เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.2551ย รศ.ดร.ปราณี สังขะตะวรรธน์ ว่าที่อธิการบดี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช(มสธ.) คนใหม่ กล่าวว่าสำหรับก้าวต่อไปของมสธ. สิ่งแรกที่จะต้องให้ความสำคัญในการบริหารงานคือ การทำงานเป็นทีม และจะต้องบริหารงานด้วยความโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม และให้ทุกคนเข้าใจเป้าหมายที่ตรงกัน เพื่อจะได้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมุ่งสู่หัวใจสำคัญของงานคือ การสร้างบัณฑิตที่มีคุณภาพให้กับสังคม รวมทั้งจะต้องเป็นมหาวิทยาลัยปวงชน ที่เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย และไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็สามารถเรียนได้ อย่างไรก็ตามปัจจุบันการศึกษาถือเป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะเป็นตัวช่วยให้คนมีความคิด มีความรู้กว้างขวาง สามารถคิดวิเคราะห์ได้ รู้เท่าและรู้ทันสังคม ตลอดจนอยู่ได้อย่างพอเพียงกับสถานการณ์ปัจจุบันรศ.ดร.ทองอินทร์ วงศ์โสธร รักษาการอธิการบดีมสธ.กล่าว่าว่า ในปีการศึกษา 2551 มสธ. เปิดหลักสูตรใหม่ ได้แก่ หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้นำชุมชน สาขานิติศาสตร์ หลักสูตร 1 ปี หลักสูตรการจัดการเกษตร สาขาวิชาส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์ หลักสูตร 4 ปี และหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต แขนงวิชาบริหารรัฐกิจวิชาเอกการบริหารการปกครองท้องที่ สาขาวิชาวิทยาการจัดการ หลักสูตร 4 ปี โดยเฉพาะหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต จะเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างมสธ.กับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่จะเปิดให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและผู้เคยดำรงตำแหน่งดังกล่าว เข้ามาเพิ่มพูนความรู้เพื่อนำไปพัฒนาประเทศในระดับรากฐาน โดยตั้งเป้าปีนี้จะรับนักศึกษา 3,000 คน อย่างไรก็ตาม มสธ.เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรี ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 20 มิถุนายน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2982-9700 ,0-2504-7788
นายวิชัย ศรีขวัญ อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยจะดูแลสวัสดิการและพัฒนาศักยภาพให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนันและ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน มาตลอด และขณะนี้มีบุคลากรดังกล่าว ประมาณ 200,000 กว่าคน แต่ที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยยังได้รับเสียงบ่นจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ว่าทำงานมา 5 ปียังไม่เคยได้รับการพัฒนาเลย ดังนั้นโครงการความร่วมมือกับมสธ.ที่เปิดหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต นี้ถือเป็นการเพิ่มศักยภาพในการทำงานกับประชาชนให้กับบุคลากรดังกล่าวได้เป็นอย่างดี และในการเพิ่มพูนความรู้นี้กระทรวงมหาดไทยจะช่วยออกค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรให้กับผู้เข้าโครงการคนละ 43,164 บาท หรือ 80 % ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ขณะที่ผู้เข้าโครงการจ่ายเงินเพียง 10,791 บาท หรือ 20 % โดยนำร่องจัดคนเข้าโครงการปีละ 1,000 คน
นายชำนาญ ภูวิลัย นายกสมาคมกำนันและผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า ในอดีตคนที่จะมาทำงานกำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน ไม่จำเป็นที่จะต้องมีความรู้สูงมากนัก เพียงแต่มีประสบการณ์ แต่ปัจจุบันเรื่องการมีองค์ความรู้นั้นเป็นสิ่งจำเป็น และยังทำให้ประชาชนที่เราจะต้องไปทำงานด้วยยอมรับและเชื่อถือ ดังนั้นการที่กระทรวงมหาดไทยสนับสนุนในเราเพิ่มพูนความรู้เป็นเรื่องที่ดี
ตะลุยข่าว - ถุงยางกับซากงู ปมที่ยังขับไม่แตก
การตายอันพิลึกพิลั่นของ วิโรจน์ บ้านเลน หนุ่มบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา วัย 40 ปี คงจะคลี่คลายได้ไม่ยากเย็นนักหากว่า นอกเหนือจากรอยเขี้ยวของสัตว์ที่ปรากฏบริเวณข้อเท้าซ้ายกับแก้มขวาแล้ว จะไม่พบปมปริศนาหนึ่งที่ทำให้เกิดข้อกังขาและปริศนาตามมาให้ขบคิด
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
