รัฐไฟเขียว ขึ้นค่าโดยสารทั้งระบบ รถ บขส. และ รถร่วมไม่น้อย หน้าได้เพิ่ม3สต./กม.มีผลพร้อมกัน ด้านเสียงคัดค้านไร้ผล รมว. คมนาคมยาหอมผุดตั๋ว 1 วันราคาเดียวขึ้นค่าโดยสาร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บ่ายวันนี้ (20 พ.ค.) คณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง ที่มีนายปิยะพันธ์ จัมปาสุต รองปลัด
กระทรวงคมนาคม
เป็นประธาน ได้จัดการประชุมขึ้น อย่างไรก็ตาม ก่อนการประชุมจะเริ่มต้นขึ้น นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงคมนาคม
ได้รับหนังสือคัดค้านการปรับขึ้นค่าโดยสารจากนายบุญชัย รุ่งเรืองไพศาลสุข ประธานเครือข่ายคัดค้านขึ้น
ค่าโดยสารรถสาธารณะ
ต่อมา นายสันติ กล่าวว่า ไม่สามารถรับปากเครือข่ายคัดค้านการ
ปรับขึ้นค่าโดยสาร
ตามข้อเรียกร้องให้ใช้อำนาจของ รมว.คมนาคม ออกคำสั่งยกเลิกการ
ปรับขึ้นค่าโดยสาร
ได้ เนื่องจากการพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารหรือไม่และในอัตราเท่าใดนั้น เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง วันนี้ ทำได้เพียงรับข้อเสนอไปพิจารณาเท่านั้น แต่ไม่สามารถรับปากว่าจะยับยั้งการปรับขึ้นค่าโดยสารได้
รมว.คมนาคม กล่าวต่อว่า ต้องเห็นใจผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อนจาก
ราคาน้ำมัน
เช่นกัน อนาคตหากมีการปรับ เปลี่ยนเครื่องยนต์ของ
รถโดยสารสาธารณะ
ไปใช้ก๊าซเอ็นจีวีทั้งหมดแล้ว มีความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับโครงสร้างราคาค่าโดยสารใหม่ที่จะใช้ราคาก๊าซเอ็นจีวีมาเป็นฐานในการคำนวณ ที่จะส่งผลให้ค่าโดยสารถูกลง นอกจากนั้น ยังมีโอกาสจะทำตามข้อเสนอในประเด็นการจัดทำตั๋วโดยสาร 1 วันราคาเดียว เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับให้ผู้โดยสาร โดยกระทรวงฯ อยู่ระหว่างการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และกรมการขนส่งทางบกถึงแนวทาง การดำเนินการ ที่คาดว่า จะได้รับความชัดเจนเร็ววันนี้
ด้านนายปิยะพันธ์ กล่าวภายหลังการประชุมวันนี้ ว่า ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง เมื่อพิจารณาถึงวาระการปรับขึ้นค่าโดยสาร ตนได้ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่เป็นประธานการประชุมและออกจากห้องประชุมเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในข้อกฎหมายเนื่องจากดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ ขสมก. และ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) โดยได้มอบหมายให้นายสมเกียรติ สิริพิทักษ์เดช ผู้แทนปลัดกระทรวงมหาดไทย ทำหน้าที่แทน
ทางด้านนายสมเกียรติ กล่าวถึงผลการประชุมว่า ที่ประชุมได้รับฟังข้อมูลของทั้ง 2 ฝ่าย คือ ผู้ประกอบการรถร่วมบริการที่เรียกร้องขอปรับค่าโดยสาร ข้อมูลของฝ่ายคัดค้านและการให้นโยบายของ รมว.คมนาคม ที่ให้คำนึงถึงผู้ใช้บริการด้วย ที่ เมื่อดูต้นทุนที่แท้จริงแล้วพบว่า ต้นทุนน้ำมันดีเซลเปลี่ยนแปลงไปจากการปรับขึ้นค่าโดยสารที่ผ่านมา 8.10 บาท แต่เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบมากเกินไปจะมีการอนุมัติให้ปรับราคาเท่าที่สามารถดำเนินการได้
รถ บขส. และรถร่วมบริการปรับราคา 3 สตางค์ต่อกิโลเมตร จากต้นทุนน้ำมันที่ข้อเท็จจริงต้องปรับ 6 สตางค์ต่อกิโลเมตร ค่าโดยสารรถ ขสมก. และรถร่วมบริการในส่วนของรถร้อนให้ปรับราคา 1.50 บาท ส่วนรถปรับอากาศทุกประเภทปรับราคาช่วงละ 1 บาท รถมินิบัสปรับราคา 1 บาทต่อคนต่อเที่ยว โดยทั้งหมดมีผลตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคมนี้ เป็นต้นไป ผู้แทนปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว