นายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงอนาคตการดำเนินการประกาศใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรโดยรัฐ (ซีแอล) ว่า จากนี้ หากมีหน่วยงานใดไม่ว่าจะเป็นสำนักงานหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (สปสช.) หรือองค์การเภสัชกรรม (อภ.) เสนอให้ประกาศซีแอลเพิ่ม ก็คงต้องนำเรื่องเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการร่วม พิจารณาความเหมาะสมก่อน เพราะยาที่จำเป็นก็ได้ทำซีแอลแล้ว ทั้งโรคเอดส์ หัวใจ และมะเร็งคงจะไม่มีการประกาศซีแอลยาเพิ่มแล้ว เพราะไทยได้ประกาศซีแอลยาที่มีความจำเป็นครบถ้วนหมดแล้ว และการทำซีแอลเป็นการเสียมารยาทกับเพื่อนร่วมโลก โดยเฉพาะบริษัทยาที่ได้ลงทุนศึกษาวิจัยไปหลายพันล้านบาท นายไชยากล่าว
น.ส.สารี อ๋องสมหวัง ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า การปฏิเสธที่จะประกาศซีแอลยาเพิ่มเป็นการท้าทายกลุ่มองค์กรด้านสุขภาพอย่างมาก ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ต้องระมัดระวังที่จะไม่ทำอะไรขัดขวางกับประโยชน์ของสาธารณะ เพราะสังคมจะลุกขึ้นมาติดตามและตรวจสอบอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการทำซีแอลเป็นเครื่องมือในการต่อรองกับบริษัทยาให้ลดราคายา และช่วยแก้ปัญหาการเข้าถึงยาของประชาชนได้เป็นอย่างดี และเป็นสิ่งที่ถูกต้องและทั่วโลกให้การยอมรับ ดังนั้น นโยบายดีๆไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนก็ควรจะสานต่อ
สี่เดือนที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่านายไชยาไม่เข้าใจเรื่องซีแอลเลย และต้องโทษข้าราชการประจำที่ไม่ให้ข้อมูลเรื่องซีแอลที่ถูกต้องให้ทราบ การประกาศว่าจะไม่ทำซีแอลอีก จะให้ตีความว่านายไชยาจะไม่อยู่ไม่เป็นรัฐมนตรีสาธารณสุขแล้วใช่หรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมา นายไชยาได้ทำให้กลไกการทำซีแอลขาดหายไป แถมยังตั้งคณะกรรมการร่วม 3 ฝ่าย ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามีหน้าที่อะไรกันแน่ น.ส.สารีกล่าว
ภญ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ อาจารย์ประจำหน่วยปฏิบัติการวิจัยเภสัชศาสตร์สังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ต้องถามนายไชยาว่า ขณะนี้ผู้ป่วยทุกระบบประกันสุขภาพสามารถเข้าถึงยาครอบคลุมทุกโรคแล้วจริงหรือ
หน้า 10
ข้อมูลจาก มติชน
