เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม นพ.ศิรชัย จินดารักษ์ ศัลยแพทย์ตกแต่ง หน่วยศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้าง ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวถึงกรณีเทคนิคการผ่าตัดเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายด้วยการใช้ห่วงไหมละลาย ซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มไฮโซค่าใช้จ่ายสูงครั้งละ 2 แสนกว่าบาท ว่า เทคนิคการผ่าตัดดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นเทคนิคที่เพิ่งค้นพบได้ใหม่ โดยในต่างประเทศใช้วิธีผ่าตัดดังกล่าวมาหลายปีแล้ว ส่วนในประเทศไทยเริ่มให้บริการตามโรงพยาบาลเอกชน คลินิกมานานประมาณ 1 ปีกว่าแล้ว แต่ที่ไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย เนื่องจากไม่มีการโฆษณาให้ประชาชนรับทราบ สารที่ใช้เป็นตัวเพิ่มขนาดของอวัยวะเพศชายคือไหมละลายที่ใช้ในการผ่าตัด ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ชนิดหนึ่งที่ต้องมีการขออนุญาตหรือขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง แม้ผลการผ่าตัดจะช่วยให้เพิ่มขนาดอวัยวะให้ใหญ่ขึ้นได้จริงเพราะเซลล์ร่างกายสร้างเนื้อเยื้อเข้าไปแทรกซึมในห่วงไหมละลาย แต่ก็เพิ่มขนาดได้ชั่วคราวเท่านั้นนพ.ศิรชัยกล่าวต่อว่า การผ่าตัดทุกประเภทมีอันตรายทั้งนั้นหากเป็นการผ่าตัดไม่ถูกวิธี หรือใช้เทคนิคไม่ถูกต้อง รวมถึงการผ่าตัดด้วยวิธีนี้ ต้องระมัดระวังเพราะห่วงไหมละลายที่สวมใส่ในองคชาติถือเป็นการนำสิ่งแปลกปลอมเข้าร่างกาย หากผ่าตัดผิดวิธีทำให้มีโอกาสติดเชื้อ ทำให้เนื้อ หรือหนังขององคชาติอักเสบ และเน่าจนต้องตัดเนื้อทิ้ง อาจทำให้สูญเสียหนังหุ้มอวัยวะองคชาติได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการผ่าตัดเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายมีหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกัน โดยการผ่าตัดขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของผู้รับบริการ ทั้งนี้ ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ การผ่าตัดเพิ่มขนาดองคชาติมีความจำเป็นสำหรับผู้ที่มีอวัยวะเพศเล็กมากจนไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้เท่านั้น ผู้สนใจจะรับบริการผ่าตัดเพิ่มขนาดอวัยวะเพศควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ บางรายที่โชคร้ายอาจรุนแรงถึงขั้นไม่สามารถแก้ไขได้ ทำให้อวัยวะเพศไม่สามารถใช้งานได้อีกเลยก็ได้
นพ.อำนาจ กุสลานันท์ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการร้องเรียนการผ่าตัดด้วยเทคนิคดังกล่าวเข้ามายังแพทยสภา เรื่องนี้เป็นเทคนิคค่อนข้างใหม่ยังไม่แพร่หลายในประเทศไทย การผ่าตัดเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายให้ใหญ่ขึ้น ในทางการแพทย์ถือว่ายังไม่มีมาตรฐานทางการแพทย์ที่ชัดเจน ไม่เหมือนกับผ่าตัดศัยลกรรมตกแต่งอื่นๆ
หน้า 10
ข้อมูลจาก มติชน
