เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน นางนิศากร โฆษิตรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน (ภูเก็ต) พยายามให้ความช่วยเหลือวาฬหัวทุยแคระ ตัวเมีย เกยตื้นหลังกินขยะเข้าไปจนตายว่า ปัจจุบันขยะไม่ได้มีอยู่แค่ชายฝั่งเท่านั้น แต่กำลังลุกลามออกไปไกลในท้องทะเลลึก เพราะปกติวาฬจะไม่ว่ายเข้ามาใกล้ฝั่ง แต่จะอยู่ในท้องทะเลที่ไกลออกไป กรณีนี้จึงน่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกฝ่ายหันมาช่วยกันรณรงค์ดูแลท้องทะเลมากขึ้น เพราะขณะนี้ไม่เพียงแต่สิ่งที่เกิดจากพฤติกรรมมนุษย์เท่านั้น แต่การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศก็ทำให้สภาพของท้องทะเลเปลี่ยนไป วันที่ 8 มิถุนายน เป็นวันทะเลโลก การตายของวาฬตัวนี้น่าจะเป็นสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ช่วยกันดูแลทรัพยากรทางทะเลมากขึ้นนายสัตวแพทย์สนธยา มานะวัฒนา สัตวแพทย์ประจำกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ทช.กล่าวว่าซากของวาฬตัวนี้ได้ชันสูตรแล้วพบสาเหตุการตายน่าจะมาจากภาวะอุดตันของกระเพาะอาหารที่มีเศษขยะพลาสติคเข้าไปอุดตันจำนวนมาก ทำให้กระเพาะอักเสบเป็นแผลหลุมและปื้นเลือดกระจาย
น.ส.กาญจนา อดุลยานุโกศล นักวิชาการ กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน (ภูเก็ต) กล่าวว่า ได้ตั้งชื่อให้กับวาฬหัวทุยแคระเพศเมียตัวนี้ว่า ยะหยา ซึ่งหมายถึงชุดท้องถิ่นของสตรีภูเก็ต เพื่อระลึกว่ามาตายที่ชายหาดป่าตองภูเก็ต และยังเป็นบทเรียนให้เห็นว่าสัตว์ทะเลแม้อยู่ในท้องทะเลลึกก็อาจได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากผลงานของมนุษย์ได้เช่นกัน หวังว่าเมื่อเอ่ยชื่อของ ยะหยา ก็จะทำให้ทุกคนตระหนักไม่ทิ้งขยะลงในท้องทะเล หรือช่วยกันเก็บขยะขึ้นจากทะเลมากขึ้น
หน้า 10
ข้อมูลจาก มติชน
