นพดล เผยได้รับแผนที่ใหม่ของปราสาทเขาพระวิหารที่จะยื่นให้กับยูเนสโก้ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก พร้อมกับเตรียมนำเรื่องเข้าที่ประชุม สมช. และครม.พิจารณาในเร็วๆ นี้นายนพดล ปัทมะ
รมว.การต่างประเทศ
นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าในการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกว่า ได้โทรศัพท์พูดคุยกับ นายซก อัน รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และได้รับแจ้งว่าทางการกัมพูชาส่งมอบแผนที่ใหม่ตามที่ตกลงกันในการประชุมระหว่างไทยและกัมพูชา ที่สำนักงานใหญ่ของยูเนสโกในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 22-23 พ.ค. ที่ผ่านมาให้กับเจ้าหน้าที่ของกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กรมเอเชียตะวันออก กระทรวงการต่างประเทศ และกรมแผนที่ทหาร ที่เดินทางไปรับแผนที่ที่เมืองเสียมเรียบของกัมพูชาแล้ว แต่ตนขอให้เจ้าหน้าที่ของกรมแผนที่ทหารได้ลงไปตรวจวัดในพื้นที่จริงอีกครั้งเพื่อความรอบคอบด้วยระบบจีพีเอส คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 วันหลังจากนี้ จากนั้นก็จะนำเรื่องเข้าที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) และส่งให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป ในเร็วๆ นี้
เบื้องต้นได้รับแจ้งว่าแผนที่ใหม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ที่กรุงปารีส โดยตัวปราสาทอยู่ในขอบเขตของกัมพูชาซึ่งกำหนดพื้นที่ห่างจากตัวปราสาทประมาณ 30 เมตร เมื่อสมช.และครม.พิจารณาแล้วก็จะตอบไปกับทางกัมพูชาว่าเราตกลงหรือไม่ จากนั้นก็จะส่งเรื่องให้สมาชิกคณะกรรมการมรดกโลกทั้ง 21 ประเทศพิจารณาในวันที่ 15 มิ.ย. โดยตนจะเดินทางไปยังแคนาดาในวันที่ 2 ก.ค.นี้เพื่อร่วมการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่เมืองควิเบคด้วย
นายนพดล กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราไม่สามารถพูดในรายละเอียดได้เพราะต้องรอแผนที่ใหม่จากทางกัมพูชาก่อน เพราะมันเป็นการเปลี่ยนแปลงแผนที่ทั้งหมดที่เขาเคยยื่นเสนอต่อคณะกรรมการมรดกโลก เราก็ต้องรอดูว่าเขาทำตามที่พูดหรือไม่ หลังจากได้แผนที่มาแล้วเราก็มาตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งโดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศและทหารไทย ถือเป็นเรื่องน่ายินดีเพราะทั้งสองฝ่ายต่างไม่สูญเสียดินแดนใด ๆ และกรณีนี้จะเป็นตัวอย่างสำหรับความตกลงอื่น ๆ ต่อไปในอนาคต
ที่ผ่านมามีการวิจารณ์ในเรื่องนี้มาก เป็นเพราะผมตกเป็นเป้าของความพยายามดิสเครดิตคนที่เคยทำงานให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่มีบทบาทสำคัญในรัฐบาลเพื่อหวังผลทางการเมือง ประเด็นที่ดิสเครดิตกันก็หนีไม่พ้นเรื่องโกง ยกแผ่นดินให้ชาติอื่น และขายชาติ แต่ผมไม่เคยทำอะไรก็ตามอย่างที่ถูกกล่าวหา เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะซูเอี๋ยหรือมีใต้โต๊ะกันได้เพราะที่สุดก็ต้องนำเข้าที่ประชุมครม.และสมช.อยู่แล้ว เราทำงานกันอย่างมืออาชีพ ผมเชื่อว่าพอถึงวันนั้นผลสรุปก็จะเผยให้เห็นเองว่าผมและกระทรวงประสบความสำเร็จในการทำให้ไม่มีการเสียดินแดนไทย และคิดว่าความตกลงครั้งนี้ก็ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เรื่องหนึ่งของการทูตไทย นายนพดล กล่าว