หลัง คม ชัด ลึก เสนอข่าวการจับกุมหนังสือแบบเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จนนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงนั้น ล่าสุด นายบำเรอ ภานุวงศ์ ผอ.องค์การค้าของคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)ได้แถลงผ่านสื่อพร้อมแจกเอกสารภายหลังประชุมคณะกรรมการ สกสค.เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม มีใจความตามเอกสารต่อไปนี้
องค์การค้าของ สกสค.ได้พิจารณายอดสั่งซื้อหนังสือแบบเรียนระดับประถมศึกษาในหลายวิชา ของทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2551 ปรากฏว่ายอดสั่งซื้อหนังสือแบบเรียนลดลงไปกว่า 100 ล้านบาท จึงได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า ร้านค้าที่เคยสั่งซื้อหนังสือหลายแห่งไม่มียอดสั่งซื้อแบบเรียน แต่ทางร้านค้ามีหนังสือแบบเรียนจำหน่าย จึงได้ซื้อหนังสือแบบเรียนดังกล่าวมาตรวจสอบ ผลปรากฏว่าเป็นหนังสือที่ไม่ได้จัดพิมพ์โดยองค์การค้าของ สกสค. องค์การค้าของ สกสค.จึงแจ้งให้เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. ประธานกรรมการองค์การค้าของ สกสค. ทราบ
และรายงานความดังกล่าวต่อเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา) เลขาธิการ สพฐ.จึงมอบอำนาจให้ นายจิตรนรา นวรัตน์ ผู้ทรงคุณวุฒิกรรมการองค์การค้าของ สกสค. เป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์การพิมพ์หนังสือแบบเรียนครั้งนี้ จึงได้ติดต่อกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี (ปศท.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร ผบก.ปศท. โดยมอบหมาย พ.ต.ท.เจนกมล คำนวณ รอง ผกก.ฝ่ายปฏิบัติการ 3 บก.ปศท. เป็นหัวหน้าทีมในการหาข้อมูล วาง แผน ปฏิบัติการในการตรวจค้นร้านค้า
ในการดำเนินงานของทีมของเจ้าพนักงานตำรวจร่วมกับทีมงานขององค์การค้าของ สกสค. ได้ตรวจค้นร้านค้าที่จำหน่ายหนังสือเรียน และโกดังเก็บหนังสือใน จ.อุดรธานี และ จ.ร้อยเอ็ด ทั้งหมด 4 ร้านค้า 2 โกดัง พบหนังสือปลอมรวมทั้งสิ้น 104,280 เล่ม และตรวจค้นโรงพิมพ์ 2 โรง และโรงทำเล่ม 1 โรง พบเอกสารใบสั่งกระดาษ ใบสั่งพิมพ์ และใบส่งเพลท ที่มีรายชื่อหนังสือขององค์การค้าของ สกสค.ปรากฏอยู่ และพบปกหนังสือเรียนองค์การค้าของ สกสค. ที่องค์การค้าของ สกสค.ไม่เคยนำไปจ้างพิมพ์ภายนอก 2 รายการ ซึ่ง ปศท.ได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน (ตามที่ได้รายงานให้คณะกรรมการ สกสค.ทราบแล้วในคราวประชุมครั้งที่ 4/2551 วันที่ 10 เมษายน 2551)
ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2551 เวลา 15.00 น. ปศท. และองค์การค้าของ สกสค. ได้นำหมายค้นศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเข้ายึดแท่นพิมพ์ 4 แท่น แท่นตัดกระดาษ แท่น แท่นพับกระดาษ 2 แท่น รวมมูลค่ากว่า 80 ล้านบาท จากโรงพิมพ์แอล ที เพรส ซอยจรัญสนิทวงศ์ 65 เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ซึ่งทีมงานเคยเข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2551 พบเอกสารใบสั่งกระดาษ ตารางแผนการผลิต และใบส่งเพลท ที่มีชื่อรายการหนังสือเรียนขององค์การค้าของ สกสค.ปรากฏอยู่ในเอกสารนั้นๆ และขณะนี้ตำรวจได้ออกหมายจับผู้ต้องหา 4 คน คือ นายเปรมกมล ทินกร ณ อยุธยา เจ้าของโรงทำเพลทเอเซียแปซิฟิก นายสุริยา อัศวมณี เจ้าของโรงพิมพ์แอล ที เพรส นายวรพันธ์ ทรัสยา เจ้าของโรงพิมพ์เอเซียแปซิฟิก และ น.ส.จันทร์เพ็ญ แก้วเชียงใต้ ผู้ว่าจ้างพิมพ์ ขณะนี้นายเปรมกมล และนายสุริยา เข้ามอบตัวแล้ว ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คน ตำรวจกำลังติดตามตัวเพื่อนำมาดำเนินคดีต่อไป
นายบำเรอกล่าวอีกว่า ได้รายงานให้ที่ประชุมทราบถึงผลดำเนินงานขององค์การค้าฯ ว่า ในไตรมาสที่ 4 ช่วงเดือนกันยายน-กรกฎาคม 2550 มียอดรายได้เกินจริงเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 4 ปี 2549 จำนวน 91 ล้านบาท รวมถึงองค์การค้าฯ ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีทางแพ่งลูกหนี้ทั้งที่ชนะคดีไปแล้วและอยู่ระหว่างพิจารณารวม 122 คดี และมีหนี้ที่ต้องเร่งติดตามทวงหนี้ 254 ล้านบาท จะมีผู้มาช่วยติดตามทวงหนี้และจัดทำทีโออาร์ต่อไป
ด้าน ดร.จรวยพร ธรณินทร์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการ สกสค. กล่าวว่า สกสค.ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงว่ามีพนักงานองค์การค้าฯ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำหนังสือเรียนปลอมหรือไม่ โดยมีนายสุนันท์ เทพศรี ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นประธาน จะประชุมนัดแรกในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ เวลา 13.00 น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ
ที่ประชุมได้รับทราบกรณีคณะกรรมการ สกสค.หมดวาระลงในวันที่ 31 มีนาคม 2551 ขณะนี้ได้สรรหากรรมการ สกสค.ในส่วนของผู้แทนผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาแล้ว ส่วนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านสวัสดิการสังคม บริหารธุรกิจและกฎหมายได้คัดเลือกมาแล้วด้านละ 2 คน รวมเป็น 6 คนเสนอต่อนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ศึกษาธิการ พิจารณาเลือกเหลือด้านละ 1 คน รวม 3 คน คาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อแต่งตั้งในต้นเดือนมิถุนายนนี้ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการกล่าว
ปลัดกระทรวงศึกษาธิการกล่าวต่อว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้ ผอ.องค์การค้าฯ ไปจัดทำร่างหลักเกณฑ์การสรรหาเลขาธิการ สกสค.คนใหม่ แทนคนเก่าที่หมดวาระในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ สกสค.ในการประชุมคราวหน้า ทั้งนี้ เลขาธิการ สกสค.จะได้รับเงินเดือน เดือนละ 1.25 แสนบาท ส่วนสถานภาพของพนักงานองค์การค้าฯ ที่มีอยู่ 2,058 คน ได้มอบให้ ผอ.องค์การค้าฯ รวบรวมข้อเท็จจริง เพื่อนำไปหารือคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายของ สกสค.ที่มี รศ.ธงทอง จันทรางศุ เป็นประธานช่วยวิเคราะห์ว่า สถานภาพของพนักงานองค์การค้าฯ ควรจะเป็นอย่างไร
0ทีมข่าวการศึกษา0
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
