่วๆที่จะออกมาทำลายสังคมไทยเล่มนี้เสีย
นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า การที่ทางรายการได้นำดาราที่มีพฤติกรรมที่ตีแผ่เรื่องเพศต่อสาธารณชนในทางที่เสื่อมเสีย ถือว่าไม่มีความเหมาะสมอย่างยิ่ง และไม่สมควรคิดให้คนที่มีพฤติกรรมเช่นนี้มาออกรายการด้วย อย่างน้อยดาราชายก็ควรที่จะต้องมีจิตสำนึกในการเคารพสิทธิสตรีบ้าง แต่อาจเป็นเพราะดาราชายมีสภาพจิตใจที่มีปัญหา การตั้งคำถามของรายการไม่ได้ส่งผลดีต่อสังคมเลย ถึงแม้ว่าจะเป็นรายการช่วงดึกก็ตาม อยากถามว่ามีอะไรที่เป็นประโยชน์ให้ประชาชนบ้าง หากต้องการโปรโมทรายการก็น่าจะใช้วิธีอื่นๆ และมีวิธีคิดที่ดีกว่านี้
ถ้าเป็นผม รายการแบบนี้ ผมไม่ดูเด็ดขาด เพราะไม่มีการนำเสนออะไรที่ทำให้มีความรู้สึกดีเลย มีแต่พฤติกรรมที่เสื่อมเสียทำลายสังคมและวัฒนธรรมด้วย อยากถามว่าทำไมถึงไม่นำเสนอสิ่งที่ดี และเป็นประโยชน์ให้สังคม เรื่องดังกล่าวกระทรวงวัฒนธรรมไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรได้มาก นอกจากผู้ที่เสียหายแจ้งความดำเนินคดีอาญา และขอให้ทางผู้จัดรายการควรมีความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ผมคิดว่าทางภาคสังคมก็ควรใช้กฎด้านสังคมมาลงโทษ และไม่ควรนำเสนอข่าว หรือ แบนนักแสดงชายคนดังกล่าวไปเลย รมว.วัฒนธรรม กล่าว
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
