นักเรียนหญิงยอดกตัญญู จบชั้น ม. 3 ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.8 สอบเข้าเรียนต่อสาขาบัญชีของวิทยาลัยอาชีวะศึกษาได้ แต่ไม่มีเงินลงทะเบียน เคยคิดสั้นฆ่าตัวตายเพราะน้อยใจในโชคชะตา ครูเผยเป็นเด็กเรียนดี มีความมุ่งมั่น วอนผู้ใจบุญรับไปอุปการะน.ส.พุทรา ฉุดหลักทอง
นร.ยอดกตัญญู สอบติดอาชีวะไม่มีทุนเรียนว
เมื่อเวลา 10.00 น วันที่ 8 มิถุนายน ชาวบ้านแจ้งว่า มีนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 คน ของโรงเรียนบ้านคลองอุดม ต.ทุ่งพระยา อ.สนามชัยเขต ซึ่งเรียนเก่งมากเมื่อเรียนจบแล้วไปสมัครสอบเข้าเรียนต่อที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทราได้ แต่ไม่มีเงินไปลงทะเบียนทำให้ไม่ได้เรียนหนังสือ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก
ทราบชื่อคือ น.ส.พุทรา ฉุดหลักทอง วัย 15 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ 4 ต.ทุ่งพระยา อ.สนามชัยเขต ซึ่งอยู่ติดกับโรงเรียนบ้านคลองอุดม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขต 2 เป็นบ้านชั้นเดียว ยกพื้นสูง สภาพเก่า ภายในบ้านซึ่งค่อนข้างเก่า มีนางทองย้อย ดีจอง อายุ 60 ปี นั่งไกวเปล เด็กหญิงอายุ 5 เดือน อยู่อีกด้านหนึ่งของบ้าน โดยที่ข้างบ้านมีน้องของ น.ส.พุทรา ฉุดหลักทอง คือ ด.ช.ณรงค์ศักดิ์ หรือ โบ๊ต ฉุดหลักทอง อายุ 10 ปี เรียนชั้น ป. 5 โรงเรียนบ้านคลองอุดม และด.ช. ธนบัติ หรือโน้ต ฉุดหลักทอง อายุ 8 ปี นักเรียนชั้น ป. 3 โรงเรียนเดียวกัน กำลังวิ่งเล่นอยู่
น.ส.พุทรา ฉุดหลักทอง เปิดเผยว่า เพิ่งจบการศึกษาชั้นม. 3 จาก โรงเรียนบ้านคลองอุดม เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2551 เกรดเฉลี่ย 3.79 ต่อมาได้ไปสมัครเข้าสอบสาขา การบัญชี คอมพิวเตอร์ธุรกิจ และการเลขานุการ ซึ่งผลการสอบตนสามารถสอบเข้าแผนกการบัญชีได้ เหมือนพี่สาวของตนที่ขณะนี้เรียนอยู่ที่สาขาบัญชา ปชว.ปี 3 แล้ว โดยพี่สาวของตนก็ต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย
น.ส.พุทรา เปิดเผยอีกว่า หลังทราบผลสอบแล้วทำให้ดีใจแต่ก็ต้องเสียใจที่ไม่สามารถหาเงินจำนวน 7,000 บาทเพื่อไปลงทะเบียนได้ เคยคิดรู้สึกน้อยใจ เคยคิดสั้นอยากฆ่าตัวตาย แต่เมื่อเห็นยายกับน้องๆ อีก 3 คน ก็อดสงสารไม่ได้เพราะหากขาดตนเองไปอีกคน ทุกคนจะลำบากมาก ทำให้ความรู้สึกเช่นนั้นหายไป แล้วหันกลับมาตั้งใจทำงานหาเงินช่วยเหลือยาย
อีกทั้งยังคิดว่า ชีวิตเราลำบากไม่สมหวัง แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่แย่ยิ่งกว่า เรายังมีคนที่รักเรา เช่นยาย พ่อกับแม่แม้จะแยกทางกันไปก็คิดว่ายังรักเรา ยังรักและคิดถึงพ่อกับแม่เสมอแม้จะไปมีครอบครัวใหม่กันหมด ที่เป็นห่วงมากที่สุดคือ น้องชาย 2 คน น้องสาว 1 คน ที่ยังเล็กอยู่ แม้เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่ก็มีทางเดินหรือหาทางออกได้ ตอนนี้เราอาจจะไมได้เรียนต่อสูงๆ แต่ก็ทำงานไปก่อนค่อย ๆ เก็บเงินแล้วไปเรียนในภายหลังก็ยังมีโอกาส
"ทีแรกหนูก็รู้สึกเสียใจและน้อยใจในโชคชะตาและวาสนาที่เกิดมาในครอบครัวยากจน จึงไม่มีเงินไปลงทะเบียนเรียนต่อ ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา แม้จะสอบผ่านก็ตาม และตอนนี้ก็เปิดเรียนไปเกือบ 1 เดือน แต่ทุกวันนี้ก็ยังหวังว่าอาจจะโชคดีหากมีคนใจบุญอุปการะส่งเสียให้ได้เรียน หรือรับจ้างทำงานไปเรียนไป เพราะหนูอยากจะเป็นครูสอนหนังสือให้เด็กๆ ตามชนบทห่างไกล" น.ส.พุทรา กล่าว พลางเอามือเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม
น.ส.พุทรา กล่าวอีกว่า ทุกวันจะต้องรับผิดชอบทำงานบ้าน หุงข้าวหาข้าวให้น้องและยายกิน ล้างถ้วยชาม ซักผ้า เลี้ยงน้องสาววัย 5 เดือนซึ่งเกิดจากแม่กับสามีใหม่ แม้ต้องทำงานสารพัดแม้จะลำบาก แต่โชคดีที่ได้กำลังใจจากยาย และเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะคุณครูโรงเรียนบ้านคลองอุดม ทุกคนที่คอยปลอบโยน วันนี้ตนได้ช่วยยายเผาถ่ายเพื่อเอาไปขายหาเงินจุนเจือครอบครัว หากมีเวลาว่างก็จะเอาหนังสือเรียน ชั้น ม. 3 มาอ่านทบทวน โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ หรือไม่ก็จะไปโรงเรียนซึ่งอยู่ติดกับบ้านพัก เพื่อเข้าไปอ่านหนังสือ
นางทองย้อย ดีจอง เปิดเผยว่า สงสารหลานซึ่งเป็นเด็กเรียนดีและมีความรับผิดชอบแต่ตนไม่มีเงินส่งเสียให้เรียนหนังสือ เพราะมีรายได้จากการรับจ้างเพียงวันละ 150 บาทเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้ทำทุกวัน เนื่อกจากอายุมากแล้ว ถ่านก็เผาไปขายได้เงินไม่มาก ที่ผ่านมาตนได้ปลอดใจหลานมาตลอด เวลาเห็นหลานนั่งร้องไห้ที่ไม่ได้เรียนหนังสือแถมยังมาแบกรับภาระหาเงินเลี้ยงตนและน้องๆ อีก
นายทองอยู่ กระศิริ อายุ 86 ปี อยู่บ้านเลขที่ 376 หมู่ 4 เพื่อนข้างบ้านเปิดเผยว่า เห็นน้องพุทรา มาตั้งแต่เกิด โตขึ้นมาในครอบครัวที่ยากจนแต่เป็นเด็กนิสัยดี ตั้งใจเรียน ช่วยเหลือยายทำงานบ้านทุกอย่าง ช่วยครูทำงาน เคยได้ยินเขาพูดว่า อยากจะเรียนให้สูงๆ เป็นครู เมื่อมีเงินเดือนก็จะเอามาเลี้ยงยาย
"พุทรา เป็นเด็กที่คิดดี ความประพฤติใช้ได้ เห็นเขามาหลายปี สงสาร คนแบบนี้ควรได้รับการช่วยเหลืออุปการะ ถูกต้องแล้วหากมีคนเอาเด็กคนนี้ไปอุปการะให้ได้เรียนหนังสือเพราะเขายากจนแต่มีความตั้งใจดี "นายทองอยู่ กล่าว
ครูสมใจ ณ บางช้าง ครูประจำชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กล่าวว่า รู้สึกเสียดายแทนน.ส.พุทรา ที่ไม่มีโอกาสเรียนต่อเพราะทางบ้านฐานะยากจน เธอเป็นเด็กดีกตัญญู หาเงินช่วยเหลือยายมาตั้งแต่สมัยเรียนชั้นประถมจนจบมัธยมศึกษา เป็นเด็กเรียนเก่งมาตลอด มีความรับผิดชอบสูง ได้ให้เขาช่วยเหลือกิจกรรมของโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ มีความสามารถหลายอย่าง เช่น เล่นกีฬา การแสดงบนเวที สามารถพิมพ์งานช่วยครูได้ เป็นคนเรียบร้อยตั้งใจทำงาน มีความมานะสูง เป็นที่รักใคร่ของครูและเพื่อนนักเรียนทุกคน เข้าแข่งขันทางวิชาการก็ได้รับรางวัลหลายครั้ง หากมีคนอุปการะเธอเชื่อว่า จะมีเยาวชนซึ่งเป็นทรัพยากรที่ดีเพิ่มขึ้นอีก
ครูสมใจ แสดงความเห็นอีกว่า นักเรียนที่เรียนจบที่โรงเรียนบ้างคลองอุดม จำนวนมากที่ไม่มีโอกาสเรียนต่อชั้น ม.ปลาย เพราะต้องเดินทางไปไกล อาจจะต้องไปเรียนถึงอำเภอพนมสารคามหรือสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา หรือ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก และฐานะชาวบ้านก็ค่อนข้างยากจน จึงไม่มีโอกาสเรียนต่อ เพราะเดินทางไกล หากมีการขยายโอกาสทางการศึกษาที่โรงเรียนบ้านคลองอุดม ซึ่งมีความพร้อมทุกด้าน ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะสามารถรองรับนักเรียนที่เรียนจบมัธยมศึกษาตอนต้น อาจจะขยายโอกาสเป็นชั้น ม 4 - ม 6 หรือสายอาชีพ ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงด้วย
ด้าน น.ส. สุกัญญา เรืองเกษตร ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เปิดเผยว่า เคยเป็นครูประจำชั้น ของพุทรา ซึ่งเป็นคนดี มีความรับผิดชอบสูง เห็นตั้งแต่เรียนประถม ก็ยังมีความประพฤติดีเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เห็นมีพฤติกรรมแบบวัยรุ่นคนอื่นๆ แต่กลับช่วยเหลือทางบ้าน ครูทุกคนที่โรงเรียนก็ให้ความช่วยเหลือ โดยให้ช่วยเหลืองานบ้านง่ายๆเช่น รีดผ้า กวาดบ้าน ถูบ้าน แล้วก็ให้เงิน เธอก็นำไปใช้เพื่อการเรียนหนังสือ ซื้ออุปกรณ์การเรียน เสื้อผ้าที่จำเป็นและนำเอาไปให้ยายใช้จ่ายในครอบครัว เธอเป็นเด็กดี ไม่มีปะวัติด่างพร้อย ซื่อสัตย์ สุจริต ทำงานบ้านครูในโรงเรียนทุกหลังไม่มีปัญหา งานก็เรียบร้อยดี วันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ แทนที่จะไปเที่ยวเตร่หาเพื่อนตามประสาวัยรุ่น แต่ก็หันไปช่วยยายทำงาน เผาถ่าน เลี้ยงน้อง ทำงานบ้าน ซึ่งหาได้ยากในยุคปัจจุบันนี้