ต่างจังหวัด 28 จว.จะได้รับข้าวถุงไปจำหน่ายจว.ละ 3,000 ถุง กทม.ได้ 16,000 ถุง มติที่ประชุม กกร.ยกเลิกเกณฑ์ ให้โรงสีซื้อข้าวข้ามเขตได้ มีผล16 พ.ค.นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน
ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมการบรรจุข้าวถุงธงฟ้ามหาชน กล่าวภายหลังการประชุม วันนี้ (16 พ.ค.) ว่า ที่ประชุมมติที่จะกระจาย
ข้าวถุงธงฟ้ามหาชน
ในงวดที่ 2 วันที่ 20 พ.ค.นี้ จำนวน 100,000 ถุง ขนาดบรรจุ 5 กิโลกรัม ยึดราคาจำหน่ายข้าวถุงราคาเดิมคือ ถุงละ 120 บาท เนื่องจากสถานการณ์ราคาข้าวถุงไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก สัปดาห์ก่อนราคาอยู่ที่ 150-160 บาท ฃขณะนี้ ราคาขยับขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 153-163 บาทต่อขนาดบรรจุถุงละ 5 กิโลกรัม ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก จึงได้กำหนดราคาจำหน่ายข้าวถุงธงฟ้ามหาชนในราคาเดิม ส่วนที่เหลืออีก 100,000 ถุง ที่คาดว่าจะกระจายจำหน่ายในวันที่ 30 พ.ค. นี้ คณะอนุกรรมการจะพิจารณาราคาอีกครั้ง
อธิบดีกรมการค้าภายใน
กล่าวต่อว่า
ข้าวถุงธงฟ้ามหาชน
ที่จะกระจายในวันที่ 20 พ.ค. ได้เพิ่มจำนวนจังหวัด จากเดิม 10 จังหวัดรวมกรุงเทพฯมหานคร (กทม.) ครั้งนี้เพิ่มเป็น 29 จังหวัด รวม กทม. แต่จะเพิ่มสัดส่วนไปต่างจังหวัด โดย 28 จังหวัดจะได้รับข้าวถุงไปจำหน่ายจังหวัดละ 3,000 ถุง และในกทม. จำนวน 16,000 ถุง แต่อาจจะมีการปรับสัดส่วนของกทม. น้อยลง จะประกาศให้ประชาชนรับทราบอีกครั้ง โดย 28 จังหวัดที่จะได้รับข้าวถุง ประกอบด้วย
จ. ชลบุรี เพชรบุรี อยุธยา ปทุมธานี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สิงห์บุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ กำแพงเพชร ตาก นครสวรรค์ เพรชบูรณ์ พิจิตร สุโขทัย อุทัยธานี ลำปาง ศรีสะเกษ ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม ขอนแก่น เลย ระนอง ภูเก็ต และตรัง
นายยรรยง
กล่าวด้วยว่า การจำหน่ายข้าวธงฟ้ามหาชนทั้ง 28 จังหวัดดังกล่าว จะเน้นกระจายในเขตตัวอำเภอเพื่อให้ประชาชนสามารถซื้อข้าวถุงธงฟ้าได้อย่างเพียงพอและทั่วถึง และการซื้อจะจำกัดคนละไม่เกิน 3 ถุง งวดแรก 100,000 ถุงที่เปิดจำหน่ายไปแล้วเมื่อ 12 พ.ค. หมดไปนานแล้ว และหลังจากหมดข้าวธงฟ้า 300,000 ถุงแล้ว จะพิจารณาภาพรวมความต้องการข้าวของประชาชนเพื่อผลิตให้เพียงพอกับความต้องการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน
นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ในฐานะประธานคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ประชุมคณะกรรมการ กกร. เพื่อยกเลิกหลักเกณฑ์คำประกาศให้โรงสีสามารถซื้อข้าวข้ามเขตในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งก็ได้ มีผลตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. นี้เป็นต้นไป จะทำให้เกษตรกรสามารถขายข้าวเปลือกให้โรงสีใดในจังหวัดใดก็ได้ หากเห็นว่า ได้รับราคาดี
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า กระทรวงพาณิชย์ วิตกกังวล กรณีเกษตรกรในหลายพื้นที่เห็นว่า ภาครัฐเข้าไปแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับราคาข้าวเปลือกเหนียวตกต่ำล่าช้า แม้ว่าจะมีมติจากคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) หากเข้าเปลือกเหนียวมีความชื้นไม่เกิน 15% ราคาจะอยู่ที่ 9,000 บาทต่อตัน หากความชื้นเกิน 30% รับซื้อที่ 7,000 บาทต่อตัน เฉลี่ยน่าจะมีการรับซื้อในระดับ 8,000 บาทต่อตัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับตัวของแต่ละฝ่าย คาดว่า โรงสีจะเข้าไปรับซื้อข้าวเปลือกเหนียวจากเกษตรกรได้ช่วงปลายสัปดาห์หน้า จึงอยากให้เกษตรกรหลายจังหวัดที่เดินขบวนปิดถนนระบุว่ายังไม่ได้รับความเป็นธรรม ต้องรอปลายสัปดาห์หน้าจึงจะดำเนินการได้