2 มิ.ย.-นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กล่าวว่า จากการประชุมร่วมกับสำนักงบประมาณครั้งล่าสุด ได้มีการสรุปการจัดสรรงบประมาณเหมาจ่ายรายหัวของผู้ป่วยในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือผู้ป่วยบัตรทอง ประจำปี 2552 โดยสปสช.จะได้รับงบประมาณเหมาจ่ายรายหัว 2,202 บาทต่อคนต่อปี ลดลงจากจำนวนที่เสนอขอ 2,312 บาทต่อคนต่อปี จากนี้จะมีการนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)และสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม นายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กำชับให้สปสช. เร่งเจรจากับสำนักงบประมาณใหม่ ในการขอเพิ่มงบประมาณเหมาจ่ายรายหัวให้มากขึ้นงบประมาณที่เสนอขอเพิ่ม ได้คำนวณให้ตรงกับข้อมูลความเป็นจริงที่สุด แม้จะไม่มีการขยายสิทธิประโยชน์ของผู้ป่วยเพิ่ม แต่มีอัตราการรักษาเพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนของผู้ป่วยในและผู้ป่วนอก รวมถึงเงินเดือน ค่าตอบแทนของบุคลากรที่เพิ่มขึ้น หากสปสช. ไม่ได้งบประมาณตามที่เสนอขอไปจะส่งผลกระทบให้การบริหารจัดการทำได้ยากลำบากมากขึ้น ซึ่งคงเป็นไปได้ยากที่จะเจรจาให้สำนักงบประมาณเพิ่มเงินให้ได้ตามที่สปสช. เสนอ แต่จะพยายามชี้แจงเหตุผลให้ได้งบฯเหมาจ่ายรายหัว ใกล้เคียงกับที่เสนอให้มากที่สุดนพ.วินัยกล่าว
ด้านศ.ดร.อัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) ในฐานะคณะกรรมการบริหาร สปสช. กล่าวว่า สำนักงบประมาณไม่แจ้งสาเหตุที่แท้จริงในการตัดงบประมาณเหมาจ่ายรายหัว ซึ่งการตัดงบประมาณส่วนนี้ถือว่าไม่เหมาะสม สำนักงบประมาณควรจัดลำดับความสำคัญการใช้งบประมาณของกระทรวงต่างๆ
หากสปสช. ได้งบฯรายหัวเพียง 2,202 บาท ยังพออยู่ได้ แต่อาจต้องลดการให้บริการสุขภาพเร่งด่วนบางรายการ เช่น โครงการผ่าตัดต้อกระจก ข้อเข่าเทียม และพฟันเทียม เป็นต้น เพื่อเน้นการให้บริการสุขภาพเรื่องหลักๆ ให้คงอยู่ต่อไป เช่น ผู้ป่วยมะเร็ง ไตวาย โรคหัวใจ เอดส์ ซึ่งเหมือนกับสำนักงบประมาณให้สปสช..เป็นผู้รับบาปแทน ในการเลือกจะให้หรือไม่ให้บริการสุขภาพอะไรแก่ผู้ป่วย ทั้งที่สำนักงบฯสามารถตัดสินใจได้ว่าจะให้หรือไม่ให้เงินศ.ดร.อัมมารกล่าว
ปีงบประมาณ 2551 สปสช.ได้รับงบประมาณเหมาจ่ายรายหัวอ 2,100 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งครอบคลุมการรักษาแทบทุกโรค ล่าสุดได้ขยายสิทธิประโยชน์ครอบคลุมการรักษาผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ด้วยการล้างไตผ่านช่องท้องฟรี และให้วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ฟรีในผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ที่เป็นโรคเรื้อรัง และไม่มีผู้ดูแล
สพรั่งลั่นข่าวปฏิวัติแค่จิตวิทยา อ้างถ้ามีเงื่อนไข-วุ่นวายเกิดแน่
สพรั่ง หนุนพันธมิตร ระบุความเดือดร้อนของบ้านเมืองสำคัญกว่าความเดือดร้อนในชีวิตประจำวัน ลั่นความดี-ชั่ว สมานฉันท์กันไม่ได้ และหากจงรักภักดีจริงต้องอย่าให้ คนชั่ว เสียงดัง เหน็บเกลียดตัวกินไข่...เกลียดปฏิวัติ แต่กลับยุให้เกิด
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
