นางนิภา ศรีมนตรี ศูนย์สุขภาพชุมชนหัวนาคำ จ.มหาสารคาม เปิดเผยว่า จากการที่ตนและคณะศึกษาวิจัย เรื่อง การเลี้ยงดูเด็ก 0-6 ปี โดยผู้ที่ไม่ใช่พ่อแม่ ต.หนองปลิง อ.เมือง จ.มหาสารคาม โดยเก็บตัวอย่างเด็กอายุ 0-6 ปี ที่ได้รับการเลี้ยงดูโดยปู่ ย่า ตา ยาย จำนวน 292 คน ด้วยวิธีการสัมภาษณ์รายบุคคล พบว่าทัศนคติการเลี้ยงเด็ก ปู่ ย่า ตา ยายจะคิดว่าเลี้ยงได้ดีกว่าพ่อแม่ อยากให้เด็กเป็นคนดี มีรายได้ เป็นที่พึ่งยามแก่เฒ่า ส่วนชุมชนและกลุ่มเพื่อนบ้านมีทัศนคติอยากให้เด็กอยู่กับพ่อแม่เป็นครอบครัวที่อบอุ่น ไม่อยากให้ปู่ ย่า ตา ยายเลี้ยงเพราะรักและตามใจเด็กมาก ทำให้เด็กก้าวร้าว เอาแต่ใจ และการเลี้ยงหลานส่งผลต่อสุขภาพปู่ ย่า ตา ยาย ทำให้ปวดหลัง ปวดเอว วิงเวียน และวิถีชีวิตเปลี่ยนไปนางนิภากล่าวอีกว่า เหตุผลในการเลี้ยงดูคือภาวะจำยอม พ่อแม่เด็กไปทำงาน แยกกันไปมีครอบครัวใหม่ พ่อหรือแม่เสียชีวิต ส่วนใหญ่พ่อแม่อยู่ในวัยแรงงาน ซึ่งวิธีการเลี้ยงและดูแลเรื่องอาหาร จะทำตามพัฒนาการภูมิปัญญาชาวบ้าน ส่งเข้าศูนย์เด็กเล็กให้ครูดูแลพัฒนาการตามหลักวิชาการ ส่วนเงินได้จากพ่อแม่เด็กส่งมาให้ ขายข้าว ยืมเพื่อนบ้าน โดยในชุมชนมีอาชีพหลักคือเกษตรกรรม อาชีพรองคือ รับจ้าง รายได้เฉลี่ย 4,000-6,000 บาท และจากข้อมูลผู้มารับบริการในศูนย์สุขภาพชุมชน พบว่า เด็กอายุ 0-6 ปี ที่ปู่ ย่า ตา ยายเลี้ยงดู เจ็บป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจ 83.4% โรคระบบทางเดินอาหาร 63.2% โรคผิวหนัง ผื่นคัน พุพอง 33.7% และมีเด็กส่วนหนึ่งที่ถูกทอดทิ้ง
การเลี้ยงดูเด็กอายุ 0-6 ปี โดยผู้ที่ไม่ใช่พ่อแม่ ทำให้เกิดทั้งผลดี ผลเสีย โดยผลดีคือ เด็กได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี ผลเสียจะทำให้เด็กได้รับการตามใจมากเกินไป กลายเป็นเด็กก้าวร้าว เอาแต่ใจตัวเอง ส่งผลให้เป็นปัญหาสังคมในอนาคต ส่วนผู้เลี้ยงดูก็เจ็บป่วย จึงจำเป็นต้องเอาใจใส่ในการเลี้ยงดูเด็กและผู้สูงอายุในชุมชน อยากให้พ่อแม่กลับมาเลี้ยงลูก อยากให้มีศูนย์เด็กเพื่อแบ่งเบาภาระและขัดเกลาเด็กทุกหมู่บ้าน นางนิภากล่าว
ถุงยางกับซากงู ปมที่ยังขบไม่แตก
คลำปมปริศนา ถุงยางอนามัย สวมใส่อวัยวะเพศศพชายหนุ่มเมืองกรุงเก่า พร้อมน้ำอสุจิคั่งค้างปลายปลอก เชื่อปฏิบัติโอษฐกามจนเสร็จกิจก่อนถูกงูเห่ากัด คว้าจับปลายหางฟาดตีตายติดตามกัน
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
