เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีพล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ เป็นประธานได้ประชุมร่วมกับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ศึกษาธิการ พร้อมผู้บริหารองค์กรหลักของ ศธ. หารือเกี่ยวกับปัญหาการจัดการศึกษาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนางฟาริดา สุไลมาน รองประธานกรรมาธิการแถลงข่าวว่า นักเรียนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนใหญ่นิยมไปเรียนต่ออุดมศึกษาและหางานทำหลังเรียนจบในมาเลเซีย อินโดนีเซียและบรูไน ซึ่งพูดภาษามลายูกลางต่างจากมุสลิมในไทยที่พูดภาษามลายูถิ่น ทำให้มีปัญหาเมื่อเดินทางไปเรียนต่อ ขณะที่ไทยไม่สอนภาษามลายูกลางในโรงเรียนรัฐและเอกชน จึงขอให้ศธ.กำหนดให้ภาษามลายูกลางเป็นภาษาต่างประเทศที่สอง และส่งเสริมให้โรงเรียนเปิดสอนภาษามลายูกลางคณะกรรมาธิการยังขอให้ศธ.กำหนดให้ภาษามลายูกลางเป็นภาษาต่างประเทศที่เจ็ด ในการสอบแอดมิชชั่นส์นอกจากภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน จีน ญี่ปุ่น อาหรับ บาลี เพื่อให้นักเรียนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งถนัดภาษามลายู มีโอกาสสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้มากขึ้น และเสนอให้ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ม.อ.) เปิดสอนสาขาวิชาวิทยาศาสตร์มากขึ้น อนาคตอยากให้ม.อ.ปัตตานี แยกเป็น ม.ปัตตานี เพื่อให้เด็กในพื้นที่ได้เรียนมหาวิทยาลัยมากขึ้น อีกทั้งขอให้ศธ.เร่งพัฒนาคุณภาพการศึกษาในภาคใต้ นางฟาริดากล่าว
คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกล่าวว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอของกรรมาธิการ ซึ่งปัจจุบันมีโรงเรียนรัฐ 6 แห่ง ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่นำร่องสอนภาษามลายูกลาง จะหารือกับผอ.เขตพื้นที่การศึกษาห้าจังหวัดภาคใต้ในการประชุมในวันที่ 6 มิถุนายนนี้
นายสมชายกล่าวอีกว่า ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้จะต้องแก้ปัญหาโดยใช้การศึกษาไปปรับทัศนคติของเยาวชนในพื้นที่ให้มีความสำนึกในความเป็นคนไทยเหมือนกัน มีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน แต่ในระยะสั้นต้องแก้ปัญหาความปลอดภัยของครูและนักเรียน
ม่ายสาว...เริงร่า กลับเป็น น.ส. ปลดพันธนาการ
ปลดพันธนาการแม่ม่ายไทย เปลี่ยนจาก นาง เป็น นางสาว ขานรับกันทั่ว ธุรกรรมธนาคารสำนักงาน อำเภอพร้อมเปลี่ยนข้อมูลใหม่
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
