ประธานทปอ. เตรียมเสนอองค์ประกอบแอดมิชชั่นส์ปี 53 ให้กกอ.5 มิ.ย.ย้ำไม่เปลี่ยนแปลง ชี้คณะวิทยาศาสตร์ทั่วประเทศมีสิทธิ์แยกตัวออกมาสอบเหมือนกับกลุ่มแพทย์ แต่ให้คำนึงปริมาณนักศึกษา ห่วงเด็กวิ่งรอกสอบเมื่อวันที่ 29 พ.ค. รศ.ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.)ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมได้รับทราบผลสรุปองค์ประกอบ และค่าน้ำหนักในการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ในระบบกลางการรับนิสิต-นักศึกษา หรือแอดมิสชั่นส์ ประจำปีการศึกษา 2553 ของแต่ละกลุ่มสาขาวิชา รวม 9 กลุ่มสาขาวิชา ตามที่ คณะกรรมการกลุ่มเสวนา Admissions and Assessment Forum ของทปอ.นำเสนอ ทั้งนี้ จะนำเสนอคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) รับทราบในวันที่ 5 มิถุนายนนี้
รศ.ดร.มณฑล กล่าวอีกว่าย ส่วนกรณีที่นายสุพจน์ หารหนองบัว คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานคณะทำงานศึกษาแนวทางการแก้ปัญหานักศึกษาสายวิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพตกต่ำ จะเสนอที่ประชุมคณบดีคณะวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย พิจารณาในวันที่ 14 มิถุนายน ใน 3 ทางเลือก ได้แก่ 1. คณะวิทยาศาสตร์ทั่วประเทศจะแยกออกมาสอบเองเหมือนกับกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) โดยจะหาแนวร่วมคณะอื่นมาร่วมสอบด้วย 2. เอาคะแนนจากแอดมิชชั่นส์ที่ทางคณะวิทยาศาสตร์ตั้งเป็นคะแนนมาตรฐานว่าต้องได้คะแนนเท่าใดถึงจะมาสอบเข้าคณะวิทยาศาสตร์ได้ และ3. จัดทำข้อสอบมาตรฐานทางด้านวิทยาศาสตร์นั้น ว่าเรื่องนี้เป็นมติของทปอ.ไปแล้ว ดังนั้น ผลการประชุมของคณบดีคณะวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยจะเป็นอย่างไรย ย คงไม่มีผลต่อองค์ประกอบแอดมิชชั่นส์ย ปี 2553 ทปอ.ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมติกลับไปมาได้เพราะต้องนึกถึงนักเรียนที่ต้องประกาศล่วงหน้าเพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย
องค์ประกอบแอดมิชชั่นส์ได้ทำแบบสอบถามไปยังองค์กรวิชาชีพตลอดจนมหาวิทยาลัยต่างๆ แล้ว และใช้เวลาถึงปีกว่าถึงได้ข้อยุติย ซึ่งขณะนั้นทุกฝ่ายก็เห็นด้วยแต่ตอนนี้คณะวิทยาศาสตร์อาจได้ข้อมูลหลังจากการวิจัยว่าควรต้องแยกสอบวิชาเคมี ชีววิทยาและฟิสิกส์ออกจากกัน หากคณะวิทยาศาสตร์ทั่วประเทศจะแยกตัวออกมาสอบเองเหมือนกับ กสพท. ก็ไม่เป็นไร มีสิทธิ์ทำได้ ไม่มีปัญหา แต่อยู่ที่ปริมาณนักศึกษาที่จะเข้าระบบมีมากน้อยแค่ไหน ซึ่งอยากให้ร่วมกันทำเพื่อเด็กไม่ต้องเสียเวลาวิ่งสอบหลายที่ย รศ.มณฑล กล่าว
ประธานทปอ. กล่าวอีกว่าย ย สัดส่วนรับนักศึกษาในระบบแอดมิสชั่นส์มีเพียงแค่ 30% เท่านั้น ที่เหลือรับผ่านระบบรับตรงและโครงการพิเศษของมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์หรือกระทรวงอื่นๆ คัดเด็กที่มีความสามารถทางวิทยาศาสตร์มาเรียน ทั้งนี้ องค์ประกอบแอดมิชชั่นส์ดังกล่าว รู้ว่าไม่สามารถทำให้ทุกฝ่ายพอใจได้ เพราะเป็นเรื่องของการทำงานกับคนหมู่มาก ซึ่งมีกว่า 600 รหัสสาขาวิชา แต่ข้อสรุปที่ออกมาถือว่าดีที่สุดแล้ว
ดร.สุเมธ แย้มนุ่นย ย เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ) กล่าวว่า การแยกข้อสอบวิทย์ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)คงไม่มีสิทธิ์ในการตัดสินใจ ขึ้นอยู่กับทปอ. อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวแล้วมองว่า วิธีการไหนก็ตามแต่ ถ้าทำให้เด็กเข้ามาเรียนวิทยาศาสตร์ ด้วยความรัก และอยากเรียนจริงๆ ภายใต้ระบบที่เป็นธรรมแก่ทุกๆฝ่าย ควรมีการสนับสนุน ซึ่งถ้ากลุ่มคณะวิทย์เห็นว่า ควรแยกออกสอบเหมือนกลุ่มแพทย์ก็ควรกระทำ อีกทั้งควรมุ่งปรับการแยกข้อสอบวิทย์ ในแอดมิชชั่นส์ ปี2553 ดีกว่า มุ่งปี 2552
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
